WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 6, 2009

"ทักษิณ"หลอน ความสุขคนไทยวูบ

ที่มา ไทยรัฐ

วิกฤติดูไบเพิ่มตัวเร่งเกม "ทวงขุมทรัพย์"ส่งท้ายปี

พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนล้วนมีความสุขและปลื้มปีติ

ที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองวันมหามงคล เนื่องในวันเฉลิมพระ-ชนมพรรษา 5 ธันวาคม ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 82 พรรษา

ที่แน่ๆในห้วงบรรยากาศของการเฉลิมฉลองวันมหา-มงคล พี่น้องประชาชนเปี่ยมไปด้วยความสุขกันทั้งประเทศ

ฝ่ายต่างๆในสังคม เว้นวรรคการเผชิญหน้า ยุติการแบ่งข้าง แบ่งสี แบ่งฝ่าย

หันมารวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อแสดงความจงรักภักดี

ที่สำคัญ การที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาประกาศเลื่อนการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล ออกไปโดยไม่มีกำหนด จาก เดิมที่จะนัดรวมพลกันตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม



ทำให้สังคมคลายความตึงเครียดลงไปได้เยอะ

เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ ความวุ่นวายในห้วงที่คาบเกี่ยวกับการจัดงานวันมหามงคล

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยอมถอย

ไม่ไปร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางเสียงขู่ก่อม็อบต่อต้านขับไล่ของคนเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51

ก็ช่วยทำให้บรรยากาศในการจัดงานฉลองวันมหามงคล ผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง

ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าโดยไม่จำเป็น

หนุนส่งให้การจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ทุกจังหวัดทั่วประเทศดำเนินไปด้วยความราบรื่น

ในขณะที่พี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้ร่วมถวายพระพร ชัยมงคล และร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ล้วนมีความสุข และปลาบปลื้มเป็นที่สุด

โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทร-วินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

โปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ สมาชิกสภาฯ เฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล

เหนืออื่นใดภายใต้ความสุขในห้วงวันมหามงคล ทุกคนอยากให้บรรยากาศแห่งความสุขดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี

เพราะอีกเพียงแค่ 3 สัปดาห์ ก็จะเข้าสู่ช่วงฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต่อด้วยเทศกาลฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

จึงอยากให้เดือนนี้ทั้งเดือน เป็นเดือนแห่งความสุข เฉลิมฉลองสนุกสนานกันอย่างเต็มที่

เพราะในห้วงตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เจอแต่เหตุ-การณ์ความวุ่นวายสารพัด เผชิญแต่เรื่องร้ายๆ

สร้างความเครียด ความกังวลใจ ไม่ได้หยุดหย่อน

มาถึงช่วงนี้ ช่วงเดือนสุดท้ายของปี ก็อยากที่จะสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้มีความสุขใจ มีกำลังใจ สดชื่นรื่นเริงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

แต่ในสภาพแห่งความเป็นจริงของสภาวการณ์ทางการเมืองและสังคม ที่เต็มไปด้วยการแบ่งขั้ว แบ่งฝ่าย แบ่งสี แบ่งข้าง

แตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง แต่ละขั้ว แต่ละฝ่าย พร้อมเปิดศึกเผชิญหน้า ต่อสู้ทุกรูปแบบ เพื่อช่วงชิงอำนาจ

เงื่อนปมความขัดแย้งตรงนี้ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความสุขของคนไทยต้องถูกตัดตอน เหลือเพียงความสุขแค่ช่วงสั้นๆ

ไม่เป็นไปอย่างที่คนไทยส่วนใหญ่คาดหวัง อยากจะเห็นบรรยากาศแห่งความสุขต่อเนื่องยาวตลอดเดือนธันวาคมไปจนถึงสิ้นปี

ล่าสุด เริ่มมีสัญญาณออกมาแล้วว่า ความสุขของคนไทย กำลังจะถูกลดทอน

เมื่อแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) ประกาศนัดชุมนุมคนเสื้อแดง ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประ-ชาธิปไตยในวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อจัดงานวันรัฐธรรมนูญ

แม้มีเสียงยืนยันจากแกนนำว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ เป็นเพียงแค่ต้องการแสดงเจตนารมณ์

ต่อต้านเผด็จการ ตามหาประชาธิปไตย

วางโปรแกรมจัดงานตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืนแล้วสลายตัว

ส่วนการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลจะมีการหารือกันระหว่างแกนนำอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวหลังพ้นช่วงกลางเดือนธันวาคมไปแล้ว

ตอกย้ำ ปลายปีนี้รุกหนักแน่

แน่นอน ในการจัดงานวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคมนี้ แม้แกนนำคนเสื้อแดงเน้นย้ำว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีการเคลื่อนไหวดาวกระจาย

แต่ในความรู้สึกของผู้คนก็อดหวั่นระแวงไม่ได้ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอาจมีมือที่สามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์

เหนืออื่นใด หลายฝ่ายมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการเคลื่อนไหวใดๆทางการเมือง เพราะยังอยู่ในห้วงจัดงานฉลองวันมหามงคล

