WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 30, 2010

พท.กลัวเล่ห์ปชป.ขอดูหลักฐาน ปัดส่งกก.3ฝ่าย ทำนาย4รมต.ไม่ถูกปรับพ้นเก้าอี้หลังเสร็จศึก

ที่มา มติชน


พท.กลัวเล่ห์ปชป.ขอดูหลักฐาน


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรค พท.หนึ่งในคณะกรรมการ 3 ฝ่ายกล่าวว่า ถ้าไม่กำหนดกติกาให้ชัดก่อนว่าหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร วัตถุแบบไหนที่สามารถนำไปแสดงในสภาได้บ้าง ฝ่ายค้านก็จะยังไม่ส่งหลักฐานทั้งหมดให้คณะกรรมการ 3 ฝ่ายพิจารณา เพราะจะตกเป็นเหยื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เล่นเล่ห์ขอดูหลักฐานของฝ่ายค้าน เพื่อไปเตรียมหลักฐานมาตอบโต้ ส่วนตัวเห็นว่าหากเป็นคลิปจริงที่ไม่มีการตัดต่อ และไม่มีเนื้อหาก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ก็น่าจะยอมให้เปิดในสภาได้แล้ว


นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท.แถลงว่า รัฐบาลได้สกัดกั้นการนำเสนอข้อมูลของพรรคฝ่ายค้าน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากกองทัพห้ามมีการเปิดคลิปการใช้กำลังปราบปรามประชาชน จึงเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย เพื่อตรวจสอบคลิปและภาพถ่ายรวมถึงหลักฐานที่จะเสนอเข้าสู่การอภิปราย กรณีดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และแทรกแซงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน หากปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ก็เท่ากับรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหารได้ยึดอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรไปเรียบร้อยแล้ว เพราะสามารถที่จะตรวจสอบเซ็นเซอร์การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้ ซึ่งขัดกับหลักการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่บัญญัติให้ผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย การปฏิบัติหน้าที่ต้องไม่อยู่ในความครอบงำหรือความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายใด ๆ


ทำนาย4รมต.ไม่ถูกปรับตกเก้าอี้


นายพร้อมพงศ์กล่าวกรณีนายเทพไทระบุ พท.แตกเป็น 4 ก๊ก ว่า พท.ไม่มีแตกกัน เมื่อเป็นฝ่ายค้านยิ่งต้องรักกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองก็รักกัน อีกทั้ง พ.อ.อภิวันท์ก็เสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแนบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายวิทยาก็สนับสนุน และนายมิ่งขวัญก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด ดังนั้น พรรคยังรักกันยังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ที่นายมิ่งขวัญไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแม่ทัพในการอภิปรายประเด็นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ก็เพราะว่านายมิ่งขวัญจะคอยทำหน้าที่สนับสนุนเนื้อหาและช่วยติวให้ผู้อภิปรายเท่านั้น


"ผมขอฟันธงว่าหลังจากเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่จะไม่ถูกปรับออกมีดังนี้ 1.นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 2.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะ พล.อ.ประวิตร แน่นปึ๊กกับผู้นำรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลอย่ามาปล่อยข่าวแย่งพื้นที่เพื่อกลบเกลื่อนผู้เสียชีวิต 88 ราย" นายพร้อมพงศ์กล่าว


เน้นซักฟอกสลายชุมนุม-ทุจริต


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าวว่า ในเวลา 11.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประธานวิปฝ่ายค้าน) ได้มอบหมายให้ตนและนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พท.ไปหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อจัดสรรเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลควรให้เวลาฝ่ายค้านในการอภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งฝ่ายค้านหวังว่าจะได้ใช้เวลาในการอภิปราย 26 ชั่วโมงของ 2 วัน แบ่งเป็นวันละ 13 ชั่วโมง และให้รัฐบาลชี้แจงอีก 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เกรงว่ารัฐมนตรีบางคนจะให้ ส.ส. 2 คนช่วยกันอภิปรายและลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายของฝ่ายค้าน


"มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กรณีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และแกนนำ นปช. และ 2.กลุ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีบริหารงานล้มเหลว การทุจริต นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวม ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายไม่เกิน 15 คน โดยนายวิทยาจะเป็นผู้อภิปรายเปิดในวันที่ 31 พฤษภาคม ส่วนนายจตุพรจะเป็นผู้กล่าวสรุปประเด็นการสลายการชุมนุม โดยการอภิปรายครั้งนี้จะเน้นเหตุการณ์การสลายชุมนุมเป็นหลัก ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะสรุปประเด็นทั้งหมดในภาพรวมเรื่องการทุจริตของรัฐบาลในวันที่ 1 มิถุนายน" นายสุรพงษ์กล่าว


ดักคอลิ่วล้อปล่อยตัวจริงแจงดีกว่า


นายสุรพงษ์กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 จะมีการซักซ้อมให้ ส.ส.ที่จะอภิปรายนำเสนอข้อมูลเหมือนอภิปรายจริงวันที่ 30 พฤษภาคม ในเวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาว่าต้องปรับปรุงข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้าง อีกทั้งข้อสอบอาจรั่วไปถึงรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายได้ เพราะทราบว่า นายชวรัตน์มีติวเตอร์ค่อยบอกข้อสอบให้ตลอด และในเวลา 14.00 น. พรรคได้เรียกประชุม ส.ส.นัดพิเศษด้วย เพื่อกำชับให้ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภา เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล


"ขอให้ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ ส.ส.ที่รับจ๊อบปกป้องเจ้านายชอบประท้วงที่ไม่มีเหตุผลขอให้หยุด แล้วเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาชี้แจงดีกว่า เช่น กล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งฆ่าประชาชน เป็นทรราช อำมหิต ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะลุกขึ้นประท้วงไม่ได้ ต้องให้นายกฯชี้แจงเหตุผลเองว่าไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวหา หรือกรณีที่ฝ่ายค้านจะนำข้อมูลอีกด้านที่เป็นคลิปที่อาจแตกต่างจากข้อมูลของรัฐบาลนำเสนอผ่านสื่อ ขออย่าให้ลิ่วล้อประท้วง ให้นายกฯและนายสุเทพชี้แจงดีกว่า ให้หักล้างด้วยเหตุด้วยผล" นายสุรพงษ์กล่าว


นายสุรพงษ์กล่าวว่า คาดว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่มีการพลิกขั้ว พรรคร่วมยังกอดคอบริหารประเทศต่อไป รัฐบาลเสียงไม่แตก และรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกจะได้คะแนนเสียงไว้วางใจเท่ากันหมดอย่างแน่นอน สังเกตได้จากการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่กระจายงบฯให้กระทรวงที่พรรคร่วมรับผิดชอบ ดูทุกพรรคมีความสุข แต่ต้องดูว่าประชาชนจะรับได้หรือไม่ที่จะชี้ขาดตัดสินในวันเลือกตั้งใหญ่ ฝ่ายค้านหวังแค่นี้