WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 19, 2011

ล้วงตับทักษิณ ทนายโกง กว่า2.9พันล้าน

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 มี.ค. อ้างข่าวจากเว็บไซต์ "เตหะราน ไทม์ส"
และหนังสือพิมพ์ "เอมารัต อัล โยอุม" ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
ที่รายงานเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
ในฐานะเจ้าของบริษัท "ยูเค สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนต์ ลิมิเต็ด" (ยูเคเอสไอแอล)
ได้ยื่นฟ้องทนายความชาวดูไบ
ซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการบริษัทและหุ้นส่วนของบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่ง
ในข้อหายักยอกเงินจากบัญชีของตน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้ต้องหา
ซึ่งเบื้องต้นข่าวไม่มีการระบุชื่อ
ต้องจ่ายเงินค่าชดใช้ความเสียหายเป็นเงินถึง 441 ล้านดีแรมยูเออี
(ประมาณ 119 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,570 ล้านบาท)

ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานในวันเดียวกัน เปิดเผยชื่อผู้ต้องหาในคดีนี้ว่าคือ
นายคาลีด อัล-มูไฮรี ทนายความชาวดูไบ วัย 45 ปี
ที่ขึ้นให้การต่อศาลดูไบในสหรัฐอาหรับ–เอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.
ในข้อหายักยอกเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย
อย่างไรก็ตาม นายอัล-มูไฮรี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า
นายอัล-มูไฮรี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของบริษัทแห่งหนึ่งในดูไบถูกตั้งข้อหาใช้อำนาจหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมายในทางมิชอบ พยายามฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสาร
หลังอัยการกล่าวหาว่าเขาขโมยเงินจากบัญชีธนาคารของบุคคลที่ 3
ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้ บริษัทของเขาดูแลด้านกฎหมาย ใน พ.ศ.2552 ถึง 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
(ประมาณ 3,870 ล้านบาท) และในจำนวนนั้นเป็นเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ 97 ล้านดอลลาร์
(ประมาณ 2,910 ล้านบาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้จากการขายสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เรือใบสีฟ้า"

สำหรับดีลสนั่นโลกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย
เข้าซื้อหุ้นของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้"เรือใบสีฟ้า" ทีมดังในพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น
เกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. พ.ศ.2550 โดยมอบหมายให้บริษัทยูเค สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนต์ส
ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทน เข้าเจรจากับบอร์ดบริหารของทางสโมสรในขณะนั้น
ด้วยการเข้าซื้อหุ้นจำนวน 54 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงิน 21.6 ล้านปอนด์
ซึ่งคิดเป็น 55.9 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
รวมทั้งต้องจ่ายเงินสดอีกจำนวนหนึ่งรวม 60 ล้านปอนด์
เพื่อชำระหนี้สินของสโมสร รวมเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 81.6 ล้านปอนด์
หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น
ในการเข้าถือหุ้นใหญ่ของสโมสร และจากนั้นก็ได้ซื้อหุ้นที่เหลือจากผู้ถือหุ้น
โดยรวบรวมหุ้นทั้งหมดได้รวม 75 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นการเข้าควบคุมสโมสรอย่างเด็ดขาด
พร้อมขึ้นเป็นประธานสโมสรอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งจากการที่เข้าบริหารงานอย่างอิสระ
ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณแต่งตั้งและเปิดตัวสเวน โกรัน อีริคสัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ
เป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ก.ค.2550 ตามที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตาม
แม้การซื้อสโมสรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนั้นจะได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารเดิมของแมนฯ ซิตี้
รวมทั้งคีธ แฮร์ริส ประธานบริหารซีย์มัวร์ เพียร์ซ อินเวสต์เมนต์ แบงก์ โบรกเกอร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
จะยืนยันว่าเงินที่ใช้ซื้อสโมสรครั้งนี้เป็นเงินที่สะอาดไม่เกี่ยวข้องกับที่ถูกอายัดทรัพย์ก่อนหน้านี้
แต่ พ.ต.ท.ทักษิณยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีการตัดสินคดีในเมืองไทย มีการยึดทรัพย์
ทำให้ภาวะทางการเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ฝืดเคือง
ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารงานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ประกอบกับกระแสต่อต้านของแฟนบอลในอังกฤษ
ที่กดดันให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติและความเหมาะสม

ในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ลาออกจากประธานบริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พ.ศ.2551 และได้มีการเจรจากับอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป ฟอร์ ดีเวล
–ลอปเมนต์ (ADUG) อันเป็นกลุ่มทุนทางธุรกิจจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นำโดย ดร.สุไลมาน อัล ฟาริม ประธานกลุ่ม เพื่อขายหุ้นสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ก่อนบรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พ.ศ.2551
โดยข้อตกลงในการซื้อขายครั้งนี้เชื่อว่าสูงถึง 150 ล้านปอนด์ หรือกว่า 9,000 ล้านบาท
ในช่วงเวลานั้น เท่ากับว่าในระยะเวลาที่เข้ายึดครองสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เป็นเวลาประมาณ 15 เดือน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สามารถทำกำไรได้จากธุรกิจนี้ราว 3,000 ล้านบาท


http://www.thairath.co.th/content/pol/157042