ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 15, 2012

คนพุทธยันไม่ย้ายหนี ยิงสองผัวเมียปะนาเระ

ที่มา ประชาไท

ชาวไทยพุทธที่บ้านในเนื้อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เหลือเพียง 17 คน หลังจากสองสามีภรรยาถูกยิงเสียชีวิต ยันไม่คิดย้ายหนี แม้ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

บ้านของชาวไทยพุทธหนึ่งใน 5 หลังที่บ้านในเนื้อ หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียง 17 คน หลังจากนายอนันต์ แซ่เอี้ยว และนางลักขณา แซ่เอี้ยว สองสามีภรรยาจากหมู่บ้านนี้ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555

วานนี้ (14 ก.พ.) มีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณ หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อนายอนันต์ แซ่เอี้ยว และนางลักขณา แซ่เอี้ยว สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ที่ 2 บ้านในเนื้อ ตำบลน้ำบ่อ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนหลายนัด

พ.ต.อ. มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปะนาเระ จังหวัดปัตตานี สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายทั้งสองคนขับขี่จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าออกจากบ้านพักเพื่อหา ของป่า เมื่อถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์

ใน ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่บ้านในเนื้อ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้เสียชีวิตมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากชาวบ้านได้เดินทางไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองที่วัด คอกกระบือ อำเภอปะนาเระ

หมู่บ้านในเนื้อมีเส้นทางเข้าออกสองทางและค่อนข้างเปลี่ยว มีบ้านรวมกัน 5 หลัง ปลูกเป็นกลุ่มใกล้ๆ กัน โดยมีฐานปฏิบัติการทหารพรานตั้งอยู่ตรงกลาง

จ.ส.อ.อุดร คงคืน ผู้บังคับการชุดปฏิบัติการทหารพรานบ้านในเนื้อ เปิดเผยว่า หมู่บ้านในเนื้อมีชาวไทยพุทธอาศัยอยู่ 5 ครอบครับ รวม 19 คน เสียชีวิตไปอีก 2 คน เหลือ 17 คน เมื่อก่อนมีสิบกว่าครอบครัว แต่หลังเกิดเหตุไม่สงบจึงย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

จ.ส.อ.อุดร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารพรานต้องเพิ่มการดูแลชาวบ้านมากขึ้นไปอีก ส่วนกรณีที่ชาวบ้านประสบเหตุ เนื่องจากออกเดินทางไปไหนมาไหน โดยไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

นาย ประกอบ พี่เขยของนายอนันต์ เปิดเผยด้วยภาษามลายูท้องถิ่นว่า ตนปลูกบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของนายอนันต์ ซึ่งนายอนันต์ เป็นอดีตทหารพราน บ้านนายอนันต์ มีทั้งหมด 3 คน เมื่อนายอนันต์กับภรรยาเสียชีวิต จึงเหลือแม่ของนายอนันต์ อายุ 60 ปี คนเดียว หลังจากนี้ ตนคงต้องเป็นคนดูแล

นายประกอบ เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่นี่เคยประสบเหตุไม่สงบมาแล้วครั้งแรกเมื่อปี 2549 ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บ้านท่าสู ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง โดยนายอนันต์ มักชอบออกเดินทางไปหาของป่าตามลำพังเป็นประจำ

นายประกอบ เปิดเผยด้วยว่า ชาวไทยพุทธทั้ง 5 ครอบครัว ประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว และรับจ้างเลี้ยงเป็ดไก่จากนายจ้างที่เป็นชาวมุสลิม และมีการไปมาหาสู่กับชาวมุสลิมที่อยู่รอบๆ ทั้ง 5 ครอบครัว เป็นชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นปูย่าตายาย จึงไม่คิดจะย้ายออกไปไหน ส่วนคนที่ย้ายออกไป ส่วนมากเป็นคนมาจากที่อื่น เมื่อเกิดเหตุไม่สงบจึงไม่กล้าอาศัยอยู่ต่อ

“อยู่ ที่นี่ กลัวก็กลัว แต่ต้องอยู่เพราะไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ถ้าย้ายไปแล้วก็ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับชาวบ้านที่เหลืออยู่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป” นายประกอบ กล่าว