ที่มา มติชน
(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2554)
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อเดือนกันยายน 2549
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553
คล้ายกับการตัดสินใจรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 จะประสบผลสำเร็จ สามารถโค่นล้มรัฐบาลพรรคไทยรักไทยลงได้
เป็นชัยชนะท่ามกลางเสียงชโยโห่ร้อง
กระนั้น เมื่อปะเข้ากับแถลงการณ์ "5 ปีรัฐประหาร 1 ปี คณะนิติราษฎร์" จากอาจารย์กฎหมายเพียง 7 คนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผลพวงของรัฐประหารก็เละ
ขณะ เดียวกัน หากพิจารณาสถานการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 อย่างหาสัจจะจากสภาพความเป็นจริง ก็ต้องยอมรับว่า 90 กว่าศพ 2,000 กว่าคนที่บาดเจ็บและพิการ ร่วม 300 คนที่ถูกจับกุมขัง คือผลและความต่อเนื่องจากสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
เพราะ หากไม่มีการรัฐประหาร เพราะหากไม่มีการใช้ขบวนการตุลาการภิวัฒน์เพื่ออุ้มคนบางคนให้เป็นนายก รัฐมนตรี คงไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดง คงไม่มีการชุมนุมและคงไม่มีการปราบปราม
90 กว่าศพจึงคือความต่อเนื่องอันสัมพันธ์กับการทำรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ในความเป็นจริง สรรพสิ่งในโลกล้วนอยู่ใต้กฎแห่งการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับต่อความเป็นจริงนี้
กลุ่มคนที่เลือกกระบวนการรัฐประหาร คือ กลุ่มคนที่ปฏิเสธความเป็นจริงนี้
กฎแห่งการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงนี้ หากมองบนพื้นฐานแห่งหลักพุทธธรรมก็คือสิ่งที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท และที่เรียกว่า อิทัปปจยตา
ปฏิจจสมุปบาท การที่ธรรมทั้งหลายอาศัยกันเกิดขึ้นพร้อม 1 สภาพอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น 1 การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดขึ้น 1 การที่ทุกข์เกิดขึ้นเพราะอาศัยปัจจัยต่อเนื่องกันมา
อันมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเมื่อหยิบ อิทัปปจยตา มาพิจารณา
อิทัปปจยตา ภาวะที่มีอันนี้ อันนี้ เป็นปัจจัย 1 ความเป็นไปตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย 1 กฎที่ว่า "เมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี, เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น" 1 เป็นอีกชื่อหนึ่งของหลักปฏิจจสมุปบาท หรือ ปัจจยาการ
นักรัฐประหารคิดนึกว่า เมื่อจัดการกับ "สิ่งนี้" ทุกอย่างก็ยุติ เรียบโร้ย
แต่ ในความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ไม่ว่าสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 ไม่ว่าสถานการณ์เดือนกันยายน 2549 กลับไม่เป็นไปตามที่คิดนึกวางพิมพ์เขียวเอาไว้
เมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี ขณะเดียวกัน เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เพราะเกิดสถานการณ์เดือนมิถุนายน 2475 จึงมีสถานการณ์เดือนเมษายน 2476
และเพราะมีสถานการณ์เดือนเมษายน 2476 จึงมีสถานการณ์เดือนกันยายน 2476
ขณะเดียวกัน เพราะมีสถานการณ์เดือนมิถุนายน 2475 เพราะมีสถานการณ์เดือนกันยายน 2476 จึงได้มีสถานการณ์เดือนตุลาคม 2476
เป็นความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์และสัมพัทธ์
เพราะเกิดสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 จึงนำไปสู่สถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 เพื่อกำจัดผลพวงอันนอกเหนือความต้องการ
ขณะที่สถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 ก็นำไปสู่สถานการณ์เดือนตุลาคม 2520
เพราะมีสถานการณ์เดือนกุมภาพันธ์ 2534 จึงนำไปสู่สถานการณ์ประท้วงและปราบปรามการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2535
แล้วสถานการณ์เดือนกันยายน 2549 ก็ยืดเยื้อเรื้อรังมาตลอด 5 ปีไม่สิ้นสุด
บรรดา นักรัฐประหารคิดว่าการยึดอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 ทุกอย่างจะเรียบโร้ย การยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ทุกอย่างจะเรียบโร้ย
แต่แล้วการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนก็กำชัย หลายคนคิดว่าสถานการณ์เดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จะเรียบโร้ย
แต่แล้วการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยก็กำชัยถล่มทลาย
จากนี้จึงเห็นได้ว่า แม้รัฐประหารจะมีกองทัพเป็นปัจจัยชี้ขาดแต่ก็มิอาจทำได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ผล สะเทือนอันติดตามมาจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 กระทั่งผ่านการเลือกตั้งทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2554 ชัยชนะก็มิได้เป็นของเหล่านักรัฐประหาร
หากรัฐบาลกลับเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร