ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 6, 2011

งานเปิดตัวหนังสือ Revolution Interrupted โดยไทเรล ฮาเบอร์คอร์น ที่ ANU

ที่มา ประชาไท

“จริงอยู่ที่ว่าไม่มีการปฏิวัติ คอมมิวนิสต์ ในประเทศไทย
แต่ถ้าการ “ปฏิวัติ” [ของไทย] ในศตวรรษที่ 20 แยกออกต่างหากจาก คอมมิวนิสต์ ล่ะ?”

“ช่วงก่อนหน้า 6 ตุลาฯ 2519
มีการลอบสังหารชาวนาผู้นำสหพันธ์ [ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย] เป็นจำนวนมาก
และทำให้การรวมตัวขึ้นเป็นองค์กรครั้งนั้นเป็นเพียงระยะสั้น และจบลงอย่างโหดร้าย

หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกประวัติศาสตร์ของความรุนแรงนี้เอาไว้”

0 0 0

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาภาควิชาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม (Department of Political & Social Change) วิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิก (College of Asia & the Pacific) มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้จัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่ของไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น อาจารย์ประจำภาควิชา โดยงานชิ้นนี้ปรับปรุงขึ้นจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล งานนี้จัดอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศสบายๆระหว่างอาจารย์ นักเรียน และผู้ที่สนใจ

“Revolution Interrupted” (2011)

ใน Revolution Interrupted: Farmers, Students, Law, and Violence in Northern Thailand อาจารย์ย้อนไปดูการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิที่ดินของชาวนาในภาคเหนือช่วง พ.ศ.2517-18 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีบรรยากาศทางการเมืองอันเปิดกว้าง โดยเน้นศึกษาที่การเคลื่อนไหวของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย และตั้งคำถามสำคัญกับคำจำกัดความของคำว่า “ปฏิวัติ” ว่า

....การที่เหล่าผู้ต่อต้าน คอมมิวนิสต์ประกาศชัยชนะในการที่สามารถปกป้องประเทศไทยจากการปฏิวัติของ คอมมิวนิสต์ [ในช่วงทศวรรษที่ 1970] ได้นั้นก็ไม่ผิด หากแต่ไม่ถูกทั้งหมด จริงอยู่ที่ว่าไม่มีการปฏิวัติ คอมมิวนิสต์ ในประเทศไทย แต่ถ้าการ “ปฏิวัติ” [ของไทย] ในศตวรรษที่ 20 แยกออกต่างหากจาก คอมมิวนิสต์ ล่ะ?... (น.4)

หลังจากมีการแนะนำหนังสือเล็กน้อยอาจารย์เครก เรย์โนล์ดส์ก็ได้กล่าวนำถึงความสำคัญของหนังสือ โดยเริ่มต้นว่า หนังสือเล่มนี้ได้เล่า “เรื่องที่อยู่ในเรื่องอีกทีหนึ่ง” เหมือนกับว่าเป็น “ละครที่อยู่ในบทละคร” ของเชคสเปียร์ – หากแต่ในบรรณานุกรมไม่ได้มีหนังสือของเชคสเปียร์อยู่ในนั้น มีแต่ชื่อของเลนิน ลุงคาร์ล [มาร์กซ์] กรัมชี่ อัลทูแซร์ มีงานศึกษาการเมืองร่วมสมัยและสังคมวิทยาของละตินอเมริกาและอาฟริกาใต้ มีงานสตรีนิยมอย่างซินเธีย เอ็นโล กริปสัน-เกรแฮม จูดิธ บัทเลอร์ มีงานเกี่ยวกับเทววิทยาเกี่ยวกับการปลดปล่อย ฯลฯ

เหตุการณ์เดือนตุลาฯ (พ.ศ.2516-2519) เป็น “เรื่อง” ที่คนที่รู้จักประเทศไทยค่อนข้างคุ้นเคยกัน แต่หนังสือเล่มนี้ได้เล่า “เรื่อง” ที่อยู่ระหว่างนั้นอีกทีหนึ่ง โดยอาจารย์เครกบอกถึงลักษณะความเป็น “กระแสทวน” (revisionist) อันสำคัญของมันสามอย่าง

อย่างแรก หนังสือเล่มนี้ได้พูดถึงเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นประเด็นที่หายไปในประวัติศาสตร์ไทย เพราะการควบคุม “คน” เป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการควบคุม “ที่ดิน” หากแต่ในภาคเหนือดูจะต่างออกไปจากบริเวณอื่นของประเทศ กฏหมายที่ดินที่ออกมาในปี 2517 เปิดโอกาสให้เกิดการร่วมมือระหว่างนักศึกษาและชาวนาภายใต้ชื่อ สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังสือเล่มนี้พยายามเติมเข้าไปในภาพประวัติศาสตร์ใหญ่

อย่างที่สอง ความเป็น “กระแสทวน” ของหนังสือเล่มนี้คือการชี้ชวนให้เห็นว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 นั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดๆ แต่เป็นการสะสมรวมตัวของหลายๆเหตุการณ์ ช่วงก่อนหน้า 6 ตุลาฯ มีการลอบสังหารชาวนาผู้นำสหพันธ์ฯเป็นจำนวนมาก และทำให้การรวมตัวขึ้นเป็นองค์กรครั้งนั้นเป็นเพียงระยะสั้น และจบลงอย่างโหดร้าย หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกประวัติศาสตร์ของความรุนแรงนี้เอาไว้

อย่างสุดท้าย การที่หนังสือเล่มนี้ตั้งชื่อว่าการปฏิวัติ “ถูกขัดขวาง” (interrupted) ก็หมายถึงการปฏิวัติ “ถูกตีความใหม่” (re-interpreted) นั่นเอง โดยมันได้ตั้งคำถามกับคำจำกัดความของคำว่า “ปฏิวัติ” และตีความใหม่เพื่อนำเรื่องราวของเสียงเล็กๆ เข้าไปอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ไทย ว่าพวกเขาได้ “ปฏิวัติ” ด้วยการต่อสู้ผ่านกฏหมายอย่างไร

อาจารย์เครกทิ้งท้ายเอาไว้ว่า น่าประหลาดใจที่เรื่องราวเหล่านี้ไม่เคยได้ถูกบรรจุเข้าไปในงานศึกษาประวัติ ศาสตร์ไทย ถึงจะมีบ้างก็มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย หนังสือเล่มนี้อาจเรียกได้ว่าทำการบันทึกเรื่องราวของชาวนาภาคเหนือในช่วง เวลาดังกล่าวได้ใกล้เคียงความสมบูรณ์ที่สุด ทั้งนี้เพราะหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องก็แก่ตัวลงและเสียชีวิตไป พลวัตรของการต่อสู้ในชนบทได้เปลี่ยนแปลงไป และการเมืองก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่มีผู้บันทึก ”เรื่อง” เหล่านี้เอาไว้อย่างละเอียดและลงลึก

“อาจารย์เครก” กล่าวนำ

อ.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น

อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล เขียนในคำนิยมว่า

[ไทเรล] ได้เขียนงานเพื่อปกป้องเรื่องราวของชีวิตอันเลือนรางลงเรื่อยๆ เพื่อกู้เอาชีวิตที่กำลังจะถูกลืมให้กลับมาอีกครั้ง...หนทางที่ดีที่สุดที่ จะทำเช่นนี้ได้ คือผ่านการศึกษาวิจัยอย่างระมัดระวังและตีความอย่างรอบด้านเพื่ออธิบายว่า ได้เกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิต กับวิญญาณ และกับเรื่องราวของพวกเขาอย่างที่หนังสือเล่มนี้ได้ทำเท่านั้น มันไม่ใช่การประกาศข่าวมรณกรรม (obituary) แต่คือการมองเข้าไปในสังคมไทย อย่างซื่อสัตย์ อย่างเปิดเผย เพื่อจะเข้าใจอีกด้านหนึ่งของรอยยิ้มสยามเหล่านั้น [ไทเรล] ฮาเบอร์คอร์น ได้แสดงให้เห็นว่า เหตุใดชาวนาและนักเรียนลุกขึ้นต่อสู้ ทำไมพวกเขาถูกปิดปาก ทำไมพวกเขาถูกสังหารและถูกคุมขังโดยพลการ หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่ให้เสียงกับผู้ที่ถูกทำให้เงียบงัน แต่มันได้ตั้งคำถามอันสำคัญต่อสังคมและประวัติศาสตร์ของไทยด้วย...(น.IX – X)

นี่เป็นอีกงานคุณภาพหนึ่งที่ควรมีผู้อ่านอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงวิชาการหรือไม่ เพราะคำถามที่หนังสือเล่มนี้ตั้งเอาไว้นั้นคือคำถามสากล – เป็นคำถามที่สังคมไทยยังหาคำตอบให้แก่มันไม่ได้แม้ในปัจจุบันก็ตาม

อ.เครก เรย์โนล์ดส์ (ซ้าย) อ.แอนโทนี รีด (ขวา)

บรรยากาศของงาน

ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ : http://uwpress.wisc.edu/books/4798.htm