WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 19, 2009

ตอกฝาโลงสื่อตื่นUFO สแกนกรรมทำชั่วแล้วเฉย

ที่มา Thai E-News



ต้นตอข่าวUFO-การจัดงานประติมากรรมช้างที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อเย็นวันที่ 16 พอเปิดงานเสร็จมีการปล่อยลูกโป่งผูกกับแท่งสะท้อนแสงกว่าสี่สิบลูก ทำให้สื่อไทยรายงานว่ามีUFOปรากฎตัวเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ แต่พอเจ้าภาพจัดงานออกมาเฉลยแล้ว สื่อไทยก็เงียบเหมือนหลายๆกรณีที่ผ่านมา


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ข่าววิทยุ จส.100
18 ธันวาคม 2552

หลังจากสื่อมวลชนไทยแทบทุกสำนักทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS รายงานข่าวว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาราว 17.15 น. ประชาชนแตกตื่นกับการมองเห็นวัตถุสะท้อนแสงบนท้องฟ้า และเรียกปรากฎการณ์นี้ว่าUFOบุกกรุงบ้าง บ้างก็ว่าวัตถุประหลาดบ้าง แต่ต่อมาก็ไม่มีการนำเสนอข่าวต่อเนื่องว่าเป็นวัตถุอะไร ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมากได้เขียนลงในกระดานสนทนาห้องหว้ากอ เวบพันทิปว่า เป็นลูกโป่งสะท้อนแสงจากการเปิดงานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ก็ไม่มีสื่อใดนำเสนอข่าวนี้เลย



สื่อมวลชนไทยรายงานข่าวว่าในช่วงราว17.15 วันที่ 16 ธ.ค.พบวัตถุประหลาดเรืองแสงจำนวน 40 แท่งลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ ขณะที่พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์เฉลยว่า เป็นลูกโป่งสะท้อนแสงใช้เปิดงานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และเสียดสีว่าสื่อมวลชนไทยไม่มีการตรวจสอบความจริงก่อนการนำเสนอข่าว(ภาพ:INN)

แม้กระทั่งวิทยุจส.100 ได้สัมภาษณ์นายศกร ทวีสิน ผู้จัดการอาวุโสประชาสัมพันธ์ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)เมื่อช่วงเช้าวานนี้(17ธ.ค.) เฉลยว่า วัตถุประหลาดบนท้องฟ้านั้นเป็นการทำประชาสัมพันธ์ของห้างเซ็นทรัลเอง โดยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทไทยเบฟเวอเรต ได้มอบประติมากรรมรูปช้างคู่โลกร้อน ให้กับทางบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด มหาชน

"โดยในพิธีเปิด บริษัทได้ทำเป็นกล่องของขวัญ ภายในลูกโป่งรูปแท่งสีขาว และสีเขียว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว ผูกเป็นห่อ 10 แถว แถวละ 5 ลูก ซึ่งก็เหมือนกับการปล่อยลูกโป่งเปิดงานตามปกติ แต่ด้วยสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว ลมดันลูกโป่งลอยขึ้นไปสูงกว่าปกติ และไปสะท้อนกับแสงอาทิตย์ จึงทำให้มีประชาชนมองเห็นเป็นวัตถุประหลาดสะท้อนแสงตามที่เป็นข่าว"

อย่างไรก็ตามกระทั่งวันนี้นอกจากจส.100ที่พยายามแสวงหาความจริงนำเสนอแล้ว ก็ยังไม่สื่อมวลชนไทยรายใดนำเสนอข่าวที่ถูกต้องไปยังประชาชน ทั้งที่การนำเสนอข่าวในวันแรกเป็นไปด้วยความตื่นเต้น พาดหัวหวือหวา นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง

เปิดโปงพฤติการณ์เสนอข่าวผิดๆแล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆของสื่อไทย

นี่ไม่ใช่หนแรกที่สื่อกระแสหลักมีพฤติการณ์ทำนองนี้ เมื่อไวๆนี้สื่อกระแสหลักนำเสนอข่าวว่าตำรวจเชียงใหม่จับการ์ดเสื้อแดงพร้อมระเบิดปิงปอง6,000ลูกไว้ก่อเหตุช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่พอพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นเพียงประทัด สื่อก็เงียบเฉย

ช่วงก่อนนั้นสื่อไทยรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์TIMES ONLINEหมิ่นสถาบันฯ พอTIMESเปิดเผยคำสัมภาษณ์อย่างละเอียดว่าทักษิณไม่ได้หมิ่นฯเลย แต่กลับแสดงจงรักภักดี สื่อไทยก็ไม่ได้แก้ไขข่าวใดๆ

