WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 28, 2009

‘กษิต’เน่าคาสภาทำผิดไม่สำนึกอ้อนลืมอดีต-ยังมีหน้าอ้างรักประชาธิปไตย

ที่มา ประชาทรรศน์

“กษิต ภิรมย์” เน่าคาที่ประชุมสภาถกกรอบอาเซียน ฝ่ายค้านชี้ชัดตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่สำคัญไม่มีความสง่างาม ถึงมีเครื่องไม้เครื่องมือดีก็มีปัญหา เจ้าตัวทำเป็นอัลไซเมอร์ คุยฟุ้ง “ฮุนเซน” ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมอ้อนสภาให้ลืมเรื่องอดีต ระบุที่จิกด่ากัมพูชาแค่เป็นไปตามเกมและทำไปเพราะความรักชาติ มิหนำซ้ำยังมีหน้าอ้างรักประชาธิปไตย “จตุพร” ย้อนศรไม่รู้จักละอายบ้างหรืออย่างไร ขณะที่ทัพ “คนเสื้อแดง” ทั่วประเทศทั้งอีสาน เหนือ ใต้ พร้อมใจเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลปลด รมว.ต่างประเทศ ก่อนประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เชื่อต่างชาติไม่ยอมรับ

* เสื้อแดงเหนือ-อีสานจี้ปลด‘กษิต’พ้นรัฐบาล

การประชุมร่วมรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบความร่วมมือการเจรจาเอกสารสำคัญและข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท เป็นวันที่ 2 ยังส่อจะทำท่าวุ่นอีกครั้งหลังจากที่ถึงเวลาเปิดประชุม 9.30 น. องค์ประชุมยังไม่ครบ มีส.ส.เข้าประชุมไม่ถึง 250 คน ประธานจึงให้สมาชิกหารือปัญหาในพื้นที่ก่อน จนถึงเวลา 09.47 น. ครบองค์ประชุม ประธานจึงสั่งเปิดการประชุม

ทั้งนี้การพูดจาในที่ประชุมเป็นวันที่ 2 นี้ก็ยังคงพุ่งเป้าไปที่ความเหมาะสมและความสง่างามของนายกษิต เป็นสำคัญ โดยที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวเอาไว้ก่อนการประชุมว่าฝ่ายค้านบอกชัดเจนว่าเราต้องการเน้นที่ตัวบุคคลซึ่งจะไปทำหน้าที่ เพราะหากบุคคลที่ไม่สง่างาม การเจรจาแม้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดี แต่ต่างประเทศไม่เจรจาด้วยก็มีเกิดปัญหา เราต้องยอมรับว่าตัวนายกษิต หากไม่ดีก็จะกระทบไปทั้งหมด เพราะกระทรวงการต่างประเทศคือหน้าตาของประเทศไทย

'กษิต'อ้อนฝากเนื้อฝากตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในการประชุมครั้งนี้นายกษิตได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยได้นั่งฟังการประชุมอยู่บนที่นั่งรัฐมนตรี ซึ่งหลังการประชุมดำเนินไปไม่ถึง 10 นาที นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายโดยจี้ให้นายกษิต ลุกขึ้นตอบคำถามตามที่นายกรัฐมนตรี ระบุไว้ในที่ประชุมสภาวันก่อนว่า จะนายกษิตจะมาตอบข้อซักถามของสมาชิกในวันนี้ โดยถามว่าพร้อมตอบหรือไม่ ไม่ใช่มานั่งในสภาเงียบ แต่อวดดีอยู่ข้างนอก จากนั้น นายกษิต ลุกขึ้นชี้แจงว่า ที่นี่เป็นสภาอันสูงส่ง ในฐานะที่เป็นเด็กใหม่ ก็ขอเป็นศิษย์มีอาจารย์ ขอฝากผีฝากไข้ไว้ในที่นี้ด้วย ขอความกรุณาเอ็นดูให้ตนได้เรียนงานเพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งตนเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา จึงขอโทษสมาชิกด้วยที่ไม่เดินทางมาชี้แจงในสภานี้ในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาได้

ขณะเดียวกันก็ขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีจากสภาล่างของกัมพูชามายังประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกทั้งหมด และบอกว่าพร้อมร่วมมือกับรัฐสภาในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายในการนำพาความเป็นประชาธิปไตยแก่ประเทศทั้งสอง และพร้อมให้ความร่วมมือในกรอบภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอาเซียน
ฟุ้งทำงานเพื่อชาติมาทั้งชีวิต

นายกษิต กล่าวว่า ในเรื่องส่วนของตน ตลอดชีวิตที่ผ่านมาได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ และมุ่งมั่นส่งเสริมครรลองระบอบประชาธิปไตย และเป็นการดำเนินงานที่เปิดเผยอยู่ในที่สาธารณะอยู่ในที่กว้าง ไม่มีประเด็นปัญหาที่มีการหมกเม็ดและซ่อนเร้นใด ๆ ทั้งสิ้น ตนภูมิใจที่ได้มีส่วนจรรโลงให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยมีความคืบหน้าเป็นสำคัญ และพร้อมที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ทำให้ความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยสมบูรณ์แบบ

สำหรับภาระหน้าที่ในกระทรวงการต่างประเทศ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา การยอมรับก็ดีการมีมิตรจิตมิตรใจจากประชาคมโลกก็มีอย่างเต็มที่ มีสานส์แสดงความยินดีจากประเทศต่าง ๆ มาถึงนายกรัฐมนตรี และตนได้พบปะกับรมว.ต่างประเทศต่าง ๆ 3-4 ประเทศ รวมถึงได้พบกับคณะทูตต่าง ๆ ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ส่วนตนก็ได้รับทาบทามว่าจะมีรมว.ต่างประเทศของฝรั่งเศสและอินเดียเข้าพบขอหารือด้วย


อ้าง'ฮุนเซน'ให้การต้อนรับอย่างดี

“เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการมารับตำแหน่งของตนไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอันใดที่จะนำพานโยบายของประเทศไทย และทำงานในกรอบของครม.และถ้อยแถลงของนายกฯต่อรัฐสภา รวมทั้งมติครม.เศรษฐกิจ การพบปะภาคเอกชน และที่น่าชื่นชมยินดีก็คือปัญหาที่ว่ากัมพูชาจะไม่ร่วมมือกับอาเซียน แต่จากการพบกันเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีต้อนรับสมบูรณ์แบบ พบกับบุคคลสำคัญ และพบกษัตริย์สีหมุนี สมเด็จมหาเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรี รวมถึงประธานสภาสูงและประธานสภาล่างของกัมพูชา และได้หารือร่วมกับสมเด็จฮุน เซนนาน ร่วมชั่วโมง โดยท่านได้พูดถึงรายละเอียดของการดำเนินความสัมพันธ์ด้วย

สิ่งที่สมเด็จฮุนเซน กล่าวหลายครั้งคือ อยากให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศดำเนินไปในสันติวิธี จะไม่มีการใช้กำลังรุนแรง ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความพูดจา และเครือข่ายองค์กรที่เรามีอยู่ในระดับทวิภาคีที่จะให้มีการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตแดน ความมั่นคงหรือความร่วมมือต่าง ๆ นั้นก็จะให้มีการดำเนินการไป และภาครัฐทั้งสองจะส่งเสริมอย่างเต็มที่” นายกษิต กล่าวว่า สำหรับประเด็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ตนขอเน้นว่าข้อผูกมัดของประเทศไทยต่ออาเซียนทั้ง 9 ประเทศให้ความเห็นชอบหมดแล้ว รอประเทศไทยอยู่ ไทยเป็นคนก่อตั้งสมาคมอาเซียน และปีนี้เราเป็นประธานอาเซียน ทุกคนที่เข้าประชุม และประชาชนทั้ง 65 ล้านคน มีภาระหน้าที่ในการเป็นเจ้าภาพร่วม

ย้อนถาม'กษิต'ไม่ละอายบ้างหรือ

จากนั้นนายจตุพร ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า คำชี้แจงของนายกษิต ไม่รู้สึกระอายใจเลยหรืออย่างไร เพราะก่อนหน้านี้นายกษิต ได้เคยด่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ให้เสียหาย โดยได้ถอดคำพูดจากรายการ คม ชัด ลึก เมื่อวันที่ 14 ต.ค.51 เวลา 23.00-24.00 น. มีช่วงหนึ่งที่นายกษิต ระบุว่า ไทยมีวัฒนธรรมทางการทูตมากว่าพันปี และไม่ทำการทูตแบบกุ๊ย เหมือนฮุนเซน และยังระบุว่าสมเด็จฮุนเซน เป็นนักการเมืองที่เฮงซวย เป็นพวกมวยวัด จนทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วง อาทิ นาย บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ นาย ชำนิ ศักดิเศรษฐ ส.ส.สัดส่วน นาย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ส.ส.สัดส่วน นาย ธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. ได้พากันประท้วงว่า สิ่งที่นายจตุพร นำมาอภิปรายไม่อยู่ในกรอบข้อตกลงความร่วมมืออาเซียน จึงอยากให้ผู้อภิปรายได้พูดในกรอบสิ่งที่จะไปดำเนินการ ไม่ควรเอาประเด็นซ้ำมาพูด อยากให้ประธานควบคุมให้ผู้อภิปรายตรงประเด็นด้วย และเห็นว่าคำพูดของนายจตุพร เป็นการข่มขู่บุคคลผู้เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง มุ่งหมายใส่ร้ายโจมตีรัฐมนตรี
สภาป่วน!พักประชุมชั่วคราว

ทั้งนี้นายไกรศักดิ์ ได้ระบุตอนหนึ่งว่า ในอดีตตนเคยไปอยู่บนท้องถนนเช่นเดียวกัน ชีวิตในบางช่วงบางครั้งของแต่ละคนก็ต้องมีบ้าง อยากให้เอาสาระมาพูดโดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน ขณะที่นายธนา ระบุว่า การอภิปรายในประเด็นก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี และไม่อยู่ในหน้าที่ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่น่าจะนำมาอภิปรายได้ ทำให้นายชัย ประธานสภา ได้กล่าวตำหนินายจตุพรว่าให้เลิกใส่ร้ายป้ายสีได้แล้ว ขณะที่นายจตุพร ยืนยันว่า ตนไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีนายกษิต เพราะสิ่งที่ตนนำมาเสนอเป็นคำพูดจากการถอดเทป เมื่อนายกษิต พูดทุกอย่างไว้จะไปกลัวอะไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นบรรดาส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงส.ว. ได้ลุกขึ้นประท้วงเป็นที่วุ่นวาย อาทิ นาย ประสิทธิ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ นาย วิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โดยต่างอ้างสิทธิในการอภิปรายได้ โดยนายจตุพร กล่าวยืนยันซ้ำหลายครั้งว่า นายอภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าให้ถามเรื่องนี้กับนายกษิต ด้วยตัวเองในช่วงการชี้แจงในสภา ทำให้นาย โกวิท ธรานา ส.ส.กทม. ได้ลุกขึ้นกล่าว่า ถ้าพูดกันอย่างนี้ก็ต้องขอยกกรณีดา ตอปิโด นาย วีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข ที่มีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งถือว่าเป็นคนเสื้อแดง ดังนั้นจะให้คนพวกนี้เข้ามาพูดในสภาไม่ได้ ทำให้นายจตุพร ถึงกลับเกิดอาการโมโห โดยประกาศว่า ถ้าจะเล่นกันก็เอากันสิ เมื่อสถานการณ์เริ่มวุ่นวาย นายชัย จึงได้ตัดบทด้วยการสั่งพักการประชุม 5 นาที

อ้างเฉยด่าเขมรเป็นไปตามเกม

ต่อมาหลังเปิดประชุม นายกษิต ได้ชี้แจงอีกครั้งว่าสำหรับปัญหาของตนกับกัมพูชาจากการที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯนั้น เป็นการแสดงจุดยืนของความรักชาติ ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ชาติ ถึงได้พูดอย่างนั้น เพื่อจะบอกว่าไม่สามารถมาละเมิดอธิปไตย หรือศักดิ์ศรีของประเทศและกองทัพไทยได้ เป็นการพูดในฐานะประชาชนที่หวงแหนและรักชาติ ตามกระบวนการเมืองภาคประชาสังคมที่ต้องการความชอบธรรมและถูกต้อง

