WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 11, 2007

ร้านอาหารจ่อขยับ ปีหน้าเมนูละ5บาท


ปีหน้าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน มีแววขยับราคาอาหารอีก 3-5 บาท
นายเกียรติศักดิ์ ฉมาภิสิษฐ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอแอนด์ดับบลิว เรสเตอรองต์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มการปรับขึ้นราคาอาหารในปีหน้านั้น คาดว่าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน หรือคิวเอสอาร์ ผู้ประกอบการทุกรายคงจะต้องปรับราคาขายขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อย 3-5 บาท ตามแต่ละเมนู เนื่องจากราคาสินค้าที่เป็นส่วนประกอบหลักปรับขึ้นทุก
ขณะที่เอแอนด์ดับบลิวคงต้องรอดูสถานการณ์ว่า ผู้นำตลาดอาหารบริการด่วนจะขึ้นราคาเมื่อไร แต่เอแอนด์ดับบลิวอาจจะไม่ขึ้นราคาตามในทันที เพราะต้องการเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ บริษัทได้วางแผนงานจะขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 8 สาขาต่อปี เน้นขยายไปกับปั๊มน้ำมันเป็นหลัก และการเปิดร้านแบบสแตนด์ อโลน โดยการลงทุนสำหรับสาขาในปั๊มน้ำมันอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท ส่วนการเปิดสาขาแบบสแตนด์อโลนอัตราการลงทุนอยู่ที่ 8 ล้านบาท
ปัจจุบันเอแอนด์ดับบลิวมีทั้งหมด 31 สาขา อีก 2 ปีข้างหน้าหากการดำเนินการขยายสาขาเป็นไปตามเป้าหมายก็จะมีสาขาครบ 50 สาขา ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ เพียงพอที่จะเพิ่มบริการ เดลิเวอรี และในอีก 5 ปีข้างหน้าก็จะเปิดครบ 100 สาขา
สำหรับการขยายสาขาไปต่างจังหวัดที่ไกลออกไป เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ได้รับการติดต่อจากสถานีให้บริการน้ำมันที่เป็นพันธมิตร แต่บริษัทยังไม่พร้อมทางด้านขนส่งสินค้า ทำได้แค่เพียงขนส่งระยะสั้นเท่านั้น จึงยังไม่สามารถเปิดสาขาเพิ่มในจังหวัดเหล่านั้นได้
สำหรับภาพรวมของเอแอนด์ดับบลิวในปีนี้มีอัตราการเติบโตประมาณ 3% และอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาอยู่ที่ 3% เช่นเดียวกัน
ปีหน้าคาดว่าภาพรวมเอแอนด์ดับบลิวจะเติบโตขึ้น 7% ส่วนอัตราการเติบโตของยอดขายแต่ละสาขาตั้งเป้าไว้ที่อัตราเดิม 3% เพราะยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจริงหรือไม่ จึงตั้งตัวเลขไว้เท่าเดิมกับปีนี้ไปก่อน

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php