ช่วงเสื้อแดงประท้วงตอนสงกรานต์ สื่อไทยเสนอว่าชาวบ้านแฟลตดินแดงทนเสื้อแดงประท้วงไม่ไหว จึงจิกหัวผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งลากไปกับพื้น ต่อมามีการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดที่แฟลตดินแดง แต่เกิดแถวถนนเพชรบุรี และชายที่จิกหัวผู้หญิงก็เป็นการ์ดพันธมิตรรายหนึ่ง เมื่อหญิงคนดังกล่าวไปแถลงเรียกร้องความเป็นธรรมที่สภา ผู้สื่อข่าวก็พิพากษาว่ามาผิดที่ ต้องไปแจ้งความที่โรงพัก

ต่อมาสมาคมผู้สื่อข่าวยังมอบรางวัลภาพข่าวยอดเยี่ยมประจำปีให้กับไทยรัฐกรณีจิกหัวผู้ประท้วงหญิงเสื้อแดง โดยไร้สำนึกว่าสื่อนำเสนอข่าวผิด

รวมไปถึงการที่สื่อเครือเนชั่นนำเสนอข่าวสนามบินสุวรรณภูมิมีรอยร้าว อ้างว่าเป็นการทุจริตของทักษิณ สมาคมนักข่าวก็มอบรางวัลข่าวยอดเยี่ยมให้ ในเวลาต่อมาพบว่าเป็นข่าวเท็จเท่านั้น แต่ก็ไม่มีการถอนรางวัลใดๆ

ย้อนดูการรายงานข่าวเมื่อค่ำวันที่16ธันวาคมของสื่อ

ทั้งนี้สื่อมวลชนไทยจำนวนมากรายงานข่าวช่วงค่ำวันที่16 อย่างตื่นเต้น ซึ่งรวมทั้งข่าวภาคค่ำโทรทัศน์ช่อง 3 ข่าวภาคค่ำช่อง 11 รวมทั้งสำนักข่าวINNที่แจ้งข่าวผ่านSMSรายงานข่าวตรงกันทำนองว่าในเวลาราว17.150น.วานนี้ คนกรุงเทพฯในหลายจุด เช่น สีลม วิภาวดี รามคำแหง ได้พบเห็นวัตถุบินประหลาดที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด(UFO) โดยINNรายงานว่าเป็นวัตถุเรืองแสงกว่า 40 แท่งลอยเหนือฟากฟ้ากรุงเทพฯ นักวิทยาศาสตร์เร่งพิสูจน์

ส่วนช่อง 11 โทรทัศน์ของรัฐบาลถ่ายภาพวัตถุบินได้ลึกลับบริเวณหน้าสถานีแถววิภาวดี และรายงานว่ายังไม่ทราบว่าวัตถุลึกลับคืออะไร

แม้กระทั่งรายการข่าว3มิติทางช่อง3ที่นำเสนอข่าวในช่วงเวลา23.00น.วานนี้ก็ยังรายงานว่า พบเห็นวัตถุประหลาดในกรุงเทพฯ โดยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร โดยรายงานว่าพบวัตถุประหลาดในเวลา17.15 จากนั้นมีการสัมภาษณ์ผู้ถ่ายภาพไว้ได้ และสัมภาษณ์นายชัยวัฒน์ คุปตระกูล นักดาราศาสตร์ ซึ่งให้ตรวจสอบว่าคืออะไร

ขณะที่ผู้อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ได้เขียนตอบกระทู้ในห้องหว้ากอ เวบไซต์พันทิปเฉลยว่ามัน.. คือ... ลูกโป่งครับ

เค้าปล่อยลูกโป่งที่มัดติดกันเป็นแท่งๆ ยาวๆ ประมาณสี่สิบอัน ที่หน้า Central World ในงานเปิดประติมากรรมช้างสัมฤทธิ์ ของไทยเบฟฯครับ ผมอยู่ในงาน เค้าปล่อยตอนห้าโมง ข่าวออกตอนห้าโมงกว่า ผมว่ามันคืออันเดียวกันหล่ะครับ (คลิ้กดูกำหนดการงานประติมากรรมช้าง)

ลูกโป่งสะท้อนแสง เป็นแท่งยาวๆ ทำให้เห็นเป็นแบบนั้น

มันวิ่งไปในทางเดียวกัน เพราะลมมันพัดไงครับ ลูกโป่งก้อต้องไปในทางเดียวกันดิ

อย่าคิดมากครับ อย่าคิดมาก ^^'

ส่วนอีกรายอ้างทำนองเดียวกันว่าเซ็ลทรัลเวิลด์เปิดงานลอยลูกโป่งผูกกับแท่งสะท้อนแสงกว่าสี่สิบลูกช่วงห้าโมงกว่า
หาคิดไม่ว่าแสงสะท้อนช่วงยามเย็นจะส่องเป็นประกายคล้ายยานบินUFO

เคลื่อนลอยไปตามแรงลม บางครั้งหยุดนิ่ง บางครั้งเคลื่อนเร็วเพราะกระแสลม บางครั้งวนเกาะกลุ่มกัน

สงสัยเดี๋ยวไปเล่าให้น้องสาวที่เห็นมามันคงจะหัวเราะในจินตนาการของมันแน่ๆ เล่นผูกแท่งเงินสะท้อนแสงยามเย็นกับลูกโป่งสวรรค์กลายเป็นจานบินเลย กรรม...

นอกจากนั้นมีผู้แสดงความเห็นว่า หากเป็นลูกโป่งตามที่บอก สื่อไทยก็คงขายข่าวเรื่องวัตถุลึกลับได้อีกวันสองวันละครับ หลังจากนั้นก็ค่อย
.."โอละพ่อ! วัตถุเรืองแสงบนฟ้า ที่แท้ก็ลูกโป่งผูกแท่งสะท้อนแสง"

INN-คนกรุงตื่น!วัตถุเรืองแสงลอยในอากาศ

สำนักข่าวINNลงรูปพร้อมข่าวว่า คน กทม.ตื่น! ลำแสงประหลาดโผล่ท้องฟ้ากว่า 30 ดวง ขณะที่ส่องดูด้วยกล้องพบมีลักษณะไม่เหมือนดาวทั่วไป

คน กทม.ตื่น!วัตถุเรืองแสงจำนวนมากลอยในอากาศย่านคลองถม ห้วยขวาง และรามคำแหง 21 ซึ่งสามารถมองด้วย
ตาเปล่าได้ชัดเจน ขณะกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ จากการตรวจสอบพบผู้คนออกมาดูกันเป็นจำนวนมาก และต่าง
วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา โดยกลุ่มดาวดังกล่าวเคลื่อนตัวจากทิศตะวันตกมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
หลังจากผู้สื่อข่าวออกไปตรวจสอบ พบว่ากลุ่มลำแสงดังกล่าว มีจำนวนประมาณ 20-30 ดวง



และเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียงกันทั้งหมด และเมื่อส่องดูด้วยกล้องส่องทางไกล ที่มีระยะการมองเห็นขนาด 2 ก.ม. พบว่า ดาวแต่ละดวงมีลักษณะคล้ายแสงไฟ เป็นรูปวงรี โดยมีแสงไฟเกิดขึ้นตรงกลาง ส่วนบริเวณรอบๆ ของแสงไฟปริศนานั้น จะเห็นเป็นลักษณะสีดำคล้ายวัตถุที่ไม่ใช่ดวงดาว และสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็ว ภายใน 10-15 นาที พบว่าเคลื่อนตัวทำมุมประมาณ 30-37 องศา และยังเป็นที่สงสัยของ ปชช. ว่า กลุ่มแสงไฟดังกล่าวเป็นสิ่งใด เนื่องจากมีลักษณะไม่เหมือนกับดวงดาวทั่วไป


อาจารย์ประพีร์ วิราพร นายกสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นถึง กรณีกลุ่มลำแสงปริศนา ที่ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า ในพื้นที่ กทม. และมีประชาชนย่านบึงกุ่ม คลองถม และย่านรามคำแหง ห้วยขวาง สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ประมาณ 30 ดวง ว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วสรุปได้ 3 ประการ คือ

ประการแรกสิ่งที่ปรากฏขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่ดวงดาวอย่างแน่นอน เนื่องจาก ปรากฏขึ้นในช่วงฟ้าสว่างอยู่ ซึ่งดวงดาว โดยทั่วไปจะไม่สามารถสู้กับแสงพระอาทิตย์ได้ ทำให้ไม่เห็นดวงดาวในเวลากลางวัน และเมื่อมืดลงลำแสงดังกล่าวได้หายไป ประการที่ 2 สิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นจานบิน UFO อย่างแน่นอน

และประการสุดท้าย เชื่อว่าลำแสงที่เกิดขึ้น อาจจะมาจากบอลลูนจากการจัดงาน หรือแข่งขันกันในพื้นที่ใกล้เคียง กทม. ก็อาจเป็นได้ หรือเป็นบอลลูนประเภทที่ทางหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ปล่อยบอลลูนชนิดสำรวจอวกาศ เพื่อโคจรตรวจสอบสภาพอากาศหรือสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ก็อาจเป็นได้ ซึ่งตรงนี้ จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดต่อไป

นายเกรียงไกร กอวัฒนา ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ระบุ ถึงปรากฏการณ์ลำแสงประหลาดกลางท้องฟ้า ทำให้ประชาชนใน กทม. หลายท้องที่ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสิ่งใด ส่วนข้อสอบถามที่ว่า วัตถุดังกล่าว อาจจะเป็นบอลลูนวัดลมชั้นบนบรรยากาศ ที่กรมอุตุฯ ปล่อยออกไปหรือไม่นั้น นายเกรียงไกร ยอมรับว่า ในทุกเย็นจะมีการปล่อยบอลลูนดังกล่าวจริง เพื่อวัดความชื้นของชั้นบรรยากาศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการบิน หรือ ประโยชน์อย่างอื่นจริง แต่ก็ยืนยันว่า ลำแสงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่บอลลูน จากกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน ประการแรก ทางกรมอุตุฯ จะปล่อยสถานีละ 1 ลูก ในทุกสถานีทั่วประเทศ ซึ่งรวมแล้ว มีเพียง 8 สถานี และจะไม่มีลำแสงสะท้อน ในลักษณะที่เห็นภาพข่าวออกมา แต่ลำแสงปริศนาที่เกิดขึ้นนั้น มีจำนวนประมาณ 30 ดวง ทำให้เชื่อได้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การปฏิบัติงานของกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน

มติชนออนไลน์-ทั่วกรุงตื่นแสงประหลาด คาด"ดาวเทียม-ดาวตก"

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ได้ปรากฏวัตถุเรืองแสงประมาณ 20-30 ดวง ลอยในอากาศย่านคลองถม ห้วยขวาง และรามคำแหง 21 สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ชัดเจน และเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เมื่อส่องดูด้วยกล้องส่องทางไกล พบว่าแต่ละดวงมีลักษณะคล้ายแสงไฟ เป็นรูปวงรี มีแสงไฟเกิดขึ้นตรงกลาง ส่วนบริเวณรอบๆ แสงไฟมีลักษณะคล้ายวัตถุสีดำ

ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์แสง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่น่าจะเป็นสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1.แสงสะท้อนจากดาวเทียม 2.ปรากฏการณ์ฝนดาวตก ไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่น
คนกรุงแตกตื่นแสงประหลาดหลายจุด
ชาวกทม.​ต้องแตกตื่น พบแสงประหลาดหลายจุด ในกรุงเทพฯ กว่า 40 แห่ง ในช่วงเย็น โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นวัตถุอะไร ...

ไทยรัฐ-คนกรุงแตกตื่นแสงประหลาดหลายจุด

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 16 ธ.ค. ว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น.ชาวกรุงเทพมหานคร ต้องแตกตื่นเมื่อได้เห็นแสงประหลาดจำนวนมาก โดยประชาชนต่างแห่ออกมาดูแสงประหลาดดังกล่าวและบันทึกภาพเก็บไว้ โดยศูนย์วิทยุรับแจ้ง ว่า มีวัตถุเรืองแสงลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานครมากกว่า 40 จุด และได้เลือนหายไปเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด เบื้องต้น มีประชาชนพบเห็นทั้งในย่านคลองถม และ รามคำแหง

ผู้บันทึกภาพ เปิดเผยว่า บางอันหมุนซ้ายหมุนขวา และ เคลื่อนตัวไม่ตามแรงลม บางอันตามแรงลม บางอันย้อนศร แล้วแต่ แต่ละอันเคลื่อนตัวอิสระ ไปทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ ไม่เร็ว ดูจากกล้อง ไม่เห็นรูปพรรณสัณฐานว่า เป็นอากาศยาน นักโดดร่มหรือโคมลอยยี่เป็ง

จากการสอบถาม นายชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นจริง มีลักษณะคล้ายดวงไฟ เป็นจุดไกล ๆ เกิดขึ้นหลายจุด แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบสัญญาณเรดาร์ ว่ามีการจัดงานโคมลอยหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบไม่พบวัตถุประหลาดบนจอเรดาร์