ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 8, 2012

‘พงศ์โพยม’เตือนอย่าหลงโมเดล ทิ้งโจทย์ 13 ข้อปฏิรูปชายแดนใต้

ที่มา ประชาไท

วงอภิปรายทางเลือกปกครองชายแดนใต้ พงศ์โพยม วาศภูติ เตือนอย่ามัวหลงโมเดล แต่ให้เพิ่มอำนาจประชาชน ฝาก13ข้อกระจายอำนาจชายแดนใต้ โจทย์สำคัญดับไฟใต้ได้หรือไม่

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 5 มกราคม 2555 มีการอภิปรายเรื่อง “ทางเลือกการกระจายอำนาจในรูปแบบพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ : มุมมองที่หลากหลาย ในงานสมัชชาปฏิรูปชายแดนใต้ ครั้งที่ 1 “ชายแดนใต้ไม่ทอดทิ้งกัน” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีนายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีตคณะกรรมการปฏิรูป นายสวิง ตันอุด ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการทางสังคม ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ นายกสมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ภาคใต้ พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม คณะกรรมการประชาสังคม สภาพัฒนาการเมือง ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี รองนายกนายกสมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ภาคใต้ ร่วมอภิปราย

นายพงศ์โพยม อภิปรายว่า อย่าหลงกับรูปแบบการปกครองมากนัก แต่ต้องพยายามเอาอำนาจของรัฐมาให้กับภาคประชาชนในรูปขององค์กรปกครองท้อง ถิ่น แต่เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นที่บวกกับภาคประชาสังคมหรือภาคประชาชน โดยต้องสร้างกลไกลภาคประชาชนมาถ่วงดุลกลไกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้น มา

“แนวทางการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เลือกได้ 2 แบบ คือ แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยการขออำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น หรือแบบก้าวกระโดดอย่างที่พวกเรากำลังจะทำกันอยู่นี้ ผมชอบคำว่าจังหวัดจัดการตนเองเพราะดูดีและรัฐคงจะปฏิเสธยาก จะใช้คำว่า super ท้องถิ่น หรือท้องถิ่นรูปแบบพิเศษก็แล้วแต่ แต่พยายามหลีกเลี่ยงคำว่าเขตปกครองตนเอง เพราะล่อแหลมหรือมีความหวาดระแวงของฝ่ายอื่นอยู่”นายพงศ์โพยม กล่าว

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากเตือนในเรื่องการกำหนดรูปแบบการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้มี 13 ข้อ ข้อแรก รูปแบบขององค์กร บทบาท อำนาจหน้าที่ ต้องชัดเจน เช่นจะทำเหมือนเชียงใหม่มหานครแล้วจะดูแลไหวหรือไม่

ข้อ 2การกำกับดูแลของส่วนกลางจะมีแน่นอน แต่จะยอมมากน้อยแค่ไหน ข้อ 3 การตรวจสอบจากองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต้องมี ข้อ 4 หน่วยงานส่วนกลางในพื้นที่ยังต้องมีอยู่ เพราะยังมีงานส่วนหนึ่งที่รัฐบาลยังสงวนไว้

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ข้อ 5 เป็นข้อที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องภาษี รายได้และรายจ่าย จะตกลงกันอย่างไรกับรัฐบาลกลาง ถ้าตกลงกันไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่ให้แน่เก็บภาษีเองแน่

ข้อ 6 เรื่องงานบริหารบุคคล ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นขนาดเล็ก 80% ของหน่วยงานที่มีอยู่ตอนนี้จะต้องมาอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่นี้ เพราะฉะนั้นงานบริหารงานบุคคลจะยุ่งยากมาก

“ข้อ 7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วจะเอาอย่างไร ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือยกระดับอบจ.ให้เป็น super อบจ. หรือจะเป็นเหมือนกรุงเทพมหานคร ผมก็ไม่สามารถวิจารณ์ได้” นายพงศ์โพยม กล่าว

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ข้อ 8 การปกครองท้องที่ คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะคงไว้หรือยกเลิก ข้อ 9 กลไกการมีส่วนร่วม การตรวจสอบถ่วงดุลโดยภาคประชาชน จะยอมให้มีหรือไม่

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ข้อ 10 กรณีที่มีข้อขัดแย้งกับราชการ จะหาทางออกอย่างไร คณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้มีศาลปกครองท้องถิ่น ในกรณีมีความขัดแย้งกันทางนโยบาย การแก้ปัญหาจะจบตรงไหน คณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้มีคณะอนุญาโตตุลาการ ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ ก็ไปที่ศาลปกครองท้องถิ่น แต่ถ้าผิดกฎหมาย ตำรวจก็ดำเนินคดีไปตามปกติ ข้อ 11 กรณีมีการร้องเรียน ร้องทุกข์เกี่ยวกับการบริหารงานท้องถิ่น ใครจะเป็นเจ้าภาพ จะอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนของรัฐบาลกลางที่ถูกส่งมาหรือไม่

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ข้อ 12 เป็นข้อที่สำคัญ คือ การใช้อำนาจบังคับ (Enforcement) ของโครงสร้างการปกครองใหม่ จะมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนหรือไม่

“ข้อ 13 รูปแบบที่กำลังเสนออยู่นี้ ตอบโจทก์ของการแก้ปัญหาความไม่สงบได้หรือไม่ จะเป็นโจทย์แรกที่รัฐบาลจะถามว่า ความสงบจะเกิดขึ้นหรือไม่หากมีการปกครองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ขึ้นมาในพื้นที่ ท้ายที่สุดต้องมีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาพร้อมกับคำตอบที่มีเหตุมีผล โดยมีข้อมูลสถิติ ตัวเลขสนับสนุน” นายพงศ์โพยม กล่าว

นายสวิง อภิปรายว่า ตนมี 5 ประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดรูปแบบการปกครองใหม่ ประเด็นแรก คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐส่วนกลางกับองค์กรใหม่จะเป็นอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าจะจัดการตอนเองก็ไม่ควรจะมีหน่วยงานจากส่วนกลางเข้ามากำกับดูแลอีกต่อไป หมายความว่าจะไม่มีการปกครองส่วนภูมิภาค แต่จะมีส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งอนารยะประเทศส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแล้ว

นายสวิง กล่าวว่า การปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องให้เป็นรัฐบาลท้องถิ่น เพราะสามารถออกข้อกำหนด ข้อบัญญัติต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ในต่างประเทศกฎหมายใดที่ขัดกับท้องถิ่น ให้ยึดถือท้องถิ่นเป็นหลัก ในญี่ปุ่น กำหนดให้ท้องถิ่นออกกฎหมายได้ แต่ห้ามต่ำกว่ามาตรฐานกลางที่รัฐบาลกลางตั้งไว้ เพราะงานต่างๆ รัฐบาลท้องถิ่นทำได้หมดแล้ว รัฐบาลส่วนกลางจะมาบ่ง บอก ชี้แนะ กำกับ ไม่ได้อีกแล้ว ทำได้เพียงแค่ชักชวน จูงใจ ร่วมมือและสนับสนุนเท่านั้น

“ต้องปรับโครงสร้างรัฐส่วนกลางให้เล็กลง และรับผิดชอบแค่ 3 เรื่อง คือ การต่างประเทศ การป้องกันประเทศและการเงินการคลัง อย่างอื่นมาไว้ที่ท้องถิ่นทั้งหมด เพราะทุกวันนี้ท้องถิ่นสามารถจัดการได้หมดแล้ว” นายสวิง กล่าว

นายสวิง กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 2 ความสัมพันธ์ภายในจังหวัด โดยยุบผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วให้นายก อบจ.มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง

“ตอนนี้เราคุ้นชินกับคำว่ากับฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นต้องสร้างขาที่สามขึ้นมา ที่เชียงใหม่เรียกว่า สภาพลเมือง ทำหน้าที่ 3 เรื่อง คือ สร้างการมีส่วนร่วม วางแผนวิสัยทัศน์ และไต่สวนสาธารณะนักการเมือง” นายสวิง กล่าว

นายสวิง กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดกับท้องถิ่น จังหวัดไม่ได้เป็นหัวหน้าของเทศบาล แต่ทำหน้าที่จูงใจ สนับสนุน ไม่ใช่บังคับบัญชา ที่คิดอย่างนี้เพราะใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง คือ พื้นที่ใครคนนั้นดูแล เพื่อให้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กสามารถที่จะจัดการตนเอง

“ที่เชียงใหม่กำหนดไว้ว่า งบประมาณ 100 % ต้องจัดให้ท้องถิ่น 70% คงไว้ที่ส่วนกลางของจังหวัดแค่ 30% พอ มิฉะนั้นงบประมาณก็จะกองอยู่ที่จังหวัด ดังนั้นต้องดันงบประมาณลงพื้นที่ให้หมด เพื่อให้พื้นที่จัดการตนเอง” นายสวิง กล่าว

นายสวิง กล่าวว่า ประเด็นที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นขนาดเล็ก ทุกวันนี้พอจะไปกันได้แล้ว เพราะมี 3 ขา คือ ท้องถิ่น ท้องที่ และสภาองค์กรชุมชน ทั้ง 3 ขานี้ต้องเข้มแข็ง ต้องทำให้ 3 ขานี้ร่วมมือกันจึงจะสามารถจัดการตนเองได้

นายสวิง กล่าวว่า ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องภาษีหรือเงิน ทุกวันนี้ รัฐส่วนกลางเก็บภาษี 100% ส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 25% ทั่วโลกเปลี่ยนหมดแล้ว โดยให้ท้องถิ่นเป็นผู้เก็บภาษีแล้วส่งให้ส่วนกลาง ถ้าท้องถิ่นเป็นผู้เก็บภาษีหมายความว่า เก็บภาษีได้ 100% เก็บไว้ 70% แล้วส่งให้ส่วนกลาง 30% เพราะส่วนกลางดูแลแค่ 3 เรื่องเท่านั้น ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก งานทุกอย่างอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว

“ตอนนี้เชียงใหม่กับอีก 8 จังหวัดทางภาคเหนือกำลังเคลื่อนไหวในเรื่องจังหวัดจัดการตนเองนี้อยู่ โดยจังหวัดเชียงใหม่กำลังจะเสนอพระราชบัญญัติจังหวัดจัดการตนเองภายใน 3 – 4 เดือนข้างหน้านี้ เพราะได้ยกร่างกฎหมายเสร็จแล้ว หลังจากนั้นหลังเทศกาลสงกรานต์ก็จะเคลื่อนไหวใหญ่ในเรื่องนี้” นายสวิง กล่าว

พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวว่า โครงสร้างการเมืองการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปไม่ได้ที่จะเหมือน กับการปกครองในภาคอื่นๆ เพราะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ถึง 80% เพราะฉะนั้นต้องมีรูปแบบที่เป้นของตัวเอง เพื่อให้สอดคลองกับสภาพของพื้นที่

พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวว่า รูปแบบโครงสร้างการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานีมหานคร เกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 2,000 คน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 2 ล้านคน จึงยังเป็นเพียงความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ปัตตานีมหานครจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า โครงสร้างใหม่ในการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้รูปแบบปัตตานีมหานคร

ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวว่า ในการนำเสนอรูปแบบหรือโมเดลการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6 โมเดลในเวทีสมัชชาปฏิรูปครั้งนี้ ที่จริงแล้วยังโมเดลที่ 7 คือกระดาษเปล่าที่รอให้ประชาชนเข้ามาเขียน ซึ่งโมเดลที่ 7 อาจเป็นโมเดลที่ดีที่สุดก็เป็นได้