WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 19, 2009

สนิมเกาะ ‘นโยบาย’ รัฐบาลมาร์ค

ที่มา บางกอกทูเดย์

ได้เป็นรัฐบาลดั่งใจหวัง! สำหรับพรรคประชาธิปัตย์..เฉียด 200 วันแล้วสำหรับการขับเคลื่อนประเทศ แต่“ผลงาน” ก็ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย ตามที่แม่ทัพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี พร้อมขุนพล “ประกาศ” ไว้ตั้งแต่ต้น..การทำงานในแต่ละวันคงเป็น “บทเรียน” สอนใจให้รู้ว่าการบริหารประเทศมันไม่ใช่ “โจ๊กหมูสับ” อย่างที่ “คิด”แต่มันคือ “หมูป่าผัดเผ็ด” ทั้งเหนียว ทั้งเผ็ด แถมหายากอีกต่างหากมองไปข้างหน้า อีกเพียง 4 เดือน จะก้าวเข้าสู่ศักราช2553รัฐบาลมาร์คก็ยังต้อง “เหนื่อยหอบลิ้นห้อย” กับ “ภารกิจ”ที่ยัง “ค้างเติ่ง” สนิมเกาะอยู่อีกเพียบ!!

มีอะไรบ้าง? ทวนความจำกันสักหน่อย...การฟื้นฟูวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติการเมือง!! เรื่องนี้รัฐบาลมาร์คประกาศจะดำเนินการในปีแรก เพื่อชี้วัดศักยภาพรัฐบาล..โดยรัฐบาลแบ่งนโยบายเร่งด่วนออกเป็น 4 ด้านใหญ่ๆคือ (1) การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ภาคประชาชนและเอกชนในการลงทุนและการบริโภค (2) การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน(3) การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และ (4) การจัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจและคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลมาร์ค คือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีการวางยุทธวิธีอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไม่ยั้ง!! กระทั่ง “คลัง” ต้องระดม “งบประมาณ” กันจ้าละหวั่นสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในภาวะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง”กันทั้งเมือง..การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับชาวบ้านในเรื่องการลดรายจ่ายอาทิ การเพิ่มรายได้ การแก้ไขปัญหาว่างงาน การประกันราคาผลผลิตการเกษตร การควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเชื้อเพลิง และการบริการ ฯลฯ ทุกนโยบายยัง “คาราคาซัง”ไร้เป้าหมายการสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติและการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เวลานี้ปัญหาก็ยัง “คุกรุ่น” แถมแบ่งแยกออกเป็นหลายสีหลายพวก ที่มากกว่าแดงกับเหลืองปัญหาความแตกแยกเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีการบ่มเพาะจนกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทย หากรัฐบาลจะ “สะสาง” ชำระล้างความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างกันนั้นมันไม่ใช่เรื่องยาก!! เพียงแต่ต้อง “ยุติธรรม”คดีเหลือง–แดง ต้อง “สะสาง” ไปตามกฎหมาย ไม่ใช่กำจัดแดงให้สิ้นซากและเหลือเหลืองไว้ฝ่ายเดียวเพื่อเป็นการยุติความขัดแย้งประชาธิปัตย์ต้องเป็นรัฐบาลมือสะอาด ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ส่อว่าคิดจะทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องนี้รัฐบาลมาร์คส่อแวว“ล่มไม่เป็นท่า”

ตั้งแต่หยิบเอาความสามารถ “กษิต ภิรมย์” มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ..แถมมีกลิ่นฉาวเรื่องคาวๆ ของโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีขุนพลพรรคประชาธิปัตย์เป็นทั้งตัวเสิร์ฟ ตัวตบ เรียกว่าเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแค่พรรคเดียวไม่นับรวมกระทรวงที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะมีกลิ่นฉาวคาวคลุ้งเรื่องคอร์รัปชั่น อาทิโครงการรถเมล์ 4,000 คันภายใต้การ “ผลักดัน ”อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูของ “โสภณ ซารัมย์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหน้าคะมำหงาย! ไปหลายตลบ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการ“ความโปร่งใส”ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน! ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะ“ขับเอ็นจีวี 4,000 คัน” พุ่งเข้าชนคณะรัฐมนตรี เพื่อขอทางวิ่งเมล์โดยสารอภิสิทธิ์ต้องจับตาเป็นพิเศษ! ว่ากันว่า “ซารัมย์” อาจกลายเป็น“ซาเล้ง” เพราะคนวางแผนจะ “กินรวบ” แต่เพียงผู้เดียว..ประชุม ครม.นัดหน้า ไม่แน่อาจฉลุย!! เพราะรายการ “กินแบ่ง”เริ่มลงตัวจับตา!! ต่อไป “รัฐบาลมาร์ค” จะ “มือสะอาด” ได้อย่าง“ลมปาก” หรือไม่??คะแนนนิยมท่วมท้น! เมื่อแรกเริ่มที่รัฐบาลมาร์คขึ้นแท่น “บริหาร”มิใช่ “มาตรวัดศักยภาพ” เพราะโดยปกติทั่วไป ผู้นำทุกประเทศในโลกจะได้คะแนนนิยมจากการสำรวจของสำนักโพลต่างๆอยู่ในเกณฑ์สูงหรือค่อนข้างสูงทั้งนี้ เพราะผลสำรวจมาจากความหวังว่า รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแต่เมื่อบริห ารประเทศไปนานๆ คะแนนนิยมจะค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆเพราะการทำงานย่อมมีอุปสรรค ปัญหา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาระดับชาติท่ามกลางพลเมืองของประเทศหลายล้านคนยิ่งรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ! เข้ามาด้วยบารมีมิใช่ความสามารถความเหมาะสม..ประเทศชาติยิ่ง วิ่งถอยหลังลงเหว หรือหากเจอประเภท มั่วนิ่มทำงาน ล้วงลูกเพื่อตอบแทนบุญคุณ ทำผิดแต่บอกว่าถูก อย่างนี้ “ลาตาย” เลยดีกว่าเอาเป็นว่า “ลมปาก” ที่รัฐบาลมาร์ค “พ่น” ไว้..เอาให้เป็นจริงเผื่อมันจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้ประชาชนได้ “แฮปปี้” กันถ้วนหน้า■