ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 11, 2009

นโยบายที่ล้มเหลว

ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน


จากการให้สัมภาษณ์เมื่อตอนขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ รวมถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา

จะเห็นได้ว่ารัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสำคัญกับภารกิจนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอันดับแรก

รองลงมาคือการเร่งสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานความถูกต้อง ยุติธรรมและความยอมรับของทุกภาคส่วน

ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจนั้น

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์แสดงถึงความพยายามที่จะแก้ปัญหา ด้วยการผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณกลางปีกว่าแสนล้านเพื่อรองรับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ผลจะออกมาอย่างไรยังชี้ชัดตอนนี้ไม่ได้

ต้องรออีกราว 1-2 เดือน เพื่อให้กลไกกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านั้นเริ่มทำงานเต็มที่เสียก่อน

ถึงจะรู้ว่าเวิร์กหรือไม่เวิร์ก

ระหว่างนี้หันมาดูนโยบายด้านการสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันบ้างว่าเป็นอย่างไร

นายอภิสิทธิ์นั้น เคยกล่าวไว้เช่นกันในทำนองรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเมื่อตัวเองขึ้นมาเป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล

จะต้องเจอกับแรงต้านจากฝ่ายตรงข้ามที่ยังจงรักภักดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลชุดเก่าก่อน

แต่นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะบริหารประเทศแบบไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

จะทำงานเพื่อชาติและคนไทยทุกคนโดยไม่แบ่งสีเสื้อ

นับจากนั้นมาสังคมก็จับตามอง ว่านายอภิสิทธิ์จะทำตามที่พูดไว้ได้หรือไม่

ปรากฏผ่านไป 1 เดือนเศษ

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ถือว่าสอบตกด้านการบริหารความสมานฉันท์อย่างสิ้นเชิง

เพราะไม่เพียงแต่ความขัดแย้งของสังคมยังอยู่ในระดับเดิม

บางครั้งรัฐบาลเองยังเป็นฝ่ายซ้ำเติมความขัดแย้งให้รุนแรงมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

ลำพังตัวนายกฯนั้นไม่เท่าไหร่

แต่พอไล่ลงมาตั้งแต่รองนายกฯ โฆษกพรรค โฆษกหัวหน้าพรรค ส.ส. ลิ่วล้อ ลูกหาบ ปลายแถว ฯลฯ แทบจะกลายเป็นหนังคนละม้วน

อย่างการโยกย้ายข้าราชการตำรวจก็เป็นเรื่องหนึ่ง

ที่ส่อให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ หรือพูดอีกอย่างคือเลวร้ายพอกัน

โดยเฉพาะการแต่งตั้งเครือญาติ คนใกล้ชิดเข้ามาคุมตำแหน่งสำคัญ

เป้าหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

จุดนี้เองที่บ่งชี้ถึงความล้มเหลวในนโยบายสร้างความปรองดองสมานฉันท์

เป็นการสร้างแรงแข็งขืนต่อต้าน เร่งอุณหภูมิแตกหักทางการเมืองให้มาถึงเร็วขึ้น

ด้วยน้ำมือของคนในรัฐบาลเอง