ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, February 12, 2012

กรรม!การ์ดนปช.นัดล้านคนโบนันซ่าต้านแก้112 ฯพณฯอารี ไกรนรา กดLikeในเฟซบุ๊คคอนเฟิร์ม

ที่มา Thai E-News



คลิปปาฐกถาของ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง ‘ระบอบสังคมการเมืองที่ฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง’ และเสวนาเรื่อง "สถาบันกษัตริย์กับสังคมประชาธิปไตย" โดย ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ และ ดร.สุรพศ ทวีศักดิ์ (รายละเอียดเพิ่มเติม www.konthaiuk.eu)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 กุมภาพันธ์ 2555

เดลินิวส์รายงานข่าวหัวข้อ การ์ดเสื้อแดงประกาศต้านแก้ม.112ที่โบนันซ่า ว่า เมื่อว้ันที่ 10 ก.พ. นายอารี ไกรนรา ผู้ช่วยเลขา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงกรณีณีที่กลุ่มนักวิชาการ ในนามคณะรณรงค์แก้ไข ม.112 ( ครก.112 ) ออกมารณรงค์แก้ไข ประมวลกฏหมายอาญา ม.112 นั้นก็เป็นสิทธิของกลุ่มดังกล่าว แต่ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแน่นอน โดยจะประกาศจุดยืนบนเวทีเขาใหญ่ โบนันซ่า นัดรวมพลคนเสื้อแดงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 และต่อต้านการแก้ไข ม.112 อย่างชัดเจน ไม่ว่าเวทีไหนของคนเสื้อแดงมีเจตนารมย์ตรงกัน

หากมีการรณรงค์ล่ารายซื่อแก้ไข ม.112 ให้ไปทำเวทีอื่นไม่ให้มาร่วมใช้เวทีของคนเสื้อแดงแน่นอน ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันดังกล่าว ตนคาดว่าจะโฟนเข้ามาร้องเพลง ทุกคนสามารถเข้าไปร่วมงานได้เนื่องจากเจ้าของสถานที่ได้จัดพื้นที่ไว้กว้าง ขวางสามารถรองรับคนได้ 1 ล้านคนขึ้นไป และได้เตรียมสร้างห้องน้ำไว้จำนวนเกือบ 200 ห้อง มีวงดนตรีซื่อดังมาบรรเลงตลอดงานตั้งแต่เวลา 12.00 น.ของวันที่ 25 ก.พ.จนถึง เวลา 06.00 น.ของวันที่ 26 ก.พ. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด พร้อมจัดที่จอดรถไว้ด้วยนำรถมาจอดใกล้งานได้เป็นหมื่นคัน

ฯพณฯการ์ดเสื้อแดงกดlike ข่าวการ์ดเสื้อแดงประกาศต้านแก้ม.112ที่โบนันซ่า


ทั้งนี้เมื่อไทยอีนิวส์ตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊คของอารี ไกรนรา ปรากฎว่าสถานะของเฟซบุ๊คอารี ไกรนรา ได้กดlike หรือ ถูกใจ ลิ้งค์ข่าว การ์ดเสื้อแดงประกาศต้านแก้ม.112ที่โบนันซ่าด้วย

นปช.เร่งเดินสายอีสานเปิดเวทีขับเคลื่อนแก้ ม.112

ขณะที่สำนักข่าวเนชั่น รายงาน ว่า นายคารม พลพรกลาง ประธานสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและสังคม และนายเทิดศักดิ์ บำรุงชัย ประธาน นปช.ชัยภูมิ ร่วมกันเปิดเวทีสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมาย ต่อตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ชัยภูมิ กว่า 500 คน ที่โรงแรมเลิศนิมิต ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

นายคารม กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง เท่านั้น แต่เปิดเวทีให้ ทุกสีทุกฝ่ายสามารถมาร่วมได้ แต่อาจจะมีคนเสื้อแดงสนใจมาร่วมมากกว่า เพื่อที่จะต้องการมาสร้างความเข้าใจในด้านกฎหมาย และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนได้รับรู้ในรายละเอียดมากขึ้น เพื่อไม่ต้องการให้นำไปสู่ความขัดแย้ง

กฎหมายทุกเรื่องสามารถแก้ได้ ไม่เฉพาะมาตรา 112 ไม่อยากให้นำไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะทุกคนที่เป็นคนไทย ไม่มีใครกล้าที่จะไปกระทบสถาบันเบื้องสูงของชาติอย่างแน่นอน อยู่เหนือล้นเกล้าล้นกระหม่อมอยู่แล้ว แต่ต้องมาพูดเรื่องที่ควรแก้ได้ และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในกระบวนการยุติธรรมทางคดี จากนี้ไป การสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย น่าจะมีมากขึ้นทุกพื้นที่ ซึ่งน่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อให้เวทีให้ความรู้มากขึ้นเข้าใจมากขึ้น ช่วยลดความขัดแย้งในสังคมลงได้ ดีกว่าเผชิญหน้ากันโดยไม่เข้าใจรายละเอียด

"ธงชัย" ชี้112ถูกใช้เป็นเครื่องมือของนักลัทธิกษัตริย์นิยม นิติราษฎร์ช่วยเสนอทางออกจากปัญหา

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ ได้จัดปาฐกถาในรายการสนทนาเพื่อหารายได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์ โดยนายธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราจารย์คณะประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ได้ปาฐกถาในหัวข้อ “ระบอบสังคมการเมืองที่ขัดฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง”

เนื้อหาส่วนหนึ่งของการปาฐกถาระบุว่านักวิชาการคณะนิติราษฎร์และคณะกรรมการ รณรงค์เพื่อแก้ไขมาตรา 112 คือผู้เกิดก่อนกาล ที่พยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลง แต่กลับถูกทำร้ายแทบไม่ได้ผุดได้เกิด ทว่าอนาคตกลับพิสูจน์ว่าประวัติศาสตร์จะยืนอยู่ข้างพวกเขา

นายธงชัยกล่าวถึงประเด็นเรื่องกฎหมายอาญาม.112ว่า ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่มีการใช้กฎหมายนี้พร่ำเพรื่อนัก และไม่ใช่เครื่องมือบังคับควบคุมความคิดของคน ความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจึงจัดอยู่ที่การหมิ่นประมาท และแทบไม่มีนัยหรือผลกระทบทางการเมือง

แต่กฎหมายหมิ่นฯ เริ่มเป็นอาวุธทรงพลังก็ต่อเมื่อนักลัทธิกษัตริย์นิยมเอากฎหมายมาตราดัง กล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยสถาปนา“ประชาธิปไตยแบบอำมาตย์” เมื่อช่วง 40 ปีที่ผ่านมา โดยถือว่าความผิดนี้ไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่เป็น “ภัยต่อความมั่นคงของชาติ”

ส่งผลให้คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตกอยู่ใต้กระบวนการยุติธรรมที่ผิดปกติ เช่นเดียวกับบรรดาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงอื่นๆ ภายใต้ระบอบเผด็จการอันยาวนานของไทย

ความบิดเบี้ยวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่ผิดปกติ ก็คือ การที่มักถือว่าจำเลยกระทำความผิดร้ายแรงจนกว่าจำเลยจะพิสูจน์ได้ว่าตน บริสุทธิ์ ดังนั้น จึงมักไม่ให้ประกันตัว และภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับจำเลยแทนที่จะตกอยู่กับฝ่ายโจทก์ นอกจากนี้ การพิสูจน์ความผิดอาญาโดยปกติต้องเคร่งครัด หากไม่ชัดเจนต้องยกประโยชน์ให้จำเลย แต่คดีความมั่นคงมักตีความกฎหมายอย่างกว้างให้ครอบคลุมการกระทำที่ต้องสงสัย แม้ไม่ชัดเจนก็ตาม ซึ่งคดี “อากง” ช่วยอธิบายความผิดปกติเหล่านี้ได้ดี

