WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 7, 2009

พท.ลังเลเลื่อนซักฟอก อ้างข้อมูลอื้อ ชงให้"กก.บห."ตัดสิน 10มี.ค. ปธ.วิปค้านดักคอ"เสนาะ"ไม่แปรพักตร์

ที่มา มติชนออนไลน์

วิปฝ่ายค้านยันไม่เลื่อนยื่นญัตติซักฟอก ทำใจรับสภาพพรรค"เสนาะ"ไม่ร่วมลงชื่อ พท.เหนือยื้อ อ้างมีข้อมูลใหม่อื้อ ต้องใช้ 1-2 เดือนรวบรวม โยน กก.บห.ชี้ขาดเลื่อนหรือไม่ 10 มี.ค. "อภิสิทธิ์"ย้ำแนวทาง กม.หมิ่นสถาบัน ต้องดูการบังคับใช้ก่อน หากจะแก้ ต้องไม่มีผลกระทบต่อคดีหมิ่นสถาบันที่เกิดขึ้นแล้ว ตร.บุกจับสาว ผอ.เว็บไซต์ประชาไท เจ้าตัวปฏิเสธ ข้อความหมิ่นฯเป็นของบุคคลอื่น


พท.เผยเสนาะให้รองับเหยื่อมิด


สำหรับการเตรียมการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านยังมีความเห็นไม่ลงรอยกันนั้น นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ถึงการพบปะหารือกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวพรรคประชาราช เมื่อคืนวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของ พท.ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ว่านายเสนาะจะเสนอแนะให้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อแก้วิกฤตก็ตาม เพราะแนวทางการยื่นอภิปรายของ พท.เป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและมีการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้


"เท่าที่หารือกันท่านเสนาะอยากให้ตั้งกระทู้ยื่นญัตติขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตชาติเพราะบ้านเมืองไปไม่ไหวแล้ว และขณะนี้เหยื่อยังเข้าปากปลาไม่มิด ดังนั้น ควรรอให้ปลางับเหยื่อกินเบ็ดเสียก่อน ซึ่งเหยื่อในความหมายของท่านเสนาะก็คือการอนุมัติโครงการใหญ่ๆ ที่ขณะนี้เมื่อรัฐบาลทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีการชะลอโครงการไว้แล้ว อย่างไรก็ตามการอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นข้อมูลเฉพาะอยู่แล้ว" นายวิทยากล่าว


ดักคอปชร.คงไม่ไปร่วมรัฐบาล


ผู้สื่อข่าวถามนายเสนาะ ยังมีทีท่าทำงานร่วมกับ พท.ต่อไปหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า เข้าใจว่านายเสนาะคงให้ พท.ดำเนินการในส่วนที่พรรคมีความเห็นต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนหน้านี้ แต่ในส่วนของพรรคประชาราช ยังยืนยันต้องการให้เปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งถ้าเป็นในรูปแบบนี้ พรรคประชาราชจะขอร่วมอภิปรายด้วย เพราะนายเสนาะไม่เห็นด้วยกับที่มาของรัฐบาลตั้งแต่แรก ดังนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้พรรคประชาราชคงไม่ลงชื่อร่วมเสนอญัตติจะขอเป็นคนฟังเท่านั้น
ประธานวิปฝ่ายค้านยังกล่าวกรณี ขณะนี้นายเสนาะยังเหนียวแน่นกับทางพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ว่า ไม่ได้ถามนายเสนาะ แต่คงไม่มีอะไร ซึ่งนายเสนาะว่ารัฐบาลอย่างนั้นและไม่ชอบรัฐบาลแล้วจะไปร่วมรัฐบาลได้อย่างไร ถ้าบอกไม่ชอบแล้วไปร่วม มันก็ผิดปกติ


เมื่อถาม การเสนอญัตติของ พท. จะให้ ส.ส.พรรคร่วมลงชื่อครบทั้ง 187 คน เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า จะอย่างนั้นก็ได้ แต่ความจริงแค่ลงชื่อครบตามเกณฑ์ที่กำหนดก็ได้ ส่วนกรณีที่มี ส.ส.บางคนเสนอให้เลื่อนยื่นอภิปรายออกไปเป็นช่วงเดือนเมษายนนั้น คงไม่สามารถเลื่อนได้


"วรวัจน์" ชี้10มี.ค.รู้เลื่อนซักฟอกหรือไม่


รายงานข่าวจาก พท.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา มีการประชุมแกนนำของพรรค โดยแกนนำพรรคส่วนหนึ่งเสนอว่าควรเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปจากที่กำหนดไว้วันที่ 11 มีนาคม และไปยื่นใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าควรทอดระยะเวลาให้รัฐบาลบริหารงานไปอีก 2 เดือน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถบริหารงานและแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองได้ แต่แกนนำอีกฝ่ายก็เห็นว่าควรดำเนินการตามแผนการเดิม เพราะไม่ว่าอย่างไรฝ่ายค้านก็ไม่สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้อยู่แล้ว


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พท. ในฐานะคณะทำงานยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารต้องตัดสิน ว่าต้องการให้การอภิปรายครอบคลุมทั้งหมดหรือไม่ เพราะวันนี้คณะทำงานได้รับข้อมูลจาก ส.ส.จำนวนมาก ถ้าในการอภิปรายไม่ได้ใช้ข้อมูลนี้ก็นับว่าน่าเสียดาย


"ข้อมูลที่เรามีอยู่เดิมตอนนี้ครบทุกอย่าง แต่ยังมีข้อมูลใหม่ๆ ที่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ อาทิ ข้อมูลของกระทรวงคมนาคม พาณิชย์ ศึกษาธิการ สาธารณสุข และมหาดไทย ซึ่งทุกเรื่องก็มันๆ ทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าจะอภิปรายให้ครอบคลุมจริง คณะทำงานจะต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลประมาณ 1-2 เดือน เพราะหากคงตามกำหนดเดิมแต่เพิ่มเนื้อหานั้นเราคงทำไม่ทัน" นายวรวัจน์กล่าว และว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความขัดแย้งเรื่องการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะจะเปิดอภิปรายแน่นอน แต่ยังพิจารณาในเรื่องของช่วงระยะเวลาอยู่ ซึ่งคณะกรรมการบริหารของพรรคคงจะได้ข้อสรุปในการประชุมวันที่ 10 มีนาคมนี้


"อภิสิทธิ์" ย้ำแนวทางกม.หมิ่น


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ถึงเสียงเรียกร้องจากนักวิชาการบางส่วน ให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" ว่า เบื้องต้นต้องไปดูการบังคับใช้ก่อน เคยให้แนวทางกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปบ้างแล้ว และหากจำเป็นต้องออกระเบียบหรือกฎอื่นๆ ออกมาเพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติทำไปในทางเดียว ซึ่งก็ต้องค่อยว่ากันอีกที เรื่องตัวกฎหมายที่บางคนคิดว่าเป็นกฎหมายพิเศษนั้น จริงๆ ไม่ใช่ เพราะกฎหมายมาตรานี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญาที่ว่าด้วยความมั่นคงเท่านั้น สาเหตุที่ต้องปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เพราะกลัวต่างชาติมองไม่ดี แต่เป็นเรื่องของความเป็นธรรมที่เกิดขึ้น เพราะคดีหมิ่นฯที่ผ่านมาก็มีจำนวนไม่น้อยที่สุดท้ายแล้วไม่มีการฟ้องร้อง


"เรื่องนี้เรามีประเพณี ประวัติศาสตร์ มีโครงสร้างสถาบันชัดเจน คงไม่ได้ทำเพื่อต่างชาติ ซึ่งหากมีการแก้ไขก็ไม่ควรจะมีผลกระทบต่อคดีหมิ่นสถาบันที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่เช่นนั้นคนที่จงใจทำผิดก็จะเอามาเป็นข้ออ้าง เพื่อไปละเมิดสิทธิคนอื่น หรือละเมิดสถาบัน อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีหมิ่นสถาบันของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้นไม่ได้มองว่าดำเนินการล่าช้า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุด" นายกฯกล่าว


"สุเทพ"ไม่ยอมให้แก้เด็ดขาด


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แต่ในฐานะคนไทยเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมของประชาชน เป็นหลักชัยประเทศ มีกฎหมายกำหนดไว้เคร่งครัดว่าใครจะไปหลบลู่ดูหมิ่นไม่ได้ "ดังนั้น ใครมาชวนผมแก้กฎหมายตรงนี้ ผมไม่ยอมเด็ดขาด ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้ จะไม่ยอมให้ใครละเมิดสถาบันและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขณะเดียวกัน จะดูแลไม่ให้ใครใช้สถาบันเป็นเครื่องมือรังแกใคร" นายสุเทพกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจมีการยกร่างระเบียบเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายนั้น นายสุเทพกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว จะได้ป้องกันไม่ให้ใครอ้างสถาบันไปรังแกผู้อื่น ถ้าใครจงใจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ละเมิดสถาบัน ก็ยอมไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นเพียงบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายวิชาการทั้งประเทศ


ส่วนความเคลื่อนไหวเรื่องนี้สอดรับกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการหรือไม่นั้น นายสุเทพกล่าวว่า "ได้รับรายงานไปในลักษณะเช่นนั้น ก็ต้องติดตามต่อไป"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีหมิ่นสถาบันของนายจักรภพล่าช้า นายสุเทพกล่าวว่า ต้องไปถามผู้รับผิดชอบ ซึ่งคงต้องสอบถามความคืบหน้าบ้าง แต่ต้องถามด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เป็นการแทรกแซง


นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า กฎหมายเรื่องนี้เป็นกฎหมายธรรมดาไม่ใช่กฎหมายพิเศษ คือประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประเทศไทยมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 และที่มีการเสนอให้ปฏิรูปก็ไม่มีการบอกมาว่าจะปฏิรูปอย่างไร โดยส่วนตัวมองว่ากฎหมายที่มีดีอยู่แล้วและชัดเจนว่า อะไรคือการดูหมิ่น อะไรคือการอาฆาตมาดร้าย และศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยคดี


"สมชาย"ไม่หวังชนะ-เสียงไม่จำเป็น


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งนัดหมายพูดคุยกับนายเสนาะ เทียนทอง ไปก่อนหน้านี้ ให้สัมภาษณ์ที่ จ.พิจิตร กรณีพรรคประชาราช และ 12 ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนยันไม่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติไม่ไว้วางใจว่า ก็เป็นการพิจารณาของพรรคประชาราชและพรรคเพื่อแผ่นดิน เนื่องจากเขาอยู่ทางการเมืองอะไรเป็นผลดีผลเสียต่อเขา การไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติในรัฐธรรมนูญที่สามารถเปิดอภิปรายได้ตามกติกา ส่วนฝ่ายค้านจะมีเสียงมากน้อยขนาดไหนคงประเมินว่าฝ่ายค้านหวังอะไร หากหวังให้รัฐบาลพ่ายแพ้เสียงโหวตในสภาก็ต้องมีเสียงมาก


"ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายครั้งนี้อาจไม่ชนะรัฐบาล อันนี้ไม่จำเป็นต้องมีเสียงครบ ขอให้มีชื่อผู้เสนอญัตติอภิปรายให้ครบ ส่วนพรรคประชาราชหรือ พรรคเพื่อแผ่นดินบางส่วนไม่ยื่นอภิปรายก็เป็นสิทธิของเขา ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าผมจะเข้ามาเป็นตัวตั้งตัวตีในการอภิปราย ผมมองในแง่ประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น" นายสมชายกล่าว


"กรณ์"ไม่กลัวฝ่ายค้านซักฟอก


นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีชื่อถูกขึ้นบัญชีอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย กล่าวว่า ฝ่ายค้านยิ่งรีบอภิปรายเท่าไรก็ยิ่งดีกับรัฐบาล เพราะไม่เช่นนั้นก็จะมีการลักไก่กันด้วยประเด็นต่างๆ ซึ่งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงของฝ่ายค้านมีมากแค่ไหนก็ไม่ทราบ


"ผมรอวันรอคืน ที่จะมีโอกาสได้ชี้แจงให้มีความชัดเจน เห็นฝ่ายค้านบอกว่ามีข้อมูลเด็ดมาหลายรอบแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีอะไรสักที เพราะฉะนั้น ถูกอภิปรายเมื่อไหร่ ก็จะมีโอกาสชี้แจงได้ในทุกประเด็น ไม่ได้หวั่นกลัวอะไรเลย" นายกรณ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าตัวเองไม่มีแผลใช่หรือไม่ นายกรณ์กล่าวว่า มั่นใจว่าตัวเองไม่มีแผลที่จะถูกอภิปราย พร้อมกับกล่าวติดตลกด้วยว่า "ผมมีแผลอยู่ที่หลังมือของผมนิดเดียวเท่านั้นเอง"


"วิทยา" ก็ไม่กังวลอ้างไม่ใช่ปมใหญ่


นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเพ่งเล็งจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า สธ.ไม่เคยปิดบัง เพราะมีการรณรงค์ป้องกันโรคมาโดยตลอด แต่อาการของโรคไม่รุนแรงเหมือนโรคไข้เลือดออก และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคจะเน้นการกำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุง แต่เนื่องจากยุงมักอาศัยในป่าพรุทำให้ควบคุมยาก


"เข้าใจว่าคนที่พูดคงอยู่ไกลจากพื้นที่ ไกลจนไม่รู้ว่าในระดับพื้นที่มีการรณรงค์ป้องกันไปถึงไหน อยากให้คนที่จะอภิปรายหาข้อมูลมากกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ไม่กังวลหากจะมีการอภิปรายเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่จะถึงขั้นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน เรื่องนี้ไม่มีการปกปิดข่าวเหมือนกับช่วงที่มีไข้หวัดนกระบาดในรัฐบาลชุดก่อนแน่นอน" นายวิทยากล่าว


"เทพไท"แขวะ"เฉลิม"เร่งสร้างบารมี


นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณี ส.ส.พท. เสนอเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปเป็นหลังวันสงกรานต์ว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านขาดเอกภาพ พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นมีความเห็นแตกต่างกันไป ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พท. ควรแสดงภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยการสร้างบารมีให้กับตัวเองในฐานะเป็นหัวหน้าทีมอภิปราย ไม่อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นเพียงแม่ทัพที่อุปโลกน์ขึ้นมา ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งยังต้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยล็อบบี้นายเสนาะ ในการเข้าร่วมยื่นญัตติซักฟอก ขาดเพียงนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่น่าจะเป็นผู้แนะนำเทคนิคการอภิปรายในสภาให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม ถ้าเป็นเช่นนั้นจะถือว่า ร.ต.อ.เฉลิมใช้อดีตนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน เป็นตัวช่วย จึงไม่แน่ใจว่าบทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม ว่าเป็นเพียงการออกแขกโหมโรง ปล่อยข่าวสร้างกระแสอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้นหรือไม่

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ได้ให้ข้อมูลชัดเจนแล้ว ว่าไม่พบเงินบริจาค 250 ล้านบาท ของพรรคแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้รับจากกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 23 ล้านบาท ก็ถูกต้องทั้งหมด จึงแสดงว่าการกล่าวหาของฝ่ายค้านทั้งหมดเป็นเพียงการจงใจใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์โดยปราศจากมูลความจริงทั้งสิ้น โดยพรรคจะมีการนำข้อมูลการใช้จ่ายเงินทั้งหมดลงในเว็บไซต์ของพรรค เพื่อยืนยันความพร้อมในการทำงานทางการเมืองอย่างโปร่งใสและมีคุณภาพต่อไป


มีหมายจับผอ.เว็บประชาไทหมิ่น


วันเดียวกัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พ.ต.อ.สาธิต ชยภพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปรามนำหมายค้นศาลอาญา เลขที่ 183/2552 ลงวันที่ 5 มีนาคม เข้าตรวจค้นภายในสำนักงานเว็บไซต์ประชาไท เลขที่ 409 ชั้น 1 อาคาร มอส. ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 14.00 น. หลังตำรวจได้รับการร้องเรียนจากทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่าเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์ (www.prachatai.com) โพสต์ข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2551-3 พฤศจิกายน 2551 ต่อเนื่องกัน เหตุเกิดในพื้นที่เขตพระราชวัง เขตปทุมวัน และเขตห้วยขวาง

จากหลักฐานที่กระทรวงไอซีทีมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่พบข้อความภายในเว็บไซต์เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงมากกว่า 40 ข้อความ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นและหมายจับนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร อายุ 42 ปี ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท อยู่ที่ 48/282 ซอยรามคำแหง 104 แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ซึ่งทางศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา เลขที่ 551/2552 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2551 ในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) เป็นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำผิด นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมฯตาม (1) (3) (5) และผิด พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 15


เจ้าตัวปัด-บอกข้อความผู้อื่น


ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของนางสาวจีรนุชมาตรวจสอบ พร้อมกับเชิญตัวนางสาวจีรนุชมาสอบปากคำที่กองปราบปราม ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าข้อความดังกล่าวที่อยู่ในเว็บไซต์ประชาไทเป็นข้อความของผู้ที่เข้ามาอ่านข่าวสารในเว็บและเขียนไว้ในเว็บบอร์ดสาธารณะของเว็บไซต์ดังกล่าว ภายหลังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ตรวจพบก็ได้ลบข้อความที่มีเนื้อหาเชิงหมิ่นเบื้องสูงทิ้งหมดแล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีการตรวจค้นและจับกุม ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์ ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ และตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำนางสาวจีรนุช


ต่อมา เวลา 19.30 น. รศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว ผอ.หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางมาที่กองปราบปราม เพื่อพบพนักงานสอบสวน ติดต่อขอประกันตัวนางสาวจีรนุช โดยใช้ตำแหน่งประกันตัวนางสาวจีรนุช ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท