WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, April 17, 2009

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 17 เมษายน 2552

ที่มา ประชาไท

"จตุพร"ปูด"เสื้อเหลือง-น้ำเงิน"ติดอาวุธ อยู่แนวหลังทหาร
มติชนออนไลน์ : นายจตุพร กล่าวถึงการหายตัวไป ภายหลังยุติการชุมนุมคนเสื้อแดงว่า หลายวันที่ผ่านมามีการให้ข่าวว่าตนหลบหนี ขอเรียนว่าวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังการปราศรัยในช่วงเช้า ตนได้ไปตระเวนตรวจสอบสถานการณ์รอบทำเนียบรัฐบาล พบว่ามีทางออกเพียงจุดเดียวคือคลองผดุงกรุงเกษม ที่เหลือโดนปิดล้อมแบบปิดตาย แต่เหตุที่ตนต้องออกไปประเมินสถานการณ์นั้น เพราะคนเสื้อแดงเหลืออยู่น้อยและเป็นการปิดล้อม โดยกองโจรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไคยและคนเสื้อน้ำเงินของนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ติดอาวุธอยู่ด้านหลังทหาร


"ได้บีบเข้ามาและยิงประชาชนแบบสองแถว ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งกับแกนนำคนอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงตายไปหลายสิบคน และในวันนั้น แกนนำไม่ต้องการประชาชนเสียชีวิตไปมากกว่านี้ เมื่อแกนนำประเมินสถานการณ์แล้วจึงตัดสินใจว่าควรยุติการชุมนุมไปก่อน" นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า การยุติการชุมนุมนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะแกนนำไม่ต้องการเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับคนบ้าเลือด แต่นายอภิสิทธิ์ กลับเป็นฆาตกร อาชญากรที่ที่ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง โดยตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย รวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์แล้ว และกระบอกปืนจะกดขี่ประชาชนไปได้อีกไม่กี่วัน เพราะผู้เสียชีวิตจะลุกขึ้นมาชี้เป้า และเรียกร้องความเป็นธรรม ผู้ร้ายตัวจริงจะต้องถูกดำเนินคดีและเข้าสู่หลักประหาร

ซัด"เนวิน"ชักใยเผารถเมล์-ชี้ตายเพียบแต่ไร้ศพ
มติชนออนไลน์ : นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งถูกหมายจับคดีล้มล้างสถาบัน กล่าวว่า มีนายทหารผู้ใหญ่ในกองทัพบอกว่า ปฏิบัติการใช้ทหารมากเกินไป จนเหมือนการยึดอำนาจ ส่วนเหตุที่ปะทะกันนั้น ขอย้ำว่า คนเสื้อแดงไม่เคยมีปัญหากับประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านย่านนางเลิ้ง แต่พื้นที่นั้น มีคนเสื้อแดงถูกตีตาย 3 ศพ และมีเสียงปืนเอ็ม 16 และปืนอาก้า ซึ่งไม่ใช่อาวุธของคนเสื้อแดงดังอยู่ตลอดเวลา แต่กลับไม่พบศพเหล่านั้น ที่สน.นางเลิ้งเลย รวมทั้งหลายศพที่ดินแดง ก็ไม่มีใครพูดถึง


"จึงอดทนกันต่อไปไม่ได้ มีการนำถังแก๊สมาขู่ จากนั้นก็มีการบิดเบือนข่าวสารจากฝ่ายรัฐบาลเพียงข้างเดียว ที่ออกมาโยนความผิดให้คนเสื้อแดง จนกลายเป็นจำเลย จากการให้ข่าวจากฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ผมจึงได้หารือกับพรรคพวกแล้วขอตั้งรางวัลนำจับ สำหรับผู้ที่ชี้เบาะแสคดีฆ่าประชาชนย่านนางเลิ้ง 2 ราย คดีละ 5 แสนบาท รวมทั้งการให้เบาะแสคดียิงมัสยิดย่านซอยเพชรบุรี 5-7 อีก 5 แสนบาทเช่นกัน" นายจตุพร กล่าว


นายจตุพร กล่าวต่อว่า คนเสื้อแดงไม่มีเหตุผลที่ทะเลาะประชาชน แต่ทั้งหมดน่าจะเป็นการใช้คนเสื้อน้ำเงินของนายเนวิน ชิดชอบ และกระทรวงคมนาคม เข้ามาสร้างสถานการณ์ เช่น การนำรถเมล์มาเผา อีกทั้งยังไม่มีรายงานเรื่องการปล้น ยึดรถเมล์ แต่มีการขับรถเปล่ามาเผา ทั้งที่บางสายก็ไม่ได้อยู่ในเส้นทางดังกล่าว จึงสงสัยว่านายเนวินน่าจะเข้ามามีส่วนสร้างสถานการณ์นี้ รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่สร้างสถานการณ์โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ มีการไปร่วมงานศพประชาชนย่านนางเลิ้ง เหมือนกรณีไปร่วมงานศพของพันธมิตรฯ แต่คนเสื้อแดงหลายศพที่หายไป พรรคประชาธิปัตย์จะรับผิดชอบอย่างไร


ออกหมายจับ "แรมโบ้" 3 ข้อหา
มติชนออนไลน์ : ด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. นำหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1009/2552 ลงวันที่ 15 เมษายน 2552 คดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในกระทรวงมหาดไทย ไล่ทุบรถนายกรัฐมนตรีและทำร้ายนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 เมษายน มาให้สื่อมวลชนเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแสจับกุม โดยผู้ต้องหาตามหมายจับคือ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 11 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ความผิด 3 ข้อหา คือ มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า, ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ทราบชื่ออีก 9 คน ซึ่งเป็นการออกหมายจับตามภาพถ่ายและภาพจากสื่อมวลชนที่บันทึกได้ โดยแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์


พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า ภาพที่นำมาเผยแพร่ ขอให้ผู้ที่ปรากฏตามภาพติดต่อพนักงานสอบสวนเข้ามอบตัว รวมทั้งประชาชนที่พบเห็นหรือรู้จักสามารถแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้


ขณะที่ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 สั่งให้ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว. เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจติดตามจับกุมนายสุภรณ์ แต่เบื้องต้นตรวจสอบแล้วยังไม่พบตัวแต่อย่างไร และจากการสอบถามพยานแวดล้อมละแวกใกล้เคียงยืนยันพบนายสุภรณ์ครั้งสุดท้ายก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมที่กรุงเทพฯวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายสุภรณ์เป็นคนชักชวนให้แก่ชาวบ้านใน ต.เฉลียง ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี ไปชุมนุม

หมายจับบุก"อาเซียน"14คน
มติชนออนไลน์ : ด้านความคืบหน้าคดีบุกรุกสถานที่ประชุมอาเซียน+3, +6 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 14 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายนิสิต สินธุไพร นายนพพร นามเชียงใต้ นายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จันทบุรี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ตำรวจนอกราชการ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นางศิริวรรณ นิมิตศิลปะ นายธรชัย ศักดิ์มังกร นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ นายสิงห์ทอง บัวชุม นายธนกิจ ชะเอมน้อย นายวรชัย เหมะ และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ โดยคดีนี้นายอริสมันต์ถูกจับกุมและศาลได้ให้ประกันตัวไปแล้ว ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ได้เข้ามอบตัวและถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี


ส่วนคดีกลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถนายกรัฐมนตรีขณะกลับจากประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่พัทยาเมื่อวันที่ 1 เมษายน มีผู้ถูกออกหมายจับ 12 คน ประกอบด้วย น.ส.จิดาพา ธนหัสชัย น.ส.เสาวลักษณ์ สานุวิทย์ นายวันเฉลิม กุนเสน น.ส.วรรณา ภักดียา นายรณชัย คงรอด น.ส.ประภาพร ปราบองศรี น.ส.สำรวย แสงประภา และอีก 5 คนยังไม่ทราบชื่อ ซึ่งคดีนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามอบตัว


คุมตัว" พ.ต.ท.ไวพจน์"ฝากขัง
มติชนออนไลน์ : วันเดียวกัน พล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธุ์ ผบช.ภ.2 พ.ต.ท.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ รอง ผกก.สภ.เมืองพัทยา ควบคุมตัว พ.ต.ท.ไวพจน์มาขออำนาจศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขอฝากขัง มีนายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ ทนายความมายื่นหลักทรัพย์ 5 แสนบาทขอประกันตัว ซึ่งขณะที่ควบคุมตัวมีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 50 คน มาให้กำลังใจบริเวณทางเข้าศาลจังหวัดพัทยา


ต่อมานายเชษฐมาส อนุรัตน์ ทนายความของนายนพพร นามเชียงใต้ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.อัศวิน และ พ.ต.ท.ชนพัฒน์ ที่ สภ.เมืองพัทยา เบื้องต้นให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวไว้ และสอบปากคำ เพื่อหาพยานภาพถ่ายและพยานบุคคลมายืนยัน ก่อนที่จะส่งตัวให้ศาลในวันต่อไป


พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า สำหรับ พ.ต.ท. ไวพจน์นั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหนังสือจาก สน.ดุสิต ที่ 0016(น.1)/2039 ลง 15 เมษายน 2552 เรื่องขออายัดตัว พ.ต.ท. ไวพจน์ เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับของศาลแขวงดุสิต เลขที่ 144/2552

"เสธ.เป๊ก"ร้องขอความเป็นธรรมตร.ภาค1จับผิดตัวนอนคุกฟรี7วัน

เว็บไซต์สยามรัฐ : เมื่อวันที่ 16 เมายน 2552 นายอรรคพล สรสุชาติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าสำนักงานของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นาวาเอกจักรกฤษณ์ เสขะนันทน์ หรือ เสธ.เป๊ก ซึ่งถูกจับกุมในคดีลอบสังหารนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ร่วมกันแถลงข่าวที่บ้านพักสนามบินน้ำ ของพล.ต.สนั่น ภายหลังนาวาเอกจักรกฤษณ์ ได้รับการปล่อยตัว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

นาวาเอก จักรกฤษณ์ กล่าวยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว 100% ขณะที่เข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามีหลักฐานจากคำให้การซัดทอด ของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า ไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ และเมื่อจับกุมแล้วก็ไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง ทั้งที่ตนปฏิบัติงานในหน้าที่สำคัญ และมาช่วยราชการ พล.ต.สนั่น สามารถหาตัวได้ง่าย และสอบถามข้อเท็จจริงได้

ผมทราบข่าวจากสื่อก็ตกใจ จึงติดต่อขอมอบตัวและรายงานกับผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่าบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดหลบหนี ขณะนี้มีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าผมบริสุทธิ์ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ ช่วงที่ถูกจับกุมได้รับความทุกข์ทรมานมากทั้งทางจิตใจ ครอบครัว หน้าที่การงานก็ได้รับความเสียหาย ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบหาย ต้องมีผู้รับผิดชอบ อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปรับปรุงการทำงาน ไม่ใช่ตั้งท่าแถลงอย่างเดียวเอาแต่หน้าตา หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกนาวาเอก จักรกฤษณ์ กล่าว

ด้าน นายอรรคพล กล่าวว่าการให้นาวาเอกจักรกฤษณ์ แถลงข่าววันนี้ เพราะเห็นว่าวันที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีการแถลงข่าวกันใหญ่โต แต่เมื่อปล่อยตัวกลับไม่มีท่าทีใดๆ จึงต้องการเรียกร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะมีหลายเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และยืนยันได้ว่าก่อนและหลังที่จะจับกุมนาวาเอก จักรกฤษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยโทรศัพท์มาสอบถาม พล.ต.สนั่น ทั้งที่ทราบว่านาวาเอก จักรกฤษณ์ มาช่วยงาน พล.ต.สนั่น ส่วนจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่นั้น กำลังพิจารณาอยู่

เรื่องนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับ พล.ต.สนั่นอย่างร้ายแรงด้วย ดังนั้น เมื่อกระบวนการทั้งหมดคลี่คลายแล้ว จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงด้วยนายอรรคพล กล่าว

ปชป.ปูด4แผนเสื้อแดงเคลื่อนไหวใต้ดิน

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ : น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคได้ประเมินสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ว่า ยังมีความเปราะบางต่อสถานการณ์ความไม่สงบ อาจจะมีการเคลื่อนไหวใน 4 รูปแบบของแนวร่วมผู้อยู่เบื้องหลัง และผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงที่ชักใยให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น คือ

1.การเคลื่อนไหวจะลงสู่ใต้ดินมากขึ้น เพราะเห็นได้จากโฆษกพรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พูดผ่านสื่อต่างประเทศ เพื่อให้ผู้สนับสนุนต่อต้านอำนาจรัฐ

2.มีการบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด และให้เกิดการเผชิญหน้า เช่น กรณีมีการปล่อยข่าวว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากการเข้าควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ และมีการพยายามสร้างกระแสข่าว และเตรียมการสร้างสถานการณ์ว่า มีคนหายขึ้นมา โดยมีการเตรียมการว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ปล่อยข่าวว่ามีการเสียชีวิต ปกปิด และเก็บศพ

3.ความพยายามกดดันของ ส.ส.เพื่อไทย และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 นำกฎหมายปรองดอง เข้าพิจารณา เพื่อนิรโทษกรรมความผิดให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 4.มีการแย่งชิงพื้นที่สื่อต่างประเทศ ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย และรัฐบาล ซึ่งมีการดำเนินการต่อไปอย่างเป็นขั้นตอน

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคได้ติดตามข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างประเทศ สรุปได้ว่า 1.รัฐบาลได้เสนอข่าวสารข้อเท็จจริงในการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ในเวทีโลกได้ดี

2.รัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่า ไม่เคยยุยงส่งเสริมม็อบให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนหน้านี้ ที่ได้ร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. โดยจับโกหกได้ชัดเจน เพราะที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ในช่วงเหตุการณ์กำลังคุกรุ่น บุคคลทั้ง 2 มีการพูดถึงช่วงนาทีทองที่จะลุกฮือขึ้น เพื่อก่อให้เกิดสงครามประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดมีการจลาจลเกิดขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะจัดให้มีการชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศในวันที่ 17 เม.ย.นี้

โฆษก ปชป. กล่าวว่า พรรคจะจัดกิจกรรมเพื่อให้ประเทศไทยกลับมาสู่ความสงบ คือ 1.พรรคยังคงสนับสนุนใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป จนกว่าจะมีการประเมินในการประชุม ครม.นัดพิเศษ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ และสนับสนุนการควบคุมสถานการณ์ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ร่วมก่อการ และผู้สนับสนุน

2.เยียวยาฟื้นฟูผลกระทบที่ได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าเสื้อสีใด 3.ให้สังคมและทุกภาคส่วนร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และ 4.แสวงหาความร่วมมือกับมิตรประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ รวมทั้งติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษในประเทศไทย โดยเน้นขอร่วมมือจาก 3 ประเทศ คือ กัมพูชา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และนิการากัว

นายกฯขอเปิด2สภารับฟังแก้วิกฤต

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลจะเสนอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมร่วม 2 สภาในวันที่ 22-23 เม.ย.เพื่อให้มีการอภิปรายทั่วไปรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดความวุ่นวายขึ้น พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันว่า สถานการณ์ส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่สภาพปกติ โดยการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว หลังจากประกาศยกเลิก พ.ร.ก.แล้วประชาชนจะสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการสร้างความสมานฉันท์ภายในชาติ แต่ต้องไม่ใช่การยั่วยุให้ทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ

เพื่อไทยตั้ง คกก.เยียวยาช่วยเหลือผู้ชุมนุมเสื้อแดง

เว็บไซต์เดลินิวส์ : นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองหนึ่ง จึงตั้งคณะกรรมการเยียวยาช่วยเหลือความไม่เรียบร้อยในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการรับเรื่องช่วยเหลือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการรับทราบข้อมูลและประมวลข่าวสาร และคณะกรรมการที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อต้องการทำความจริงให้กระจ่าง โดยไม่มีเจตนาที่ต้องการปลุกปั่นหรือสร้างความวุ่นวาย ทั้งนี้ สถานที่ทำงานจะตั้งอยู่ที่ชั้นล่างที่ทำการพรรคเพื่อไทย

เสื้อแดงปักหลักหน้ารร.แกรนด์วโรรส

เว็บไซต์เดลินิวส์ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงของจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นโรมแรมแกรนด์วโรรส หลังวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 และจุดกระจายเสียงวิทยุชุมชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ บริเวณล็อบบี้โรงแรมมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเข้าสังเกตุการณ์ ขณะเดียวกัน บริเวณด้านหน้าโรงแรม มีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนเริ่มไม่พอใจการกระทำของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตะโกนด่าทอ เรียกร้องความเป็นธรรม และแสดงความวิตกด้วยเกรงว่าจะถูกปิดสถานีวิทยุชุมชน ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการตรวจค้นกว่า 2 ชม. แล้ว

วิทยุชุมชน-เคเบิลทีวี มีลุ้นใบอนุญาต

เว็บไซต์เดลินิวส์ : วันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการวิทยุชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) และร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ชั่วคราว (กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก)

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการกระจายเสียงวิทยุชุมชน ในคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า คณะทำงานคาดว่าจะสามารถออกใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) ให้กับผู้ให้บริการวิทยุชุมชน และผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวี) ได้ภายในไตรมาส 3 นี้ โดยหลังจากนี้จะนำทั้ง 2 ร่างเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ให้เสร็จภายในเดือนหน้า ก่อนจะเสนอให้กทช.ออก ประกาศ และเริ่มเปิดรับผู้ให้บริการที่ต้องการขอไลเซ่นส์ โดยไม่กำหนดจำนวนราย

ปัจจุบันมีสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตกว่า 5,000 ราย ซึ่งกลายเป็นปัญหาวิทยุชุมชนเถื่อนที่นำคลื่นไปแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง การออกร่างดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้จบลงโดยเร็ว โดยผู้ให้บริการกว่า 5,000 รายดังกล่าวสามารถยื่นขอไลเซ่นส์ได้ แต่การพิจารณาขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่เหมาะสม

สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอไลเซ่นส์วิทยุชุมชนจะต้องเป็นสมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ และมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีรายการข่าวสาร หรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนหรือท้องถิ่นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 70% ซึ่งไลเซ่นส์ที่ได้รับจะเป็นไลเซ่นส์ชั่วคราวมีอายุ 1 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มทดลองออกอากาศ ขณะที่คุณสมบัติของผู้ขอไลเซ่นส์เคเบิลทีวีต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและไม่อยู่ในระหว่างถูกสั่งงดใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วยังไม่ครบ 3 ปี และต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของทุนจดทะเบียน

ทั้งนี้ ผู้ขอไลเซ่นส์จะต้องแสดงรายละเอียดสัดส่วนรายการและผังรายการเป็นช่องรายการซึ่งมีข่าวสารหรือสาระอย่างน้อย 25% และมีช่องรายการต่างประเทศ ช่องข่าวรายการท้องถิ่น รายการกีฬา ราย การที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมทั้งต้องจัดให้มีการบันทึกรายการที่ได้ออกอากาศไปแล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดอีกครั้ง หลังจากการประชาพิจารณ์แล้วเสร็จ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มชุมชนมากที่สุด

ต่างประเทศ

ปิดฉากสำนักงานฟื้นฟูสึนามิ

เว็บไซต์สยามรัฐ : อินโดนีเซีย ปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว สำนักงานฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อ 4 ปีก่อนในแดนอิเหนา สำนักงานฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการบูรณะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปมากกว่า 1.68 แสนคน โดยสำนักงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่เมืองบันดาอาเจะห์ เมืองเอกของจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ทำการจัดสรรงบประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อบูรณะสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิข้างต้น

ศก.จีนชะลอตัวตามคาดแตะ6%

เว็บไซต์ไทยโพสต์ : สำนักงานสถิติแห่งชาติ (เอ็นบีเอส) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกปีนี้ของจีนขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี อยู่ที่เพียง 6.1% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 6.8% แต่นักวิเคราะห์บางส่วนยังเห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังส่งสัญญาณการฟื้นตัว

เอ็นบีเอสเผยว่า แม้อุปสงค์ด้านส่งออกยังคงปรับลดลงอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ รายได้ของภาครัฐ และการจ้างงาน แต่หากมองในภาพรวมแล้วถือว่าเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวก เมื่อดูจากตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ชี้ให้เห็นการฟื้นตัว โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.1% ในไตรมาสแรก หากคิดเป็นรายปีจะเพิ่มขึ้นถึง 8.3% ในเดือน มี.ค. เทียบกับสองเดือนก่อนหน้าที่ปรับเพิ่มเพียง 3.8%

ส่วนการลงทุนในทรัพย์สินคงที่ประจำเดือน มี.ค.ก็ดีดตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด 28.6% จากระดับ 26.5% ในเดือน ก.พ. ด้านการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เติบโตราว 4.1% ในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่ยอดค้าปลีกก็ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 14.75 ในเดือน มี.ค.

นอกจากนี้ รายได้ต่อหัวของคนเมืองยังปรับเพิ่มขึ้น 11.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับรายได้ต่อหัวของคนชนบทที่มากขึ้น 8.6%

"ดัชนีส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้แม้ว่าตัวเลขจีดีพีจะชะลอตัวลงก็ตาม เราเชื่อว่าช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดสำหรับเศรษฐกิจจีนได้ผ่านพ้นไปแล้ว" ซิง เจียง นักวิเคราะห์จากไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล แคปิตอล คอร์ป ในปักกิ่งชี้

ส่วน ไบรอัน แจ็กสัน เศรษฐกรอีกคนจากรอยัลแบงก์ออฟแคนาดาในฮ่องกง มองว่าเศรษฐกิจจีนจะยังชะลอตัวลงในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลจีนประกาศแผนเศรษฐกิจมูลค่า 4 ล้านล้านหยวน เน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หลังภาคการส่งออกประสบปัญหาซบเซาอย่างรุนแรงจากแรงซื้อที่ลดลงทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองตลาดสำคัญคือสหรัฐและยุโรป

เศรษฐกิจแดนมังกรเติบโตร้อนแรงด้วยเลขสองหลักมาตลอดตั้งแต่ปี 2546-2550 แต่พิษซับไพรม์เมื่อปีก่อน ฉุดเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาเหลือ 9% ส่วนปีนี้ ทางการปักกิ่งตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 8% เพื่อป้องกันปัญหาความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤติการว่างงาน

ทัพเรือมังกรขยับเพิ่มเขี้ยวเล็บ

เว็บไซต์ไทยโพสต์ : พลเรือเอกหวูเซิงลี่ ผู้บัญชาการทหารเรือของจีนเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับของจีนฉบับวันพฤหัสบดีว่า ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้มีคำสั่งให้กองทัพเรือยกระดับความพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์ที่แผ่ไพศาลของประเทศ โดยถือว่าการเตรียมพร้อมของกองทัพสำหรับการต่อสู้ทางทะเลนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติและยุทธศาสตร์ทางทหาร

"เราต้องเร่งกระบวนการพัฒนายุทโธปกรณ์ที่สำคัญ" หวูกล่าวในคำสัมภาษณ์ "กองทัพเรือจะจัดตั้งระบบป้องกันภัยทางทะเลที่ตอบสนองต่อความจำเป็นในการคุ้มครองความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีน"

นายพลผู้นี้ระบุด้วยว่า กองทัพเรือต้องการพัฒนายุทโธปกรณ์หนัก เช่น เรือรบขนาดใหญ่, เรือดำน้ำล่องหนที่มีขีดความสามารถในการเดินทางได้ไกลขึ้น, เครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียง, อาวุธปล่อยพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูง, จรวดตอร์ปิโดน้ำลึก และการยกระดับเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารโดยทั่วไป

ที่ผ่านมาสื่อมวลชนของจีนพุ่งความสนใจไปที่ความมุ่งหวังของรัฐบาลจีนที่จะสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของประเทศ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงสมุทรานุภาพ แต่คำกล่าวของผู้บัญชาการทหารนายนี้ชี้ให้เห็นว่าจีนความทะเยอทะยานในการขยายขีดความสามารถทางทะเลที่กว้างไกลกว่านั้น

คำให้สัมภาษณ์ของเขามีขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีสถาปนากองทัพเรือจีน วันพฤหัสบดีหน้า แต่ขณะเดียวกันการเปิดเผยความทะเยอทะยานทางทหารของรัฐบาลปักกิ่งคราวนี้ยังเกิดขึ้นคล้อยหลังเหตุการณ์ตึงเครียดการเผชิญหน้ากันทางทะเลกับเรือสอดแนมของกองทัพเรือสหรัฐในทะเลจีนใต้เมื่อไม่นานมานี้ และรวมถึงการส่งเรือรบจีนไปร่วมปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดนอกชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาด้วย

การเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของจีนเป็นที่จับตาของมหาอำนาจด้วยกันอย่างสหรัฐ กระทรวงกลาโหมสหรัฐเคยออกรายงานฉบับหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ววิจารณ์ว่าการเสาะหาอาวุธทันสมัยซับซ้อนของจีนกำลังสั่นคลอนดุลยภาพทางทหารในเอเชียและจีนอาจใช้ประโยชน์ในการแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะพิพาทด้วย การทุ่มงบประมาณทหารและผลิตอาวุธก้าวหน้าของจีนยังก้าวล้ำประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ด้วย สหรัฐยังกล่าวหาด้วยว่าการสร้างเสริมแสนยานุภาพของจีนไม่มีความโปร่งใสและยังประเมินงบกลาโหมต่ำเกินจริง คำกล่าวหาเหล่านี้จีนล้วนปฏิเสธ

ทั้งนี้ เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจีนเผยว่าได้เพิ่มงบกลาโหม 15.3% ในปีนี้ เป็น 69,000 ล้านดอลลาร์

สถาบันนโยบายต่างประเทศโลวี หน่วยงานคลังสมองที่ทรงอิทธิพล เพิ่งออกรายงานฉบับหนึ่งมีเนื้อหากล่าวเตือนรัฐบาลออสเตรเลียว่า ออสเตรเลียต้องเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศเพื่อให้กองทัพมียุทโธปกรณ์หนักไว้ใช้รับมือกับความท้าทายทางยุทธศาสตร์ในยามที่จีนกำลังผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก

สถาบันโลวีกล่าวว่า การเติบโตขึ้นของจีนหมายความว่าสหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารสำคัญของออสเตรเลียจะสูญเสียสถานะชาติที่มีบทบาทครอบงำเอเชียภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า และสร้างความไม่แน่นอนและความเสี่ยงสูงยิ่งที่จะเกิดความขัดแย้ง

ฮิวจ์ ไวต์ ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ชี้ด้วยว่า จีนอาจไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อออสเตรเบีย แต่การผงาดขึ้นของจีนจะเปลี่ยนพลวัตของอำนาจในภูมิภาค

ผืนน้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว อาร์กติกหายภายใน 30 ปี

เว็บไซต์ไทยรัฐ : รายงานการศึกษาของสถาบันศึกษาบรรยากาศ และมหาสมุทรกับแผนกปฏิบัติการทดลองสิ่งแวดล้อมทางน้ำ มหาสมุทรแปซิฟิก ได้กล่าวเตือนว่า ปริมาณของน้ำที่แข็งที่ลดลงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องด้วยพื้นผิวที่เป็นสีขาวของมัน ได้สะท้อนแสงแดดกลับออกไปในอวกาศ หากมีน้ำในมหาสมุทรสีดำเข้ามาแทน ก็จะกลับดูดแสงแดดเอาไว้ อุ่นน้ำให้ร้อน ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

รายงานการศึกษาซึ่งใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ของดินฟ้าอากาศอันซับซ้อนระบุว่า เนื่องจากการสูญเสียทะเลน้ำแข็งลงเมื่อเร็วๆ นี้ อุณหภูมิของภาคกลางทวีปอาร์กติก ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี พ.ศ. 2548-2551 ได้สูงเกินกว่า 5 องศาเซลเซียส เกินกว่าที่คาดไว้

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า บริเวณซึ่งมีน้ำแข็งปกคลุมในช่วงฤดูร้อน จะลดลงจากขนาดปกติ 2.8 ล้าน ตร.ไมล์ เหลือเพียง 620,000 ตร.ไมล์ ภายในเวลา 30 ปีนี้

โดย : ประชาไท วันที่ : 17/4/2552