นักวิชาการผู้นี้กล่าวต่อว่า ความผิดปกติวิปลาศที่สำคัญที่สุดของกระบวนการยุติธรรมแบบนี้ก็คือ เนื่องจากเป็นความผิดต่อความมั่นคงจึงเปิดให้ใครก็ตามที่พบเห็นการกระทำที่ สงสัยว่าเข้าข่ายความผิด สามารถแจ้งต่อเจ้าพนักงานได้ ต่างกับคดีหมิ่นประมาททั่วไปซึ่งผู้เสียหายเท่านั้นจึงจะมีสิทธิฟ้อง

นี่คือเหตุผลที่นิติราษฎร์เสนอให้เอากฎหมายมาตรานี้ออกจากหมวดความมั่นคง คล้ายกันกับที่ คอป. ของนายคณิต ณ นคร ที่พยายามหาทางออกเพื่อแก้ปมปัญหา โดยเสนอว่า ความผิดต่อความมั่นคงชนิดนี้ต้องให้อำนาจแก่ผู้เสียหายหรือหน่วยงานที่รับ ผิดชอบแทนเท่านั้นเป็นผู้ฟ้อง

นายธงชัยระบุอีกว่าม.112 เป็นมากกว่ากฎหมายอาญามาตราหนึ่ง คือเป็นเครื่องมือบังคับควบคุมความคิดของลัทธิ Hyper-royalism โดยการบังคับใช้ม.112 ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การบังคับใช้แบบล่าสุดในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ การใช้ทำลายจิตวิญญาณ หมายถึงการใช้อย่างไร้ความปรานีจนกว่าจะยอมรับสารภาพ คือมักจับไว้ก่อน ไม่ให้ประกันตัว พิจารณาลับ ลงโทษรุนแรง แต่ให้ความหวังว่าจะพ้นคุกได้เร็วถ้ายอมรับสารภาพ จนหลายคนยอมแพ้ในที่สุด

“นี่คือการทำร้ายถึงจิตวิญญาณ หากต้องการอิสรภาพทางกายต้องยอมแพ้ราบคาบทางมโนสำนึก หลังจากนั้นชีวิตที่มีอิสระทางกายต้องกักขังจิตวิญญาณเสรีไว้ข้างในตลอดไป” ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ กล่าว

นายธงชัยชี้ว่า การจะแก้ม.112 ไม่แก้ แก้แค่ไหนอย่างไร หรือควรยกเลิกไปเลย มิใช่แค่ปัญหาเทคนิคทางกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ใหญ่โตกว่านั้นมาก และเป็นความขัดแย้งที่มีลักษณะเฉพาะของปัจจุบัน แต่จะส่งผลมหาศาลต่ออนาคตของสถาบันฯ และระบอบประชาธิปไตยของไทย

“ถ้าหากผู้สมาทาน Hyper-royalism ต้องการรักษามาตราศักดิ์สิทธิ์เพื่อหวังรักษาระบอบประชาธิปไตยอำมาตย์ไว้ ก็จะยิ่งผลักให้สถาบันฯ กับประชาธิปไตยขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้น แต่หากไม่อยากให้อันตรายต่อสถาบันฯ และประชาธิปไตยสะสมไปมากกว่านี้ นิติราษฎร์ได้เสนอทางออกหนึ่งไว้ให้แล้วด้วยเจตนาที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ไปถึงจุดที่ทุกคนต้องสลดใจ” นายธงชัยกล่าวและว่า “ในอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า เป็นความผิดพลาดมหันต์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่ฟังนิติราษฎร์และครก.112 แถมยังผลักไสทำร้ายความปรารถนาดีของพวกเขาเสียอีก”