ส่วนความสัมพันธ์ของตนกับสมเด็จฮุนเซ็น คำพูดแรกที่ท่านพูดกับตนคือ ไม่ได้เจอกันมา 20 ปี จากที่เราเคยร่วมประชุมอยู่ที่กรุงปารีส ซึ่งตนและสมเด็จฮุนเซ็นก็อยู่กันคนละฟาก เราต่อสู้เพื่ออธิปไตยและความถูกต้องของประเทศ และต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์ จนประสบความสำเร็จ ซึ่งไทยมีส่วนสำคัญ มาวันนี้ทั้งนายกฯ ตนและสมเด็จฮุนเซ็น มีหน้าที่กระชับความสัมพันธ์ ซึ่งได้ตกลงกันแน่ชัดว่าเราจะพูดจากันด้วยสันติวิธี ไม่มีการใช้กำลัง

กล้าพูด!ปิดสนามบินมีทั่วโลก

“ท่านก็ไม่ได้พูดถึงอดีต เพราะต่างคนต่างก็มีอดีตของการต่อสู้เพื่อความชอบธรรม เพื่อความเป็นประชาธิปไตยด้วยกันทั้งนั้น วันนี้เข้ามาร่วมรัฐบาล ผมเป็นเด็กที่มีวินัย และจะทำอยู่ในกรอบ อดีต-เมื่อวานก็ว่ากันไป ส่วนที่บอกว่าชาวโลกไม่ยอมรับผม ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมามีสาส์นแสดงความยินดี และมีวาระที่จะไปพบปะกับต่างประเทศจนถึงสิ้นปีนี้ เป็นเครื่องแสดงถึงการทำหน้าที่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่มีปัญหากับรัฐบาลหรือชาวต่างประเทศทั้งสิ้น”

ขอยืนยันว่าเนื้อหาและประสบการณ์ของผม จะนำพานโยบายของประเทศไทยได้ วันนี้เรามาอยู่อีกตำแหน่งที่ต้องนำพาประเทศ เราต้องร่วมมือกับต่างประเทศ อย่าได้สงสัยในตัวผมเลยว่าจะทำงานไม่ได้ หรือมีอดีตที่จะมาทำลายล้างศักดิ์ศรีของไทย แต่ผมเชื่อว่าอดีตที่ผ่านมาเป็นสิ่งถูกต้อง ส่วนการประท้วงปิดสนามบินนั้น ในมิตรประเทศทั่วโลกก็มีการประท้วง ก็มีการป้องกันไม่ให้เข้าสนามบิน เราจะได้ยินเสมอว่าในช่วงฤดูร้อน ฤดูหนาวจะมีการประท้วงโดยนักบินบ้าง ผู้ทำงานบนเครื่องบินบ้าง ต่าง ๆเหล่านี้ก็มีการปิดสนามบินตลอดเวลา

'เตช'ป้อง'กษิต'โคตรเหมาะสม

นายเตช กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า นายกษิต มีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ใช่ตัวถ่วงของรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากเป็นคนที่นายกรัฐมนตรีไว้วางใจ และยังเป็นที่รู้จักของทั่วโลกในฐานะนักการทูตอาชีพ ดังนั้น การขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ อีกทั้งมองว่าเรื่องนี้ไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หรือกระทบต่อการประชุมอาเซียนซัมมิท นอกจากนี้ นายเตช ยังกล่าวถึงการกล่าวโจมตีสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บนเวทีพันธมิตรฯ โดยเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น เนื่องจากนายกษิต ได้เดินทางไปกัมพูชา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีการทำความเข้าใจกันแล้ว

ขอนแก่นจี้นายกฯปลด'กษิต'

ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงทังภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ต่างก็พากันออกมาเคลื่อนไหวจี้ให้รัฐบาลปลดนายกษิต อกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
ที่ของแก่นกลุ่มคนเสื้อแดงได้ร่วมกันปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงร่วมลงชื่อยื่นถอดถอน ป.ป.ช.และประกาศจุดยืนที่จะยืนหยัดอุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

พร้อมกับเตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพื่อแสดงให้สังคมโลกรับรู้ว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้รู้เห็นกับการยึดสนามบิน และการก่อการร้ายสร้างความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรฯ

พิษณุโลกยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ

ส่วนที่พิษณุโลก กลุ่มเสื้อแดงสองแคว บุกศาลากลางพิษณุโลก ยื่นหนังสือให้รองผู้ว่าฯ เรียกร้อง 3 ข้อเดิม โดยกลุ่มรักษ์ประชาธิปไตยสองแคว นำโดยนายภาณุกฤษณ พัชรอารี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อส่งผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี
โดยเรียกร้องให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ให้ดำเนินงานเอาผิดกับกลุ่มผู้บุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิและปิดล้อมสถานที่ราชการ และขอให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้โดยนายยงยศ เมฆอรุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ออกมารับหนังสือเรียกร้องแทนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมระบุว่า จะดำเนินการมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกต่อไป

โคราชรับไม่ได้พวกปิดสนามบิน

ขณะเดียวกันที่โคราช มีชาวบ้าน กลุ่มโคราชเสื้อแดง หรือกลุ่มโคราชรักประชาธิปไตย นำโดย เรืออากาศตรีแดง คงมงคล รวมตัวที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก่อนจะพากันตั้งแถวเดินเท้าไปที่ศาลากลาง จ.นครราชสีมา พร้อมถือป้ายผ้า และป้ายกระดาษที่เขียนข้อความว่า " จับ 9 แกนนำ พันธมิตรเป็นผู้ก่อการร้าย " " ยุบสภาคืออำนาจให้ประชาชน " " ประเทศไทย เจ๊งแน่ เพราะมหาอภิประชานิยม " " ย้อนรอยอัปยศ 19 กย. 49 " จากการตรวจสอบเบื้องต้น กลุ่ม นปช.โคราช ทั้งหมด จะเป็นผู้ที่พักอาศัยในเขตเทศบาลนคร นครราชสีมา
จากนั้น เรืออากาศตรี แดง ฯ ได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งเป็นข้อความในหนังสือร้องเรียนว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้นั้น จะเป็นการสนับสนุนทั้งทางตรงละทางอ้อมต่อพันธมิตรมีการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับการปิดสนามบิน จึงขอให้รัฐบาลปลดนายกษิต เพื่อยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ และการก่อการร้ทยต่งๆ

กังขารีฐปูนบำเหน็จพันธมิตร

ทางด้านนายกู้ชาติ ชายเกตุ แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ จ.พัทลุง พร้อมด้วยนายโกสิทธิ์ เดชฤกษ์ปาน เดินทางเข้าพบ นายอรชุณห์ นุ้ยบ้านด่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึก เรียกร้อง 3 ข้อ ให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งดำเนินคดีอย่างจริงจังแก่กลุ่มพันธมิตร ปลดรมว.ต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ เพื่อเป็นการแสดงให้สังคมได้รับรู้ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สนับสนุนการยึดสนามบิน การยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และการปิดล้อมสถานที่ราชการ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ เป็นการแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร

นายกู้ชาติ ชายเกตุ แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายเร่งด่วนที่สร้างสังคมนิติรัฐ ยุติความยัดแย้งแตกแยกในสังคม แต่ปรากฏว่ารัฐบาล กลับแต่งตั้งนายกษิต ย่อมเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้ปูนบำเหน็จให้กับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ

อุดรฯยื่นข้อเรียกร้องปลดกษิต

ที่อุดรฯ ดร.ณัฐยศ ผาจวง แกนนำชมรมคนรักอุดร ตัวแทนนายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมฯ พร้อมสมาชิกชมรมฯจำนวน 100 คน ที่สวมใส่เสื้อแดง ได้เดินทางมาที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยก่อนหน้าแกนนำหลายคน ได้กล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องที่แต่งงตั้ง นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขึ้นปราศรัยที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า “ อาหารดี ดนตรีเพราะ” ซึ่งนายอำนาจฯ ได้ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมรับจะนำเนินการส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรี

โดยหนังสือเรียกร้องให้เร่งรัดดำเนินคดีอย่างจริงจัง นำตัวผู้กระทำผิดกฎหมาย และผู้ที่ก่ออาชญากรรมทางการเมืองมาดำเนินึคดีอย่างโปร่งใส ปลดรมว.ต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ เป็นการแสดงจุดยืน ขอลพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และมีความจริงใจต่อประชาธิปไตย