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีข่าวหลุดออกมาว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

โดยมีการประเมินว่าอาจมีการก่อความรุนแรงในช่วงปลายปี

ก็ยิ่งทำให้ผู้คนหวาดผวา นึกถึงภาพเหตุการณ์ลอบวางระเบิดป่วนเมืองหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำลายบรรยากาศฉลองปีใหม่ ทำลายความสุขของคนไทยทั้งประเทศ

หนักกว่านั้นคือ การที่ "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาปูดประเด็นร้อนๆ อ้างจะมีทหารพรานเข้าร่วมรบกับกลุ่มคนเสื้อแดง และพร้อมใช้อาวุธลุยกับทหารที่ออกมาเคลื่อนไหว

จุดพลุสงครามกลางเมือง

ทำลายบรรยากาศดีๆ ทำลายความสุขของประชาชน ซ้ำเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม ในห้วงบรรยากาศงานฉลองวันมหามงคล ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ก็ได้ออกมาประกาศเชิญชวนรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์พักรบการเมืองชั่วคราวไปจนถึงสิ้นปี

รอให้ถึงต้นปีหน้า ค่อยมาต่อสู้กันใหม่ตามระบอบประชา–ธิปไตย

แน่นอน ถ้าพูดถึงการต่อสู้ในระบบ ก็คงหนีไม่พ้นการต่อสู้ในเวทีสภาฯ เมื่อช่วงนี้เป็นช่วงที่สภาฯปิดสมัยประชุม

การเล่นเกมในเวทีสภาฯก็ต้องพักไปโดยปริยายอยู่แล้ว รอต้นปีหน้าเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป ค่อยกลับมาลุยกันใหม่

ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างแน่นอน

แต่สำหรับการพักรบเล่นเกมนอกสภาฯ จะเชื่อได้หรือไม่ แค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องติดตามรอพิสูจน์กันต่อไป

เพราะอย่างที่รู้ๆกัน การเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และแกนนำในพรรคเพื่อไทย ล้วนผูกติดอยู่กับคนที่ชื่อ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ต่างฝ่ายต่างรับคำสั่งจากคนคนเดียวกันคือ นายใหญ่

แต่การเคลื่อนไหวบางห้วงบางตอนกลับเดินไปคนละทาง พรรคเพื่อไทยประกาศพักรบ แต่แกนนำเสื้อแดงขยับลุย

ฉะนั้น ยังเชื่อใจได้ลำบาก

ขณะเดียวกัน แผนใช้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมรกดดันไทย ก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายกฯ ฮุน เซน ถึงขั้นประกาศโต้งๆ

ถ้า "อภิสิทธิ์" ยังเป็นนายกฯ เขมรก็ไม่มีความสุข

จากสถานการณ์การประกาศเปิดเกมรุกครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมไปจนถึงปลายปี

รวมทั้งการขยับเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

ขย่มกันทั้งในและนอกสภา

ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมความเคลื่อนไหวจึงมาประดังกันเข้ามาในช่วงปลายปีต่อเนื่องไปถึงปีใหม่

เรื่องนี้ตอบไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องเดิมๆ เหตุเก่าๆ นั่นก็คือ

"วิกฤติทักษิณ" ที่ยืดเยื้อยาวนาน

และก็อย่างที่รู้กัน "ทักษิณ" ตั้งฐานบัญชาการที่เมืองดูไบ เดินเกมทุกอย่างโดยมียุทธศาสตร์ใหญ่ คือ

ต้องการกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องติดคุกในคดีอาญา และทวงขุมทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ที่ถูกอายัดไว้คืน

แน่นอน การเข้าไปตั้งฐานอยู่ที่ดูไบ ก็ต้องเข้าไปลงทุนในธุรกิจต่างๆ

ล่าสุด กลุ่มบริษัทดูไบ เวิลด์ ประสบภาวะวิกฤติการเงินอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์นี้ย่อมกระทบไปถึงฐานทุนของ "ทักษิณ"

จุดนี้จึงเป็นตัวเร่งเป้าหมายยุทธศาสตร์ ทวงขุมทรัพย์ในเมืองไทยที่ถูกอายัดไว้

ขณะเดียวกัน คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ก็กำลังงวดเข้ามาทุกที คาดว่าไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ผลลัพธ์ ก็จะออกมา

ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องเร่งเดินเกมสุดชีวิตในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ทวงขุมทรัพย์คืน

ถึงขั้นพร้อมแบ่งปันเดิมพัน แบบครึ่งต่อครึ่ง

ฉะนั้น บรรดาแนวร่วมเดินเกมยุทธศาสตร์ทวงขุมทรัพย์ ครั้งนี้ ต้องมีเยอะแน่

ทั้งประเภทที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบเปิดเผย และขับเคลื่อนเดินเกมใต้ดิน

เพราะอำนาจเงินไม่เข้าใครออกใคร

เหนืออื่นใด การเร่งเกมครั้งนี้อาจส่งผลข้างเคียง

ทำให้บรรยากาศความสุขของคนไทยในช่วงปลายปีนี้ วูบลงไป.

"ทีมการเมือง"