WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 7, 2011

“สุเทพ” ลั่นจะดำเนินคดี นปช. ถ้าพิมพ์หนังสือชี้แจงเหตุการณ์แล้วใช้หลักฐานไม่จริง

ที่มา ประชาไท

แจงเมื่อปี 53 เกิดการเผาเนื่องจากแกนนำสั่งผู้ชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาคนละหนึ่งลิตร แล้วโยนความผิดให้รัฐบาล ยันรัฐบาลไม่มีแรงจูงใจไปทำ เย้ยหากเชื่อแกนนำเสื้อแดง ทุกวันของชีวิตจะมีความทุกข์ เชื่อจะมีคนดำเนินคดี “พสิษฐ์” แน่ ถ้าขึ้นเวทีแดงแล้วพูดเรื่องไม่จริง พร้อมวอน “ทักษิณ” สั่งเสื้อแดงอย่าวุ่นวาย

สุเทพแจงออก "พ็อตเก็ตบุค" เนื่องจากมึคนทำให้เข้าใจผิดว่าความรุนแรงเป็นฝีมือรัฐบาล

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (7 เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะออกหนังสือใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์มาตอบ โต้กรณีที่นายสุเทพได้เปิดตัวหนังสือ “ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก” ว่ากรณีที่เกิดเหตุการณ์จลาจลเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพฯ ในปี 52 และปี 53 ได้มีคนพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้ประชาชนซึ่งลืมเหตุการณ์ไปแล้ว เข้าใจผิดในหลายกรณี ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ เช่น กรณีการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น

ชี้เกิดการเผาเนื่องจากแกนนำสั่งผู้ชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาคนละหนึ่งลิตร

และพรรคฝ่ายค้านก็พยายามเอาเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าได้ฟังคำชี้แจงของตนก็จะนึกภาพออกและเห็นข้อเท็จจริงชัดเจนว่า การก่อเหตุร้ายจลาจลวุ่นวายไม่ใช่เฉพาะเผาเซ็นทรัลเวิลด์ แต่เผาธนาคาร สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ศาลากลางจังหวัด และที่อื่นได้มีการเตรียมการกันมาโดยกลุ่มที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้ประกาศมาเป็นระยะๆ ว่าจะมีการเผาบ้านเผาเมือง ถึงขนาดสั่งให้ผู้ที่มาชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาก่อนคนละลิตรคนละขวด บอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นให้ทุกคนไปศาลากลางจังหวัด บนเวทีก็พยายามยุยงว่าถ้าเกิดเหตุอะไรก็วิ่งเข้าห้างไปหยิบฉวยสินค้าแบรนด์เนม เผาเลย เราได้เอาหลักฐานเหล่านี้มาแสดงชัดเจน

ดังนั้นจึงเอามาพูดให้ประชาชนได้ทราบ ไม่ต้องการให้มีการบิดเบือน

“เวลาคนฟังเรื่องทั้งหมดก็จะเข้าใจได้ว่าคนที่จะเผาบ้านเผาเมืองต้อง มีแรงจูงใจ เป้าหมายของคนเหล่านี้คือต้องการให้เกิดจลาจลและความวุ่นวายขึ้นในประเทศ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเจรจาต่อรองในทางการเมือง ส่วนมาโยนความผิดให้รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ทำ ประชาชนทั้งหลายโปรดไตร่ตรองดู รัฐบาลไม่มีแรงจูงใจที่จะไปทำ เพราะมีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ถ้าไม่เรียบร้อยรัฐบาลก็แย่ ทั้งนี้ ทั้งภาพที่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน วิดีโอที่ถ่ายไว้ได้ และคำให้การผู้ร่วมในเหตุการณ์ทั้งหลายก็ยิ่งชัดเจนว่ากลุ่มคนที่ได้รับการ ชี้นำ บงการจากแกนนำผู้ชุมนุมนี่แหละที่เผา ผมพร้อมที่จะเอาเรื่องนี้ไปพูดอธิบายให้ประชาชนได้ทราบ ไม่ต้องการให้มีการบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ขอให้ประชาชนได้กรุณาติดตามตรวจสอบ” นายสุเทพกล่าว

ลั่นถ้า นปช.พิมพ์หนังสือจะดำเนินคดีหากหลักฐานไม่จริง

เมื่อถามว่า นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ระบุว่ามีบางสถานศึกษาได้นำเนื้อหาบางส่วนไปบรรจุในตำราเรียนหลัก สูตร ม.3 กล่าวหาคนเสื้อแดงเผาบ้านเมือง ในเมื่อยังไม่ชัดเจนว่าใครทำกันแน่ควรจะให้มีความชัดเจนก่อนหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องหลักสูตรนี้ตนไม่ทราบจริงๆ ตอบไม่ได้ แต่เรื่องการพูดความจริงเป็นเรื่องที่สมควรต้องทำ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหมู่พี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าการใช้เรื่องนี้ตอบโต้กันไปมาจะยิ่งทำให้ปัญหาขยายใหญ่ขึ้นอีก หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า การเผาบ้านเมืองเราได้จับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย มีการสอบสวนรวบรวบพยานหลักฐานจนเพียงพอที่จะส่งฟ้อง ทางตำรวจสรุปเรื่องส่งอัยการและอัยการส่งฟ้องศาลแล้ว มีตัวตนชัดเจน ถ้าทางกลุ่ม นปช.จะพิมพ์หนังสือออกมาบ้าง หากใช้หลักฐานไม่จริงเราก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชี้หากเชื่อแกนนำเสื้อแดง ชีวิตจะมีความทุกข์ทุกวัน

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องถามทางกระทรวงศึกษาหรือไม่ เพราะหากประวัติศาสตร์มันไม่ชัดเจน ในอนาคตประชาชนอาจจะมีปัญหากันเอง นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น ตนไม่ทราบว่าข่าวนี้มาจากไหน เดี๋ยวตนเจอ รมว.ศึกษาธิการจะถามให้ เมื่อถามว่า ทาง นพ.เหวง ออกมายืนยันโดยระบุที่มาที่ไปชัดเจน นายสุเทพกล่าวว่า ถ้าพวกเราไปเชื่อนายจตุพร นายณัฐวุฒิ หรือหมอเหวง ชีวิตก็จะมีความทุกข์ทุกวัน ฟังไว้แล้วค่อยๆ กลั่นกรองหน่อย เมื่อถามว่า ในการเดินหน้าหาเสียงท่านจะใช้วีธีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึง เหตุการณ์การชุมนุมเลยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ที่จริงเรามุ่งมั่นที่จะเอานโยบายของพรรคไปบอกกับประชาชนเป็นสำคัญ แต่กรณีเราเห็นว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้คนเข้าใจผิดก็เป็น หน้าที่เราต้องชี้แจง ส่วนการนำซีดีบันทึกคำชี้แจงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองนั้น ตนไม่ได้แจกทั่วไป แต่แจกให้สมาชิกพรรคที่มาร่วมสัมมนา

ชี้นปช.ชุมนุม 10 เมษาฯ เพื่อแสดงพลัง วอนทักษิณสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าวุ่นวาย

เมื่อถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 10 เม.ย. ทางการข่าวมีความเคลื่อนไหวอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า นปช.ก็พยายามเคลื่อนไหวแสดงพลัง แต่เมื่อทุกคนมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้งก็ต้องช่วยกันดูแล อย่าให้การชุมนุมกลายเป็นเรื่องวุ่นวายผิดกฎหมาย ทำให้เสียบรรยากาศของการเตรียมตัวลงไปเลือกตั้ง

“ผมเชื่อว่าวันนี้คุณทักษิณเองก็ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นคุณทักษิณก็ต้องสั่งผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตัวเองว่าต้อง ดูแลอย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวาย” นายสุเทพกล่าว

เสนอใช้การเลือกตั้งยุติความขัดแย้ง ชี้จะมีคนดำเนินคดี “พสิษฐ์” ถ้าขึ้นเวทีแดงพูดเรื่องไม่จริง

มีผู้ถามนายสุเทพว่า เรื่องนี้ยังซัดกันนัวเช่นนี้ จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันได้อย่างไร นายสุเทพตอบว่า เรื่องการพูดจาอธิบายข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินการไป ส่วนเรื่องของการที่จะไปหาแนวทางที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยก็เป็นอีก เรื่องที่ต้องทำ วิธีที่เสนอคือใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องยุติความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงก็ แล้วกัน ทางพวกตนประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่าเลือกตั้งแพ้ชนะก็ว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกา แต่ก็ต้องขอให้ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยต้องตกลงกับประชาชนอย่างนั้นด้วยว่าเลือกตั้งแพ้ชนะแล้ว ต้องหยุด

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญจะไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดงเปิดโปงกระบวนการยุบพรรคพลังประชาชน นายสุเทพตอง่า ไม่น่ากลัวอะไรเป็นธรรมดา เขาเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาอยู่ไม่ใช่หรือ เดี๋ยวนี้เขาจะแฉอะไรก็เรื่องของเขา ถ้าพูดเรื่องไม่จริงผู้ที่เสียหายเขาก็ดำเนินคดีต่อนายพสิษฐ์ อีก ทางพรรคประชาธิปัตย์คงไม่จำเป็นต้องให้ใครไปคอยติดตามเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ใช่เรื่องของพรรคกรณีการยุบพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชนเป็นเรื่อง ที่ กกต.ดำเนินการและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดก็ต้องว่าไปตามนั้น