ที่มา ประชาไท
ชีวิตผู้คนที่ร่วงรายแล้วรายเล่า ทำให้หลายคนใช้ลมหายใจอยู่เพื่อคิด และเพื่อทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่สำหรับภาคประชาชน สื่อ ข้อเรียกร้องทั้งหมดไม่ได้กดดันไปที่รัฐบาล ราวกับรัฐบาลไม่ผิด คนยิงไม่ผิด คนถูกยิงผิด หรือไม่ก็เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลถูกกระทำให้เป็นต้องกระทำแบบนั้น
ใครก็คิด ผมก็คิด คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ติดยศ ‘ทรราชย์’ ในฐานะบุคคลสาธารณะ และติดคำนำหน้า ‘ฆาตกร’ ในฐานะปัจเจกไปแล้ว เคยแสดงตัวที่จะปรองดองโดยลำพัง กระนั้นเขาก็แสดงให้เห็นว่า ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากเพียงใด จากฝ่ายผู้สนับสนุนเขา ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชิปไตย กลุ่มคนหลากสี รวมทั้งเขาเองก็แคร์กับกัลยาณมิตรของเขาในซีกฝ่ายสื่อและองค์กรเอกชน
แต่ทั้งหมดนั้นล้มเหลว คนยังตายเป็นใบไม้ร่วง
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่อภิสิทธิ์แล้ว แต่อยู่ที่คน ผู้คน หน่วยงาน องค์กร ภาคประชาชนและสื่อ ที่ยังคงเห็นถึงความจำเป็นและการมีอยู่ของอภิสิทธิ์ ในนามความถูกต้องที่อุปโลกขึ้น ไม่ว่าในมิติทางจริยธรรม การปกครอง ความถูกต้อง หรือกฎหมาย และใช้เหตุผลเหล่านี้กดดันให้รัฐบาลต้องจัดการ ปราบปราบ กระทั่งฆ่า ผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง
ไม่ว่าในมิติทางจริยธรรม การปกครอง ความถูกต้อง หรือกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ ถึงที่สุดล้วนเป็นมายาคติ มันไม่มีความหมายและมีคุณค่าอีกต่อไปหากประชาชนไม่ยอมรับ กฎหมายไม่เป็นกฎหมายอีกต่อไป เพราะคนได้เอาชีวิตของเขา สิ่งสำคัญที่สุดในการมีอยู่ของโลกเข้าแลก
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตผู้คนที่ออกมาชุมนุมและต่อสู้อีกแล้ว เมื่อคนจำนวนมากพร้อมจะสู้และหลายคนพร้อมจะตาย ไม่มีกฎหมายและความถูกต้องใดๆ จะถูกต้องและจริงแท้มากไปกว่าชีวิตผู้คนอีกแล้ว
สังคมมาผิดทาง เราไม่อาจจะเรียกร้องกร่นด่า ผู้ชุมนุม และไม่อาจจะเรียกร้องกดด่าอภิสิทธิ์ อีกแล้ว
ถึงเวลาแล้ว เราต้องกดดัน เรียกร้อง ต่อ ‘ผู้สนับสนุน’ รัฐบาลอภิสิทธิ์ และประณามผู้ไม่ยอมเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์รับผิดชอบในฐานะทรราชย์และฆาตกร
หยุดมือเปื้อนเลือด หยุดสนับสนุนฆาตกร เดี๋ยวนี้
ในห้วงคิด และในความพยายามหยุดยั้งการฆ่า
เราควรจะได้บันทึกทุกอย่าง ทุกรอยเลือด และทุกใบอนุญาตฆ่า ไม่ว่าจะโดยทางตรงและทางอ้อม