WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, September 19, 2009

ทำไมผบ.ตร.ของอภิสิทธิ์จึงกลายเป็น”ศึกช้างชนช้าง”

ที่มา Thai E-News

ที่มา เว็บนิวสกายไทยแลนด์
19 กันยายน 2552

มีคำถามมามากว่าทำไมการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ครั้งนี้จึงดูยุ่งยากสลับซับซ้อน ปิดๆ เปิดๆ กันมึนไปหมด จึงขออนุญาตแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนครับ

การเลือกผบ.ตร.เดิมทีไม่ได้มีความสำคัญถึงระดับ"ศึกช้างชนช้าง"หรือ"ศึกยุทธหัตถี"เช่นที่เป็นอยู่ขณะนี้ เริ่มต้นที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ซึ่งจะต้องมีการเกลี่ยและโยกย้ายกันจำนวนมาก อภิสิทธิ์(ปชป)ร่วมกับสนธิ ลิ้มทองกุล(พรรคพันธมิตรการเมืองใหม่)ถือโอกาสวางแผนสมคบคิดสร้างฐานกันใหม่ในสำนักงานตำรวจเพื่อผลสร้างฐานเสียง คุ้มครองหัวคะแนนและผลประโยชน์มหาศาลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยจับมือกับกลุ่มทหารที่ต้องการเล่นการเมืองอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.ปัจจุบันก็ทำโผโยกย้ายหวังปูฐานเข้าสู่การเมืองเพื่อเป็นใหญ่เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างว่าต้องการล้างอิทธิพลทักษิณและตำรวจเสื้อแดงที่ทำตัวใส่"เกียร์ว่าง"ในขณะนี้

ฝ่ายอภิสิทธิ์และสนธิลิ้มได้สร้างวาทกรรม"เจอตอ"ในคดียิงสนธิ จากปากของพลตำรวจเอกธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.คนของสนธิ ลิ้มทองกุล เพื่อหวังกดดันไปสู่การเปลี่ยนผบ.ตร.คนใหม่ แต่ก็เจอแรงต้าน ตอบโต้จากพัชรวาทและพวกสุดฤทธิ์ เกิดนิทานอีสปเรื่อง "หมาป่ากับลูกแกะ" ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ จะเป็นตำนานต้องเล่าขานกันในวงการสีกากีและการเมืองไทยไปอีกนาน จนไม่สามารถปลด-ย้ายหรือกระทำการใดๆ ไม่ให้พัชรวาทยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายหรือปรับเกลี่ยตำแหน่งตามโครงสร้างใหม่แต่อย่างใด

กระทั่งเมื่อใกล้วาระเกษียณอายุต้องสรรหาผบ.ตร.คนใหม่ อภิสิทธิ์ที่สมคบกับสนธิลิ้มจึงใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ต.ช.ที่มีสิทธิเสนอชื่อผลักดันพลตำรวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ ในกำกับของสนธิลิ้มซึ่งได้ส่งลูกน้องไปเป็นหน้าห้องไว้ล่วงหน้าแล้ว หวังเปิดทางสะดวกในการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายวางฐานอำนาจกันใหม่ เพื่อรองรับพรรคการเมืองพันธมิตรและประชาธิปัตย์เจ้าเก่าตามแผนจับมือ กอดคอกันยึดรัฐสภาการเมืองไทยไว้ใต้อุ้งอำนาจ

แต่อนิจจา..."เมื่อฟ้าให้ปทีป(จะ)เกิดไยให้(มี)จุมพลเกิด(สอดแทรก)ด้วย"

พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมายกลับได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมชิงตำแหน่งแข่งขันด้วย จากผลงานรับใช้ใกล้ชิดจนเป็นที่ไว้วางใจมาตั้งแต่ครั้งเป็นผู้การอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี

ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายรัชกาลที่ท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี ผู้รับมรดกจากฟ้าอย่างเป็นทางการจึงต้องการปูพื้นฐานในการขึ้นครองฟ้า วางฐานอำนาจรองรับภารกิจนี้โดย"ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ"เช่นที่มีกลุ่มอำมาตย์กำลังวางแผนกันอยู่ในขณะนี้

จึงเกิด"ข้อมูลพิเศษ"จากนิพนธ์ พร้อมพันธ์ เลขานายกรัฐมนตรีและสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงแจ้งให้อภิสิทธิ์ได้รับทราบถึง"ข้อมูลพิเศษ"นี้ แต่ด้วยความโอหังและต้องการลดปมด้อย"เด็กเมื่อวานซืน"ที่ต้องรอแก๊สบ่มยังไม่บรรลุวุฒิภาวะผู้นำจึงทำเป็นละเลยไม่แยแสที่จะทำความกระจ่างชัด ดึงดันเสนอชื่อที่ไม่ใช่"ข้อมูลพิเศษ"ขอมา อาจจะเมื่อไปปรึกษากับสนธิลิ้มก็ได้รับการยืนยันว่าของลิ้มเป็น"ข้อมูลพิเศษที่พิเศษกว่า"ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องกลัว และชวนเองก็หนุนให้ไม่ต้องสนใจโดยอ้างว่าสมัยเป็นนายกก็เคยขัดใจ"ข้อมูลพิเศษ""ไม่เห็นจะมีอะไร โมโห 3-4 วันก็เงีบหายไปเอง"

อภิสิทธิ์ด้วยความมั่นใจเสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีป เป็นผบ.ตร.คนใหม่ต่อที่ประชุม ก.ต.ช.อย่างโอหัง บังอาจ จึงได้รับการ"ตบหน้า"สั่งสอนด้วยมติไม่รับรองปทีปเป็นผบ.ตร.คนใหม่เป็นที่อับอายฮือฮากันทั่วทุกวงการ อภิสิทธิ์เองทำเป็นไก๋โยนความผิดพลาดให้กับพรรคภูมิใจไทยหวังกลบเกลื่อนเบี่ยงเบนความจริง แต่ก็ถูกสวนกลับด้วยวาทะ"ให้ไปถามนิพนธ์กับสุเทพ"ผู้ประสานงานพรรคร่วมที่สั่งมา ต้องเดือดร้อนบรรดาทนายหน้าหอของ"ข้อมูลพิเศษที่พิเศษกว่า"ตามที่สนธิลิ้มอ้างออกมาเดินเพ่นพ่านแสดงตนว่าเป็นของที่จริงกว่าหนุนมาร์คอยู่ อันนำไปสู่การขยายเรื่องเล็ก(ที่ควรจะเป็นภายใน)ให้เป็นเรื่องใหญ่(เป็นที่รับรู้ทางสาธารณะ) เพราะความดื้อรั้น อวดดี โอหัง รักหน้า รักประโยชน์ตนของอภิสิทธิ์เป็นเหตุ

อนิจจาวันเวลาได้เคลื่อนไปไม่เคยหวนกลับ สมัยชวนกับสมัยนี้เงื่อนไของค์ประกอบบารมีไม่เหมือนกัน "ข้อมูลพิเศษ"ปัจจุบันกำลังจะบินขึ้นท้องฟ้า บารมีเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มสั่งสมเพื่อรองรับภารกิจนี้

จึงเกิดสายด่วนตรงระหว่าง"ข้อมูลพิเศษ"กับ"ข้อมูลที่พิเศษเหนือกว่า" ทำให้"ข้อมูลที่อ้างว่าพิเศษเหนือกว่า" ยอมรับต้องปล่อยวางไม่ยุ่งเกี่ยว เดือดร้อนต้องให้คนแก่ผมหงอกที่เป็นล่ามกิติมศักดิ์อ้างว่าสามารถสื่อสายตรงกับ"ข้อมูลที่พิเศษสุดสุด"แอบอ้างว่าหนุนอภิสิทธิ์อย่างเต็มตัว

ด้วยวาจาดูถูกดูแคลนของอภิสิทธิ์ที่ว่าข้อมูลที่อ้างเป็นข้อมูลจริงไม่จริง ลึกไม่ลึก รอบด้านไม่รอบด้าน จึงเกิด"สายด่วนตรงจากเยอรมัน"ที่นิพนธ์บินไปรับมายืนยันว่า"ข้อมูลพิเศษ"ของจริง ไม่ใช่อ้างลอยๆ ไม่ลึก ไม่รอบด้านตามที่กล่าวหา

กรณี"ชี้มูลความผิดของปปช."จากบารมีล่ามฯ เป็นการเริ่มกลโกง เกมสกปรก ตัดคะแนนกันหน้าด้านๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสื่อมเสียในองค์กรอิสระจึงเกิดขึ้น พร้อมด้วยเทคนิคกลเกมสารพัดนำมาใช้โดยไม่มีความสำนึกว่าเหมาะสม สมควรหรือไม่

เพราะความดื้อรั้นของเด็กดื้อทำให้รับทราบกันทั่วไปว่าใคร? หนุนจุมพลให้เป็นผบ.ตร. ก่อให้เกิด"สงครามแห่งศักดิ์ศรี"ขึ้น ถึงขั้นถ้าพ่ายแพ้หมากนี้(ในการแต่งตั้งผบ.ตร.)อาจหมายถึงพ่ายแพ้ทั้งกระดาน(ตำแหน่ง"ผู้รับมรดก"อาจเป็นเพียงในนามเท่านั้น)

"ขอกันแค่นี้ก็ไม่ได้หรือ" คำคำนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะได้รับการปฏิเสธด้วยท่าที่ที่โอหัง

สมัยทักษิณเป็นนายกเตรียมเสนอพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ขึ้นเป็นผบ.ตร.อย่างเต็มที่ แต่เมื่อได้รับ"ข้อมูลพิเศษ" ขอเปิดทางให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะผู้ที่ญาติผู้ใหญ่ฝากฝังมา ทักษิณสนองตอบทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขหรืออิดออดแต่อย่างใด

อภิสิทธิ์อ้างเสมอว่าตน"จงรักภักดีและเทิดทูน"ต่อราชวงศ์ต่อสถาบันกลับกระทำการดูเสมือนเหิมเกริมบังอาจทำตนเป็นศรีธนญชัย เล่นกลเกมกลโกงหวังเอาชนะคะคานเพียงข้ออ้างเพื่อรักษา"ภาวะผู้นำ"ของตนไว้

ถ้าประชาชนผู้รักเทิดทูนสถาบันรู้ว่า"ภาวะผู้นำ"ที่นายอภิสิทธิ์กำลังสร้างคือการเล่นแร่แปรธาตุกลิ้งกลอกกับผู้สูงศักดิ์ในราชวงศ์ของสถาบันเบื้องสูง จะได้รับการยอมรับว่านี่คือ ผู้นำผู้จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันจริงละหรือ?

ในทางตรงกันข้ามกับ "ภาวะผู้นำ"ที่มีวุฒิภาวะรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา รู้จักที่ต่ำที่สูง รู้สิ่งไหนควรไม่ควร ผู้นำแบบไหนที่ประชาชนผู้จงรักภักดีเทิดทูนสถาบันต้องการและจะได้รับการแซ่ซร้องสรรเสริญ

ดังนั้น"ข้อมูลพิเศษ"จึงจำเป็นต้องลงมาส่งสัญญาณกับผู้ลงคะแนนว่า"ข้อมูลพิเศษ"ของนิพนธ์เป็นของจริง ทำให้เกิดความระส่ำระสาย กระอักกระอ่วนกันทั่วหน้า ชักเข้าชักออกในการประชุมที่ผ่านมา แทนที่อภิสิทธิ์จะถอยเพื่อรักษาสถาบัน..กลับดื้อรั้นประกาศสู้ดะไม่ยอมถอยด้วยวาทะโวหารที่เผยให้เห็นความกะล่อนชัดแจ้ง

จึงเรียกได้ว่าเป็นศึก"ช้างชนช้าง"เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี เป็นศึกชี้เป็นชี้ตาย ระหว่างภาวะผู้นำกับภาวะผู้ครองฟ้าไงครับ