ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 11, 2012

ความอึดอัด

ที่มา ประชาไท

ผมนั่งทบทวนอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงเพื่อนผู้เป็น กัลยาณมิตร คนหนึ่งเพื่อให้เขาช่วยแนะนำและพิจารณาความคิดของผม เพียงเพราะความคิดของผมนั้นสั้นจนเกินควร แม้ลักษณะความคิดทางการเมืองตามที่เรากำหนดไว้นั้น ไม่ได้ระบุจำนวนประเด็นขั้นต่ำเอาไว้ หรือแม้แต่โดยหลักการตามที่เราตกลงไว้ร่วมกันนั้น มันก็ไม่ควรจะสั้นเหมือนกับความคิดของผมนี้ มันเป็นความอึดอัดที่ต้องตกอยู่ในกรอบบางอย่างแม้จะไม่ผิด หากแต่มันไม่ควรในความรู้สึกของผม ผมจึงต้องเขียนปกป้องตัวเองก่อน ก่อนที่จะฝืนความรู้สึกดังกล่าวออกมาโดยเผยแสดงให้เห็นผ่านความคิดสั้นๆนี้

กรอบบางอย่างที่ว่านั้น ผมไม่เคยอยากจะรู้จักมันสักเท่าไหร่ตั้งแต่เด็ก ดูได้จากการที่ผมไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลยว่าจริงๆแล้ว มันคืออะไรและทำไมผมจึงต้องเชื่อมันโดยไม่ตั้งข้อสงสัยหรือสังเกต ผมก็แค่ใช้ชีวิต แค่ใช้ชีวิตก็ลำบากแล้ว แล้วยังจะต้องสงสัยกับสรรพสิ่งเพื่อให้ชีวิตยุ่งยากไปมากกว่าเดิมทำไม จนวันนี้ความคิดบางส่วนของผมเปลี่ยนไป เมื่อผมเข้าใจในความรู้สึกอึดอัดจนต้องเสียน้ำตา เมื่อไม่มีเสรีภาพแม้แต่การจะพูดแสดงความคิดเห็นของตนเอง เช่น เมื่อผมแสดงความคิดเห็นกับผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่มักจะไม่รับฟังด้วยแนวคิดและคำพูดที่ว่า "เถียงผู้ใหญ่" สำหรับผมแล้ว เหตุผลเพียงน้อยนิดนี้ ประเทศนี้มันจึงเป็นประเทศที่ดีสำหรับผู้ใหญ่ และมันเป็นประเทศที่หนุ่มสาวถูกกัดกิน (ด้วยจารีต) ผมวิพากษ์แนวคิดของสิ่งนั้น เพื่อให้สิ่งนั้นมีอยู่ เพียงเพราะเราต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ผมใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งนั้นที่เป็นโครงสร้างหลักของประเทศนี้มาพอควร และกรอบบางอย่างที่ว่ามันกดทับผมเอาไว้ แม้จะเข้าใจว่าการรื้อมันง่าย การสร้างมันยาก แต่ผมไม่ได้คิดที่จะรื้อเพื่อสร้างสิ่งใด ผมแค่ต้องการการรับฟังอย่างมีเหตุมีผลและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสมดุลในลักษณะ การวิพากษ์กันและกันเพื่อให้กันและกันมีอยู่ ก็เท่านั้น

และนี้คือจดหมายฉบับนั้นที่ผมเขียนถึงเขา และผมก็ได้แต่เฝ้ารอเขาตอบกลับมาโดยหวังว่าคำตอบหรือคำแนะนำนั้นจะเลิกกดทับ ผมไว้กับความคิดที่ปิดกั้น

“อ้อม อ้อม” แม่ตะโกนเรียกผมจากชั้นล่าง ผมวิ่งลงมาตามเสียงนั้น

“มีไรเหรอ แม่”

“ล้างจานให้ที เดี๋ยวนี้เลย แม่จะออกไปแล้ว” แม่ผมพูด ขณะที่ผมเหลือบไปเห็นพี่ชายที่นั่งเล่นเกมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเมามันส์ และควันสีเทาของบุหรี่ล่องลอยขึ้นจากบุหรี่ที่ถูกวางไว้กับที่เขี่ย

“แต่ อ้อมทำ…” ผมไม่ได้พูดคำว่า “งาน” ออกไปเพราะ

“แม่บอก ก็ทำ แค่นั้น” ผมตั้งใจเหลือบมองไปที่พี่ชายให้แม่เห็น ก่อนจะเดินไปที่ครัวและล้างจานกองโตเพียงลำพัง หากแต่ในใจก็ครุ่นคิดแต่เพียงว่า แม้กระทั่งบ้านยังมีความเป็นการเมืองแบบนี้ ประเทศนี้จะเป็นอย่างไร

“แย้…ชนะแล้ว” เสียงพี่ชายดังจนถึงครัว