WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, April 17, 2009

เปิด ‘พื้นที่ความเห็นต่าง’ อย่าขยาย ‘พื้นที่ยัดเยียด’

ที่มา ประชาไท

สุรพศ ทวีศักดิ์

มีความพยายามจากสื่อและนักวิชาการฟากเสื้อเหลือง รวมทั้งบุคคลในภาครัฐ (บางคน) เคยเรียกร้องและกำลังเรียกร้องอีก (หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดง) ว่า ให้ใช้สื่อของรัฐนำเสนอข้อเท็จจริงหรือให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะสื่อที่เข้าถึงรากหญ้า เช่น ทีวีช่อง 7, 5, 9 และ 11

ความพยายามดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า จะทำให้ประชาชนรากหญ้า (ที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองของทักษิณ) ได้หูตาสว่างจากการปลุกระดมของทักษิณและลิ่วล้อ ดังนั้น แนวทางดำเนินการ (เท่าที่เห็นเสนอผ่านสื่อ) จึงมีประเด็นหลักๆ คือ.-

  1. อธิบายให้ประชาชนรากหญ้าทราบข้อเท็จจริงว่า ทักษิณ หรือ ระบอบทักษิณ สร้างความเสียหายต่อประชาธิปไตยอย่างไร (เช่น เป็นเผด็จการรัฐสภา, แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อ ฯลฯ) และสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างไร (เช่น คอรัปชันเชิงนโยบาย, บริหารประเทศบนจุดยืนผลประโยชน์ทับซ้อน, ละเมิดสิทธิมนุษยชน, มีแนวคิดที่เป็นอันตรายต่อสถาบัน ฯลฯ) พร้อมทั้งอธิบายด้วยว่าทำไมหรือมีเหตุผลอะไรจึงเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถ้าจำเป็นอาจต้องอธิบายด้วยว่ารัฐประหารดังกล่าวช่วยรักษา ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เอาไว้ได้อย่างไร

  1. ต้องสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชนรากหญ้าให้ชัดว่า รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่ผ่านกระบวนการของรัฐสภาหรือมาตามครรลองประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 เช่นเดียวกับรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย ดังนั้น จึงเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐบาลเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ดังที่ฝ่ายตรงกันข้ามพยายามบิดเบือน

  1. ประชาสัมพันธ์นโยบายและการทำงานของรัฐบาลให้ประชาชนรากหญ้าเข้าใจว่า ไม่ได้ไปยกเลิกนโยบายประชานิยมที่เป็นประโยชน์ต่อคนรากหญ้าที่รัฐบาลทักษิณริเริ่มเอาไว้ แต่ทำให้ดีขึ้นหรือต่อยอดประชานิยมให้ดีกว่าเดิม (เช่น ให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายเรียนฟรี ฯลฯ) และต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความจำเป็นที่ต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ คนตกงาน การสร้างความปรองดองภายในชาติ ฯลฯ

ต่อแนวทางดังกล่าว ผู้เขียนขอแลกเปลี่ยนความเห็นดังนี้.

  1. แนวทางแรกเกิดจากสมมติฐานผิดๆ ที่ว่า คนรากหญ้าถูกปิดหูปิดตาจากข่าวสารทางการเมือง แต่ที่จริงข้อโจมตีต่างๆ เกี่ยวกับ ระบอบทักษิณ ถูกนำเสนอผ่านทีวีทุกช่องและสื่อต่างๆ มากว่า 3 ปีแล้ว คนรากหญ้าทั้งในเมืองและชนบทต่างก็รับรู้และพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ แต่ในวงสนทนาของพวกเขามีมุมมองที่ต่างออกไปว่า ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเขาถูกยึดอำนาจและถูกไล่ล่าจาก แนวร่วม ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามในทางการเมือง (พธม.+องคมนตรี+ ทหาร+ศาล+ประชาธิปัตย์) และพวกเขาก็เชื่อว่าประชาธิปไตยถูกทำลายไปแล้วด้วยฝีมือของ แนวร่วม ดังกล่าวนั้น ดังนั้น การจะใช้สื่อของรัฐไปอธิบายให้ประชาชนรากหญ้าเข้าใจหรือยอมรับว่าทักษิณเลวอย่างไร จึงไม่น่าจะได้ผลดังที่คิด ซ้ำร้ายอาจไปเติมเชื้อไฟความแค้นให้ลุกลามมากขึ้นอีก

  1. การใช้สื่อของรัฐอธิบายให้ชาวบ้านเห็นว่าทักษิณเลวอย่างไร เป็นการยึดสื่อของรัฐ (ยิ่งกว่าแทรกแซงสื่อ) เพื่อ ยัดเยียด ความคิดเห็นของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณให้รากหญ้ายอมรับ ยิ่งจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น เพราะในสถานการณ์ที่สังคมมีความเห็นต่างอย่างกว้างขวางขนาดนี้ สื่อของรัฐจะถูกยึดให้เป็นกระบอกเสียงของฝ่ายเดียวโดยทำเสมือนว่าอีกฝ่ายไร้ตัวตน ไร้ความคิด ไร้อุดมการณ์ ต้องคอยรับ การยัดเยียด ความเห็นจากอีกฝ่ายเท่านั้น เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อมโนธรรมสำนึกที่รักความเป็นธรรมอย่างรุนแรง หากรัฐยังคิดว่าคนรากหญ้าเป็น พลเมืองที่มีตัวตน ก็ไม่ควรกระทำตามแนวทางแรก

  1. แนวทางที่สองที่สาม ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติให้เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อของรัฐ กล่าวคือ.-

พิสูจน์สปิริตประชาธิปไตยด้วยการ (1) เปิด พื้นที่ความเห็นต่าง ผ่านสื่อของรัฐให้มากขึ้น รายการที่วิเคราะห์ปัญหาการเมืองต้องเชิญวิทยากรที่เห็นต่างหรือมีความเห็นเป็นกลางมาร่วมรายการให้ประชาชนได้พิจารณามุมมองที่หลากหลาย (2) สื่อของรัฐควรมีรายการที่สะท้อนมุมมองของการเมืองภาคประชาชนคนรากหญ้าเพื่อให้พวกเขาได้มี เวที เสนอความคิดเห็น (แม้แต่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา) เสนอปัญหาหรือกำหนดประเด็นสาธารณะต่างๆได้มากขึ้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่มีทางลงไปสัมผัสรากหญ้าได้สนิทแนบแน่นเท่ารัฐบาลทักษิณ แต่อาจทำได้ด้วยการ เปิดเวที ให้รากหญ้าได้ขึ้นมาสัมผัสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับรัฐบาลและฝ่ายอื่นๆอย่างมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

รัฐบาลควรเร่งลบภาพของสิ่งที่เรียก สองมาตรฐาน ออกไป โดยสร้างความชัดเจนในแนวทางดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมกับบุคคลที่ทำผิดกฎหมายทั้งฝ่ายเสื้อเหลืองและฝ่ายเสื้อแดงโดยทุกขั้นตอนต้องโปร่งใสอธิบายกับสาธารณะได้ (เช่น ล้มการประชุมกลุ่มประเทศผู้นำอาเซียน+3 และ+6 กับยึดทำเนียบฯและปิดสนามบินสุวรรณภูมิ การปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาและบทลงโทษหนัก-เบา ต้องอธิบายได้ว่าไม่ใช้สองมาตรฐาน)

ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลควรปรับให้แข็งมากขึ้น ทำงานเชิงรุก และสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนทุกภาคส่วนให้ดีกว่าที่ผ่านมา

ควรเร่งรัดกระบวนการปฏิรูปการเมืองให้เป็นเวทีที่ประชาชนทุกสีทุกภาคส่วนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้จริงๆ และประกาศแก่สาธารณะว่าจะใช้เวลาดำเนินการภายในกี่เดือน เสร็จแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่

นักวิเคราะห์ปัญหาการเมืองต่างมองว่า อุปสรรคขวากหนามของรัฐบาลมีมากและหนักหนาสาหัสจริงๆ ถ้ายิ่ง ปิด พื้นที่ความเห็นต่าง แล้ว ขยาย พื้นที่ยัดเยียด ความแตกแยกที่ร้าวลึกอยู่แล้วยิ่งจะปะทุรุนแรงมากขึ้น

โอกาสของรัฐบาลจึงอยู่ที่ความกล้าหาญในการใช้ สปิริตประชาธิปไตย เปิดพื้นที่ความเห็นต่างผ่านสื่อของรัฐให้ได้ และขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองให้สำเร็จโดยเร็ว แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่