ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 10, 2011

รายงานพิเศษ: สถิติที่น่าสนใจของการใช้มาตรา 112 โดย 'I pad' และ สภ.ร้อยเอ็ด

ที่มา ประชาไท

กรณีศึกษาเมื่อสามัญชนฟ้องร้องบุคคลอื่นด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 ไอแพด-วิพุธ สุขประเสริฐ และสภ.ร้อยเอ็ด กับตัวเลขที่น่าสนใจเชิงสถิติ ภายใน 1 ปี กล่าวหาบุคคลทั่วไปว่ากระทำผิดมาตรา 112 ไปแล้วอย่างน้อย 15 ราย จากการถกเถียงท้ายบทความของประชาไทจำนวน 3 บทความ

การฟ้องร้องกันด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า กฎหมายหมิ่นฯ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในแง่มุมของตัวบทกฎหมายและกระบวนการบังคับใช้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นเกี่ยว กับกฎหมายมาตราดังกล่าวว่า การบังคับใช้ของกฎหมายนี้รุนแรงเกินไปโดยเฉพาะในแง่ของการฟ้องร้องที่เปิด โอกาสให้ใครก็ได้สามารถกล่าวโทษ ทั้งนี้ เขาเสนอแนะว่า อาจมีการตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่สั่งฟ้องโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงพิจารณาลดบทลงโทษให้ผ่อนคลายลงกว่าเดิมด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเริ่มมีแรงกระเพื่อมในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกฎหมายดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงคือสถิติคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเวลา 5 ปี หลังการรัฐประหาร เฉพาะปี 2553 มีการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน ทั้งสิ้น 478 คดี เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า เทียบกับปี 2552 ซึ่งมี 164 คดี และปี 2550 จำนวนทั้งสิ้น 126 คดี

ในช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการเมืองไทยกำลังเข้มข้นด้วยขบวนการทั้งฝ่ายต่อต้านทักษิณและสนับสนุน ทักษิณ พื้นที่ท้ายข่าวของประชาไทถูกเปิดไว้ โดยผู้โพสต์ความเห็นท้ายข่าวของประชาไทมาจากหลากหลายอุดมการณ์และแนวคิด อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา บรรยากาศการถกเถียงท้ายข่าวของประชาไทเริ่มคุกรุ่นด้วยการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยผู้ใช้นามแฝงว่า I pad ซึ่งมักเข้ามาแสดงความเห็นโจมตีฝ่ายที่เห็นต่างอย่างรุนแรง หยาบคาย พร้อมทั้งขู่ว่าจะฟ้องร้องคู่สนทนาของตนเองด้วยมาตราดังกล่าวอยู่เนืองๆ

ประชาไทติดตามสำเนาคำฟ้องที่ I pad นำมาโพสต์เพื่อยืนยันว่า ได้กระทำการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ดจริง ได้ทั้งสิ้น 3 ครั้ง รวมผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 15 คน จากจำนวนที่ไอแพดอ้างว่าเขาได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้แสดงความเห็นท้ายข่าวประชาไทไปทั้งสิ้น 8 ครั้ง

ทั้งนี้ จากการโพสต์ข้อความของ I pad ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ฟ้องร้องผู้โพสต์ข้อความท้ายข่าวประชาไททั้ง 15 รายนั้น ปรากฏในคำร้องทุกข์ของเจ้าพนักงานว่า ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษชื่อ นายวิพุธ สุขประเสริฐ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด และเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย

รายละเอียดของการฟ้องร้องแต่ละครั้งมีดังนี้

วันที่ 1 พ.ย. 2553

นายวิพุธ สุขประเสริฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ. เมืองร้อยเอ็ด มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 5 ราย เป็นผู้ใช้นามแฝงในการโพสต์ท้ายข่าวในเว็บไซต์ประชาไท 4 ราย และเว็บมาสเตอร์ประชาไท 1 ราย

โดยร้องทุกข์กล่าวโทษว่าบุคคลดังกล่าวหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ไม่ปรากฏว่า นายวิพุธอ้างข้อความใดว่าเป็นการกระทำผิดที่มีลักษณะดังกล่าว

ไม่ปรากฏการอ้างอิง url ของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายการกระทำความผิดดังกล่าว

1 Nov 2010

วันที่ 6 ธ.ค. 2553

นายวิพุธ สุขประเสริฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ. เมืองร้อยเอ็ด มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 10 ราย เป็นผู้ใช้นามแฝงในการโพสต์ท้ายข่าวในเว็บไซต์ประชาไท 8 ราย เว็บมาสเตอร์ประชาไท 1 ราย และบรรณาธิการประชาไท 1 ราย

ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ไม่ปรากฏว่า นายวิพุธอ้างข้อความใดว่าเป็นการกระทำผิดที่มีลักษณะดังกล่าว

ไม่ปรากฏการอ้างอิง url ของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายการกระทำความผิดดังกล่าว

6 Dec 2010

วันที่ 11 ส.ค. 2554

นายวิพุธ สุขประสริฐ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ. เมืองร้อยเอ็ด มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 3 ราย เป็นผู้ใช้นามปากกาในการเขียนบทความ 1 ราย ผู้ใช้นามแฝงในการแสดงความเห็นท้ายข่าวในเว็บไซต์ประชาไท 1 ราย และเว็บมาสเตอร์ประชาไท 1 ราย

ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ไม่ปรากฏว่า นายวิพุธอ้างข้อความใดว่าเป็นการกระทำผิดที่มีลักษณะดังกล่าว

ไม่ปรากฏการอ้างอิง url ของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายการกระทำความผิดดังกล่าว

11 Aug 2011

บางครั้งที่ผู้ใช้นามแฝง Ipad ขู่ว่าจะฟ้องผู้โพสต์ข้อความท้ายข่าวประชาไท เขาจะนำเอาใบรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีซึ่งเจ้าพนักงานสอบสวนบันทึกไว้ มาโพสต์เพื่อแสดงความคืบหน้าในการดำเนินการ เช่น

วันที่ 19 พ.ย. 2553

ขอโพสต์ข้อความที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา (ไร้) สาระ ในคอลัมน์นี้ ของนายเห่าอ่อนไหล หน่อย ติ๊ล่ะ!

เพราะ ให้เครดิตว่าคอลัมน์ของนาย 'อ่อนไหล น่าจะมีคนเข้าชมมากพอดู (นี่ชมนะเนี่ย!) ฮา

จึงขอยืม ส่วนแสดงควายคิดเห็น ของนาย 'อ่อนไหล ประกาศ ดังนี้

ประกาศ

ได้มี สาวก@ป่าช้าไท ตนหนึ่ง นาม ปรวย ท้าทายว่า I Pad เอาแต่ขู่ว่าจะฟ้อง จะแจ้งความ

พอดีว่า I Pad เป็นคนหัวอ่อน ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง ;)~ นาย ปรวย บอกให้ฟ้อง ก็ ฟ้อง และสั่งไว้อีกว่า ฟ้องแล้วก็เอาหลักฐานการฟ้องมาให้ดูด้วย อย่าเอาแต่พูดลอย เว่าพล่อยๆ แบบ นังดอก เจ มัน! มันไม่ดี ;)~ I Pad ก็เชื่อก็ทำตาม จึงขอแจ้งให้ไปชม บันทึกประจำวันเอาได้ที่นี่

คลิก เอาเลย เพียก ;)~

จบ! ข่าว

ขอ แส ดง ค่วมนับถือ คักคัก ;)~

ลายเซ็นต์ I Pad

(นาย I Pad บ้านโคกอีแหลว แอ่วมอง) ;)~

ปล. ท่านที่ติดร่างแหไปกับนายปรวย ก็ รวมทั้งหมด 6 คน อันได้แก่ ปรวย, น้ำลัด, ว ณ ปากนัง, MM, คนเมียง และ เว็บมัสเตอร์เบชั่น สวัสดี

อ้อ! คราวหน้าคาดว่าจะเป็นคราวของ นายเห่าอ่อนไหล (เจ้าของคอลัมน์ นี้นั่นเอง) ;)~ ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้แซ่บ อีกเตื้อ มื่อหน้า เด้อ สู! ;)~

http://www.prachatai3.info/journal/2010/11/31960

วันพฤหัสบดีที่ 20 ม.ค. 2554 IPAD โพสต์ข้อความดังนี้

แล้วมาถึงก็ได้ละเลงใน คห. ที่อยู่บนสุด ก็ขอซะเลย

ถึงบรรดาเพื่อนๆ กลุ่มเสียง เป็นโรคท่องเที่ยวร้อยเอ็ด (โดยจำใจ) (ฮา) ทราบ

วันนี้กระผมนาย I Pad ได้ไปให้ปากคำเพิ่มเติมครบ 8 คดี เป็นที่เรียบร้อยแว๊ววววว

แล้วบังเอิ๊ญ บังเอิญ ร้อยเวรคดีนี้แกเป็นคนไม่ค่อยรอบคอบ แกเล่นเอาสำนวนคดีมากางให้ I Pad อ่านแล้วให้ปากคำเพิ่มเติม แถมพิมพ์ช้ามาก

ระหว่างให้ปากคำสำนวนคดีนี้จึงเป็นสำนวนคดีที่ I Pad ได้แอบอ่านมากที่สุด กร๊ากกกกกกกก

จน I Pad ได้อ่านไปถึงรายงานจาก Service Provider ทีทำหนังสือตอบมาซึ่งระบุหมายเลข IP ของแต่ละนามแฝง ลงลึกไปถึง ที่ตั้งของ คอมฯ เครื่องนั้น อยู่ที่บ้านเลขที่อะไร ถนนอะไร เมืองอะไร ประเทศอะไร ลึกขนาดนั้นเลย

แล้วในหนังสือนั้นยังแจ้งอีกว่า ขั้นตอนการสืบค้นถึงชื่อบุคคลนั้น ขอให้ทาง สตช. เรียกร้องเพิ่มเติมพร้อมหมายศาล จึงจะสมารถให้ข้อมูลขั้นต่อไปได้

นั่นก็คือท่านผู้ติดเชื้อโรคท่องร้อยเอ็ด (ฮา) ยังไม่โดนระบุถึงชื่อ นามสกุล จริง แต่ก็ระบุที่อยู่ที่ก่อเหตุไว้เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งหลังจากนี้เมื่อ สภอ. เมืองร้อยเอ็ด มีคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้อง แล้วอัยการ จว. ร้อยเอ็ด เห็นสมควรตาม เสนอต่อศาล แล้วศาลออกหมาย ทีนี้ สตช. ก็คงขอไปยัง Service Provider เพื่อขอสืบค้นชื่อ นามสกุลจริง ต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดติดตามด้วยใจประหวั่น พลัน (ฮา)

ปล. มีบางท่านไปแอบก่อคดีไกลถึง สรอ. รัฐ นิวเม็กซิโก โน่นแน่ะ! แต่ก็อย่างที่บอก ตร. เขาไม่ได้โง่นะ เพียงแต่เขาจะตามหรือไม่เท่านั้นเอง! แต่ได้ข่าวว่าเขารออนุมัติ แล้วร้อยเวรก็จะเดินทางไปตามถึง สรอ. ด้วยตนเอง

โชคดีนะ ปรวย, เปลียนแปลงสยาม และ น้ำ.... (ฮา)

http://prachatai.com/node/32720/talk#comment-354823

กรณีของ I pad หรือนายวิพุธ สุขประเสริฐคือตัวอย่าง ของการที่ "ใครก็ได้" สามารถนำเอากฎหมายอาญามาตรา 112 ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงาน โดยนายวิพุธ คือตัวอย่างของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถาบันกษัตริย์แล้วเอากฎหมายนี้ไปใช้กล่าวหาผู้ที่ มีความเห็นต่างจากตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไม่สามารถอดทนถกเถียงแลกเปลี่ยนด้วยเหตุผลและหลักวิชา ขณะที่ สภ. เมืองร้อยเอ็ด ก็กำลังจะเป็นตัวอย่างของกลไกลในกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ไม่ทำหน้าที่ตี ความและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นคุณแก่เสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชน

น่าจับตาดูว่า นายวิพุธ สุขประสริฐและสภ.เมืองร้อยเอ็ด จะสร้างสถิติในการเป็นบุคคลและเป็นสถานีตำรวจที่ฟ้องและรับฟ้องคดีหมิ่นฯ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยหรือไม่

ทั้งนี้ การที่กฎหมายมาตราดังกล่าวถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยบุคคลธรรมดาที่สามารถนำมาตราดังกล่าวไปร้องทุกข์กล่าวโทษแก่เจ้าพนักงาน ได้ และทางปฏิบัติ เจ้าพนักงานก็รับร้องทุกข์ไว้นั้น มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนคดีหมิ่นฯ ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ บวกเข้ากับบรรยากาศทางการเมืองไทยมีความแตกต่างทางความคิดเชิงอุดมการณ์ อันนำไปสู่การถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งแม้เสรีภาพในการแสดงความเห็นจะเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่นานา ประเทศเคารพ ดังเช่นคำสัมภาษณ์ของ กงสุลสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยซึ่งแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อกระบวน การยุติธรรมไทยที่ตัดสินโทษ นายโจ กอร์ดอนว่ามีความผิดตามมาตราดังกล่าว ว่า"เรายังคงเคารพสถาบันกษัตริย์ของไทย แต่ในขณะเดียวกันเราก็สนับสนุนสิทธิในการแสดงออก ซึ่งเป็นหลักสิทธิมนุษยชนซึ่งได้รับการรับรองในทางสากล" แต่หลักการเช่นนี้ ยังเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่จากผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายของไทยเท่านั้น แต่หมายถึงคนไทยทั่วๆ ไปด้วย

"มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี"