WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 17, 2008

‘ ยุ บ พ ร ร ค ’ จะเน่าไหม..?

หากเปรียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เป็นพระเอกนำในละครเรื่อง “ความเป็นไปของการเมืองไทยสู่อนาคต” โดยพระรองและตัวร้ายเป็นบรรดาพรรคการเมือง และประชาชนทั้งประเทศเป็นคนดูต้องยอมรับว่า ละครเรื่องนี้มีครบทุกอรรถรส ตื่นเต้นทุกฉาก และต้องห้ามคนที่เป็นโรคหัวใจดูเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการช็อกซีนีม่าได้เนื่องจากทุกฉากทุกตอน “เชือดเฉือน หักมุม”กันตลอดเวลา และด้วยความไม่แน่นอนของสถานการณ์ปัจจุบัน ยังส่งผลให้มิมีผู้ใด “ฟันธง” ตอบจบของเรื่องได้นับเนื่องตั้งแต่วันเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50 ผ่านไป หลายคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ “กกต.” ว่าช้าเป็นเต่าเพราะไม่มีผลงานใบเหลือง-ใบแดงออกมาสักทีจนส่อว่างานนี้ คงได้ปล่อย “ผีไปสิงสภา” ตึม...และกระแสดังกล่าว ยังได้ลุกลามไปก่อเป็นปัญหารุนแรง ถึงขั้นเกิดรอยร้าวภายใน กกต. ทำให้บางคนเกือบถอดใจลาออก..แต่…เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 1 เดือน สถานการณ์เกิดพลิกผันกกต. แจก “อั่งเปา” ก่อนตรุษจีน ทั้งเหลือง ทั้งแดงว่อนไปหมด รวมเบ็ดเสร็จแล้วน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 24 ใบ ถือว่าทำลายยอดที่กะเกณฑ์ไว้ว่าไม่น่าเกินจำนวนนี้เพราะหากแจกเกิน ย่อมมีผลต่อการเปิดประชุมสภาครั้งแรก ในวันที่ 21 ม.ค.51
เนื่องจากตามกฎหมาย จะเปิดประชุมสภาครั้งแรกได้ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ขององค์ประชุม นั่นก็หมายความว่ากกต. ต้องประกาศรับรองผล ส.ส. เพื่อเสิร์ฟเข้าสภาได้ไม่น้อยกว่า 456 คน จาก ส.ส. ทั้งหมด 480 คน...ดังนั้น ปัญหาการรับรอง ส.ส. ที่เคยมั่นใจหนักหนาก่อนหน้านี้ ว่าทันก่อนเปิดประชุมสภาแน่ จึงพลิกกลายเป็นว่าอาจต้องเร่งรับรองสำนวน ส.ส. ให้ครบไปก่อน-สอยทีหลัง“ปล่อยผีให้เริงร่า” ก่อนจับลงหม้อถ่วงน้ำและประเด็นหักมุมที่ระทึกใจสุดๆ ตื่นเต้นสุดๆ คงไม่พ้น“กรณียุบพรรค”ที่ไม่น่าเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคที่ต้องถูกตรวจสอบเชื่อมโยงความผิด ไปถึงสถานภาพพรรคการเมืองแล้วถึง 2 พรรคคือ พรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย...เพราะ “กรรมการบริหารพรรค” เกิด “แจ๊กพอต” ได้ใบแดงดังนั้น จากสำนวนร้องเรียนธรรมดาๆ ก็กลายเป็นสำนวนพิเศษและหากตรวจสอบความผิดถึงพรรค “โทษสูงสุด”คือ “ถูกยุบหายไปจากสารบบการเมืองไทย” ตกชะตาเดียวกับ “พรรคไทยรักไทย” ในอดีตก่อนหน้านี้คงไม่มีใครคาดเดาว่า 2 พรรคนี้จะเป็นม้ามืดตีนปลายถูกตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนชิงหน้า “พรรคพลังประชาชน” ที่มีพฤติกรรมส่อ “ยุบหนอ ยุบหนอ” มาโดยตลอด
ซึ่งการเดินพัน “ยุบพรรค” ครั้งนี้ หากจะต้องประสบเคราะห์สูญเสียพรรคไปจริงๆ พรรคชาติไทยย่อมเสียหายมากมหาศาล กว่าพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่เพิ่งเกิดใหม่ส่วนเรื่องหักมุมต่อไปนี้ “ขอบอก..! ห้ามกะพริบตา”เป็นอันขาดเพราะเพิ่งรวบรวมผู้รอดชีวิตจาก “ยุบพรรค”มาอาศัยพรรคใหม่ได้ไม่นาน ก็โดนจ่อ “ยุบหนอ ยุบหนอ”ให้ได้เสียวจากสำนวนร้องเรียนซื้อเสียงที่ จ.เชียงราย ของ “นายยงยุทธ ติยะไพรัช” รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 ต้องขอบอกว่ามีสารพัดปัญหาจิปาถะกวนใจ จนแล้วจนรอดก็ยังสรุปไม่ได้
เพราะมีการถ่วงเวลากันไปมา ทั้งยังมีการเปลี่ยนคณะสอบสวนจากตำรวจเป็นสันติบาล จากสันติบาลมาเป็นคณะอนุกรรมการสอบสวน ที่มีอดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ “นายสุวิทย์ ธีระพงษ์” เป็นประธานแต่ยังไม่ทันได้ลงพื้นที่สอบสวนเพิ่มเติม กลับเกิดพลิกล็อก คู่กรณี คือ “นายวิจิตร ยอดสุวรรณ” ผู้สมัครส.ส.พรรคชาติไทย เขต 3 เชียงราย กลับลำถอนฟ้องเอาดื้อๆอ้างเหตุเพื่อความสมานฉันท์เล่นหักกันอย่างนี้ เสียววูบบอกไม่ถูกแต่ฟังไปฟังมาก็นึกขำ โถ.. “การเมืองไทยก็แค่เนี้ยะ”...ประโยชน์มา ปัญหาหายจ้อย..ไม่ต่างอะไรกับ “ละครน้ำเน่า”แต่ก็ยังเชื่อว่า ตอนจบของ “ละครน้ำเน่า” เรื่องนี้ น่าจะมีพลิกล็อกอีกแน่แต่จะได้รับเสียง “ปรบมือ” หรือ “โห่ไล่” เป็นรางวัลเท่านั้นเอง..?