WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 2, 2009

“ทฤษฎีสมคบคิด” : หายนะของชาติ – ตัวตลกของประชาคมโลก!!!

ที่มา ประชาไท

77 ปี ที่ระบอบประชาธิปไตยได้สถาปนาขึ้นในประเทศนี้ ผ่านประสบการณ์ความเลวร้ายมาทุกรูปแบบ แต่ไม่เคยมีครั้งใด ที่รัฐบาลภายใต้ผู้นำที่ได้ประกาศชัดเจนว่าเขาเป็น “นักประชาธิปไตย” (นายอภิสิทธิ์เปิดใจในเว็บไซต์ของเขา และปาฐกถาที่ St. John’s College Oxford, หัวข้อ "Taking on the Challenges of Democracy" ว่าเขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ - เขาประทับใจในเหตุการณ์ 14 ตุลา...รัฐบาลของเขาจะเคารพในหลักการว่าด้วยเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน) แต่วันนี้ รัฐบาลของเขากลับใช้วิธีการ ”สมรู้ร่วมคิดกันทำลายชาติ” ด้วยการ “ปิดกั้นเสรีภาพ - บิดเบือนการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และครอบงำประชาชน” ชัดเจนที่สุดคือรายการวิจารณ์การเมืองบนสื่อโทรทัศน์ (โดยเฉพาะช่องหอยม่วง) ทั้งผู้ดำเนินรายการ – ผู้ร่วมรายการ ล้วนมาจากขบวนการ “พันธมิตรสื่อกู้ชาติ”, โดยมีผลตอบแทนเป็นการเพิกเฉย – ซื้อเวลาใน “คดีเสื้อเหลือง” และ “งบประมาณค่าโฆษณา” โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล.?

ถ้าวันนี้สังคมยังไม่เลอะเลือน ย่อมรู้ว่า ตลอดเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา ขบวนการพันธมิตรสื่อกู้ชาติ ได้ทำให้วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองขยายวงออกไป จนเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรงได้ตลอดเวลา แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์กลับตอกย้ำขั้วความขัดแย้งให้ร้าวลึกหนักขึ้นไปอีก โดยสมคบคิดกับสื่อล้างสมอง - ขบวนการพันธมิตรสื่อกู้ชาติ จนมองเป็นอื่นไม่ได้ว่า “รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็คือเนื้อเดียวกับ พันธมิตรสื่อกู้ชาติ” นั้นเอง.!!!

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคของ “สีเหลือง - สีแดง”, แต่มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วในอดีต แต่มันเป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างระบอบเผด็จการ กับระบอบประชาธิปไตย, เป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างทุนนิยม กับคอมมิวนิสต์ และเป็น (เพียง) ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อ ที่แตกต่างกัน.

“จุดเปราะบางที่สุด” ของสังคมไทย คือ “ความเชื่อ - สองขั้วแนวคิด” ที่แตกต่างกัน ; ขั้วแรกเป็น ความเชื่อแบบงมงาย จากความไม่รู้ กลายเป็นความกลัว พัฒนาการเป็นความเชื่อ, ขั้วที่สองเป็นความเชื่อแบบ ใช้หลักเหตุผล มีอิสระที่จะคิดได้ด้วยตนเอง แต่ตลอดเวลาทั้งสองความเชื่อต่างพยายามปรับตัว เข้าหากัน - ตั้งอยู่บนจิตเจตนาอดทนอดกลั้น และการประนีประนอม (อาจเป็นเพราะความเป็นพุทธศาสนิกชน.?) มากกว่าจะพยายามกำจัดความเชื่อที่ต่างกันออกไป, เพราะทั้ง 2 ด้านของความเชื่อ นั้น - ตั้งอยู่บน “ความเป็นจริง” ของเรื่องเดียวกัน.

“ความขัดแย้ง” ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ - เกิดจากการรวมหัวกันสร้าง “ทฤษฎีสมคบคิด” (Conspiracy Theory) โดยมี “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ร่วมกับ “นักวิชาการ”(บางส่วน) ร่วมกันออกอุบาย โดยนำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ มาแต่งเติมปะติดปะต่อกัน โดยมีเป้าหมายเดียว คือ เพื่อโจมตีให้ร้าย “ทักษิณ” และฝ่ายคนเสื้อแดง - เริ่มจาก “ทำบุญประเทศไทย - ทำบุญวัดพระแก้ว” – “ถวายฎีกาขอนายกฯ พระราชทาน” – “เรียกร้องให้ทหารยึดอำนาจ” – “ปฏิญญาฟินแลนด์” - “ระบอบทักษิณ – ทุนสามานย์” – “รัฐบาลหุ่นเชิด ขายชาติ” - “ลูกจีนกู้ชาติ” – “กรณีเขาพระวิหาร”...สุดท้ายผู้คนจำนวนหนึ่งกลายเป็นเหยื่อของธุรกิจสื่อกู้ชาติ และกลายเป็นเหยื่อ - หลงเชื่อแบบงมงาย.!!!

แม้แต่ “คำสอนในพระพุทธศาสนา” ยังถูกยกมาแอบอ้างอวดอ้าง ว่าตนเองเป็นผู้ยึดมั่นในหลักธรรม มีธรรมเป็นใหญ่ – มีธรรมนำหน้า, เพื่อสนับสนุน “วาทกรรม” ของตัวเองให้ดูน่าเลื่อมใส – น่าเชื่อถือ พร้อมกับให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นฝ่ายอธรรม เป็นพวกมารร้าย.

“สถาบันพระมหากษัตริย์” ถูกดึงมากล่าวแอบอ้างพาดพิง ถูกโยงเข้าหาทุกเรื่อง เช่นกรณีถวายฎีกาขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7, กระทั่งยุให้ทหารทำการรัฐประหารก็ยังอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์, โจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าไม่จงรักภักดี ถึงขนาดป้ายสีว่า “ทักษิณ” จะสถาปนาตั้งราชวงศ์ใหม่ ก็ยังกล้ากล่าวถึง (หนังสือ “ขบวนการล้มเจ้า” คือ ผลงานล่าสุด).

แกนนำ “พันธมิตรสื่อกู้ชาติ” อ้างหลักการว่า : “...ใคร ๆ พูดว่า “สื่อ” เปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนภาพสังคม แต่สำหรับผมไม่ใช่ – “สื่อของผม” เปรียบดังตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่ในสังคมที่มืดมิด..ให้เห็น ความชั่วร้ายในสังคม” แต่ตะเกียงที่ส่องสว่างกลับกลายเป็นการบิดเบือน โจมตี (พูดคำโกหกคำ) ทุกวัน (ทุกชั่วโมง) โดยผ่านสื่อเครือข่าย – ผู้บริโภคย่อมเชื่อไปตามนั้น โดยไม่คิดที่จะตั้งคำถาม หรือหาคำตอบ ว่าเป็นอย่างไร เพราะได้เสพสิ่งเสพติดล้างสมองไปเรียบร้อยแล้ว.

การ “สมคบคิดกัน” วางแผน เพื่อสร้างความขัดแย้งขึ้นในชาติ – โดยการเอาเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติมาเป็นองค์ประกอบแห่งความขัดแย้ง มันเป็นการสร้างหายนะให้กับชาติของตัวเอง มันเป็นเจตนาที่เลวร้าย - ชั่วร้ายสุดสุด.!!!

เหล่านักฉวยโอกาส (รัฐบาลอภิสิทธิ์ กับสื่อกู้ชาติ) ได้ใช้ “ทฤษฎีสมคบคิด” ทำลายเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของชาติ เอาความเชื่อเรื่องอุดมการณ์รักชาติ, เอาความศรัทธาในพระพุทธศาสนา, เอาความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ “มาปั้นแต่งสร้างเรื่องบิดเบือน จนทำให้จิตสำนึกความรักชาติ กลายเป็นความคลั่งชาติ ในที่สุด. การดึงเอาสถาบันหลักของชาติ มาผูกโยง - บิดเบือน คือความจงใจทำให้สังคมขาดสติ หลงทาง อยู่ในวังวนแห่งความไม่รู้ จนกลายเป็นความขัดแย้งในทุกมิติของสังคม.

ความเป็น “ชาติไทย” ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ
1) ชาติ ; พื้นที่, อธิปไตย, ประชาชน
2) ศาสนา ; หลักศีลธรรม – จริยธรรม
3) พระมหากษัตริย์ ; ประมุขของรัฐชาติ

สามสถาบันของความเป็นชาติไทย จะธำรงอยู่ได้ ต้องมีความสัมพันธ์ - เกื้อกูลกันอย่างไร?
“ขอบเขตความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถาบัน” อยู่ตรงไหน?
“ลำดับความสำคัญของแต่ละสถาบัน” คืออะไร?

สังคมไทยต้องใช้ “สติปัญญา” แยกแยะให้ออก (หยุดหลงเชื่อนักฉวยโอกาส) หนุนเนื่องให้สถาบันหลัก ของชาติ ธำรงอยู่ด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรี นั่นคือภารกิจที่แท้จริง - ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติไทย.