ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 10, 2012

หลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่ออย่างงมงาย

ที่มา thaifreenews

โดย เสรีชน คนใต้


ประเทศที่อ้างว่ามีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
ยังสงสัยเหมือนกันว่าแล้วที่สอนให้เราเคารพนับถือกราบใหว้ศัทธาอย่างหลงงมงายใร้เหตุผล มันขัดกับหลักนี้หรือเปล่า

ศาสนาพุทธสอนให้ดูเหตุผลก่อนที่จะเชื่อ ประเทศไทยสอนให้เชื่ออย่างไม่มีเหตผล(และห้ามสงสัยด้วย)

กา ลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่
1อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
2อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
3อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
4อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
5อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
6อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
7อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
8อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
9อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
10อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ปัจจุบัน แนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อน ได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว

แล้วประเทศด้อยพัฒนาอย่างเราละ