WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 4, 2011

นักวิจัยสหรัฐฯ เผยแปะป้าย "สุดโต่ง" เป็นเครื่องมือบิดเบือนทัศนคติทางการเมือง

ที่มา ประชาไท

ถ้าหากคุณต้องการโจมตีข้อเสนอหรือนโยบายใดๆ โดยไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นตัวร้ายละก็ ลองใช้วิธีแปะป้ายนโยบายนั้นๆ ว่า "สุดโต่ง" หรือ "หัวรุนแรง" น่าจะช่วยคุณได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจัยด้านรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ กล่าวไว้

30 พ.ย. 2011 - เว็บไซต์ livescience เปิดเผยผลการวิจัยของ โทมัส เนลสัน ผู้ช่วยศาตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ที่ทำวิจัยเรื่องผลของการใช้คำว่า "สุดโต่ง" หรือ "หัวรุนแรง" นั้นมีผลต่อความเห็นของผู้รับสารอย่างไร

โทมัส กล่าวว่า การศึกษาของเขาอาจช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดถึงมีการใช้สองคำนี้ในการกล่าวโจมตีทางการเมืองมากเหลือเกิน เช่น การที่ผู้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายปฏิรูปการประกันสุขภาพของรัฐบาลโอบาม่า ก็กล่าวโจมตีเขาว่าเป็น "สังคมนิยม" ในทางเดียวกันฝ่ายพรรคเดโมแครตก็เรียกกลุ่มผู้ประท้วง Tea party ว่าเป็นพวก "หัวรุนแรง" (Radical) และพยายามเชื่อมโยงกลุ่มนี้กับพรรคริพับริกันที่เป็นศัตรูทางการเมือง

"การใช้คำว่า 'พวกสุดโต่ง' มาแปะป้ายให้คนอื่นเป็นยุทธวิธีที่ทำให้ผู้กล่าวไม่จำเป็นต้องกล่าวโจมตีค่านิยมที่คนทั่วไปยอมรับ" เนลสันกล่าว "ในกรณีนี้คุณแค่บอกว่าคนกลุ่มที่สนับสนุนอะไรบางอย่างกำลังสุดโต่งเกินไป"

ในการทดลองหนึ่ง มีการให้ผู้เข้าร่วมอ่านบทความการถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นในปี 2003 ที่สนามกอล์ฟออกัสตา เนชันนัล กอล์ฟคลับ ออกนโยบายอนุญาตให้สมาชิกเป็นผู้ชายเท่านั้น ซึ่งในบทความมีการโต้เถียงว่าหากทางสนามกอล์ฟยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ก็ควรมีการย้ายสถานที่จัดมาสเตอร์ทัวร์นาเมนต์ของรายการ PGA tour

อย่างไรก็ตาม บทความนี้มีอยู่สามแบบฉบับ แบบฉบับแรกระบุว่าข้อเสนอเรื่องการย้ายสถานที่จัดนั้นมาจาก "ประชาชน" และ "พลเมือง" ในแบบฉบับที่สองบอกว่าเป็นข้อเสนอของ "กลุ่มนักสตรีนิยม" ขณะที่แบบฉบับที่สามระบุว่าเป็นของเสนอจาก "นักสตรีนิยมสุดโต่ง", "นักสตรีนิยมสายใช้กำลัง" และ "พวกหัวรุนแรง" ที่มีแนวคิดต้องการให้ขจัดการแบ่งแยกห้องเปลี่ยนเสื้อและห้องน้ำของชาย-หญิง

หลังจากนั้นกลุ่มที่อ่านบทความแบบฉบับที่สามซึ่งใช้คำว่า "นักสตรีนิยมสุดโต่ง" ก็ที่ท่าทีเอนเอียงไปทางสนับสนุนฝ่ายสนามกอล์ฟและการออกกฏแบนผู้หญิง มากกว่าจะสนับสนุนการย้ายสถานที่แข่งทัวร์นาเมนต์และสนับสนุนให้มีสมาชิกภาพของผู้หญิง

ในอีกการทดลองหนึ่ง มีการให้ผู้เข้าร่วมอ่านบทความจากเว็บล็อกในประเด็นเดียวกัน จากนั้นจึงให้เรียงลำดับคุณค่าของแนวคิด 4 อย่างตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ แนวคิดเรื่องการรักษาเกียรติยศชื่อเสียงของการแข่งขันกอล์ฟ, แนวคิดเรื่องการปกป้องเสรีภาพของเอกชนในการตั้งกฏกติกาของตนเอง, แนวคิดเรื่องเรื่องโอกาสความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย . และแนวคิดเรื่องมาตรฐานการบริการสมาชิกคลับเฉพาะส่วนบุคคล

ซึ่งรูปแบบการใช้คำที่ต่างกันของบทความก็ส่งผลต่อการทดลองนี้เช่นกัน กลุ่มคนที่อ่านฉบับที่ใช้คำว่า "พลเมือง" ร้อยละ 42 ให้คุณค่าด้านความเท่าเทียมกันมาเป็นอันดับแรก และอีกร้อยละ 41 ให้คุณค่าเรื่องเสรีภาพของเอกชนมาก่อนคุณค่าอื่น ขณะเดียวกัน คนที่อ่านฉบับ "นักสตรีนิยมสุดโต่ง" มีร้อยละ 32 ที่ให้คุณค่าด้านความเท่าเทียมกันสุงสุด ขณะที่มีร้อยละ 52 ให้คุณค่าด้านเสรีภาพของเอกชนมาอันดับแรกสุด

"การผูกคำว่านักสตรีนิยมสุดโต่ง ส่งผลโดยตรงกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในการให้คุณค่าว่าอะไรควรมาก่อนหลังระหว่างเรื่องความเท่าเทียมทางเพศหรือเรื่องเสรีของเอกชน ซึ่งก็มีผลกับความรู้สึกของพวกเขาต่อนโยบายดังกล่าวนี้ด้วย" เนลสันกล่าว "เป็นไปได้ว่าการนึกถึงกลุ่มที่สนับสนุนความเท่าเทียมกันทางเพศในฐานะกลุ่มหัวรุนแรงจะทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งสุญเสียความเชื่อเรื่องคุณค่าแนวคิดเรื่องนี้ไป"

งานวิจัยชุดนี้ทำร่วมกับโจเซฟ ลิออน และ เกรกอรี่ กเวียดา อดีตนักศึกษาที่จบจาก ม. โอไฮโอสเตต ซึ่งมีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารจิตวิทยาการเมืองฉบับเดือนตุลาคม

ที่มา 'Radical' Label Is Political Kryptonite, LiveScience, 30-11-201130 พ.ย. 2011