WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 25, 2008

โปรดเกล้าฯ “เสรีพิศุทธ์” พ้นเก้าอี้ผบ.ตร.แล้ว พร้อมตั้ง “ลิขิต” สอบหมิ่นเบื้องสูง

“สมัคร” ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ พ.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”พ้นตำแหน่งแล้ว ขณะที่ ผบ.ชน.รับช่วงตั้งคณะทำงานสอบสวนดำเนินคดีอาญา ม.112 ทันที

ทั้งนี้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถูกกล่าวหาหมิ่นเบื้องสูงแล้ว พร้อมเซ็นคำสั่ง บช.น.ที่ 191/2551 แต่งตั้งให้ พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้า และมีพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมทำคดีด้วย 18 นาย แต่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาสอบสวน เพียงจะต้องสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เร็วที่สุด

โดย พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ไม่หนักใจอะไรที่จะต้องทำคดีนี้ เพราะทำไปตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ซึ่งอะไรเป็นสิ่งถูกต้องต้องว่าไปตามนั้น ไม่มีการบิดพลิ้ว ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งมีหลายอย่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งรวมกันมา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าคำสั่งข้างต้น เป็นผลจากหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ที่ รล 0001.1/9773 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม เรื่องให้ข้าราชการตำรวจพ้นตำแหน่ง เรียนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยอ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลับมากที่ นร.0508/2126 วันที่ 9 เมษายน 2551โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ตามที่แจ้งรายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้นำความกราบบังคับทูลพระกรุณา เรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2551 เนื่องจากถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และถูกตั้งกรรมการสอบสวน ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 11ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ความแจ้งอยู่แล้วนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งตามที่เสนอไป ลงชื่อ โดย นายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ

นอกจากนี้ นายสมัคร สนุทรเวช นายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแล้วด้วย พร้อมออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 23 พฤษภาคม เรื่องให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่ง โดยสาระสำคัญระบุว่า ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 73/2551 ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบนำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง และได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2551

สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถูกนายสมัครมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง โดยให้นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานสอบสวน กรณีถูกกล่าวหากรณีเช่ารถบรรทุกและรถตู้โดยสาร ซึ่งใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 9.8 พันล้านบาท ส่อไปในทางมิชอบ 2.กรณีถูกกล่าวหาใช้ถ้อยคำมิบังควร "ควายหรือเปล่า" ในการขอให้งดแข่งขันกีฬาภายใน ตร.และกรณีออกคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.ตำแหน่ง ผกก.ฝ่ายปฏิบัติการที่ 1-10 ในสังกัดกองบัญชาการการตำรวจสอบสวนกลาง โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และล่าสุดกรณีถูกกล่าวหามีการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกอันไม่เหมาะสมและมิบังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หลายเรื่อง

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังให้สำนักนายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวนดำเนินการกล่าวหากรณีมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่ามีพฤติการณ์และการกระทำอันอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ บช.น.กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ในขณะนี้ โดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ระบุว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี"