WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 8, 2008

ใครกันแน่ที่...ยั่วยุ

แค่เห็นแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ระบุว่า "กลียุคมาแล้ว" ก็พอจะมองเห็นทะลุไปถึงเจตนาของการออกมาเคลื่อนไหวในคร้งนี้

เพราะสิ่งที่กล่าวอ้างรวมทั้งเหตุผล 7 ประการไม่มีสิ่งใดบ่งชี้เลยว่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 4 ตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ ที่จะต้องปรับเปลี่ยนการบริหารงานให้เข้ารูปเข้ารอย

ที่สำคัญทุกตำแหน่งที่มีการโยกย้ายนั้น สามารถตอบคำถามประชาชนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ หรือนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ล้วนถูกส่งไปทำงานสำคัญทั้งคู่

ส่วนการโยกย้ายที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ตอนแรกพยายามจะออกมากล่าวหากันว่ารัฐบาลจงใจเด้ง นพ.วิชัย โชควิวัฒน พ้นเรื่องการยกเลิกซีแอลยา แต่นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ก็ยังคงให้ นพ.วิชัย นั่งหัวโต๊ะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างเก่า

และคนสุดท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ที่ในเมื่อพบว่ามีการกระทำอันไม่ชอบมาพากล และต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องปกติในระบบราชการที่จะต้องให้พ้นจากตำแหน่งไว้ก่อน
ซึ่งกรณีของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ยังแตกต่างจากคนอื่นๆ ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นเพียงการย้ายออกจากตำแหน่งมาช่วยราชการ อันหมายถึงในหลักการแล้วก็ยังสามารถกลับไปนั่งในตำแหน่งเดิมได้

หรือหากจะมองกันอีกมุมหนึ่ง ในเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ มีที่มาจากคณะรัฐประหาร มาจากการโยกย้าย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ จะต้องไปในแบบเดียวกัน

และที่สำคัญเมื่อคราวย้าย พล.ต.อ.โกวิท กลุ่มพันธมิตรเองก็ออกมาระบุว่าเป็นการสมควรแล้ว เพราะการติดตามเรื่องระเบิดรับวันปีใหม่ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อมาถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ การติดตามคดีเดียวกันก็ยังไม่เห็นไปถึงไหน แถมยังปล่อยให้มีตำรวจออกมาทำงามหน้าซะเองหลายเรื่องหลายราว ไม่ว่าจะเป็นแก๊ง ตชด. หรือเรื่องแชร์รถเช่าที่ไปปูดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำวงการสีกากีมัวหมองกันไปหมด

แต่กลุ่มพันธมิตรฯ กลับเห็นว่าการถูกโยกย้ายเป็นความไม่ชอบธรรม ทั้งที่แค่ข้อกล่าวหาสถานเบาตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุก็ยังไม่ใช่เรื่องเล็ก และยังบอกเล่าความบกพร่องได้ครบถ้วนทุกประการ

ทั้งเรื่องความบริสุทธิ์ โปร่งใสในการทำงานจากกรณีการเช่ารถตำรวจมูลค่าเหยีบหมื่นล้านบาท ที่ส่อเค้าทุจริต

ทั้งเรื่องวุฒิภาวะความเป็นผู้นำที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายในการสั่งราชการ เสมือนเป็นการดูถูกความเป็นคน ของผู้ที่ด้อยกว่าในตำแหน่งหน้าที่การงาน และยังอาจพ่วงไปด้วยเรื่องที่มีบางคนมองไปถึงสาระสำคัญของเอกสารฉบับที่มีปัญหา

รวมถึงการแต่งตั้งนายตรวจระดับ พ.ต.อ. หลายนาย โดยขัดต่อกฎหมาย ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่รอบคอบรัดกุม ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในการทำงานของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

เหล่านี้หากยังไม่เพียงพอที่จะย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ พ้นจากตำแหน่งไปช่วยราชการก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะถึงนาทีนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เองก็ยังสงบปากสงบคำไปมาก เพราะคงไม่อยากให้รัฐบาลเอ่ยถึงข้อเสนอที่ใหญ่กว่า ดังที่นายกรัฐมนตรีเอ่ยไว้

เห็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้วข้อกล่าวหาของพันธมิตรฯ ในเรื่องการโยกย้ายข้าราชการนั้นฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ส่วนที่อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามจะยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ก็ยังไม่เห็นจะมีเค้าจริงตามนั้น เพราะตลอดเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์เพียง 2-3 ครั้ง

ครั้งแรกเป็นการแถลงถึงคนไทยทั้งประเทศในโอกาสที่เหยียบย่างถึงเมืองไทย ครั้งที่สอง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชี่ยลไทม์ และครั้งที่สามให้สัมภาษณ์ในโอกาสไปร่วมประชขุมสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย และทุกครั้งทุกบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะย้ำเสมอว่าจะไม่หวนกลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก รวมทั้งไม่มีแม้กระทั่งข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พบปะกับใครในรัฐบาล

ส่วนจะมีพูดถึงเรื่องการบ้านการเมืองบ้าง พูดเรื่องเศรษฐกิจบ้าง ก็เพียงแค่พูดในภาพรวมทั้วไป และรับรองได้ว่าไม่มากไปกว่าที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อรไหวอยู่ในขณะนี้

รวมทั้งยังไม้เห็นว่ามีถ้อยคำไหนที่บ่งชี้ถึงการเรียกคนออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดเป็นความวุ่นวายในบ้านเมือง

กลับกันมีแต่กลุ่มพันธมิตรฯ เองต่างหากที่พยายามออกมาสร้างสถานการณ์ ใช้ถ้อยคำรุนแรงบอกเล่าผู้คน ว่าบ้านเมืองกับกำลังอยู่ในภาวะวุ่นวาย เป็นการสร้างความตื่นตระหนกขึ้นในประเทศชาติ และส่วนหนึ่วงยังอาจจะเป็นการหลอกพวกเดียวกันให้ออกมาเคลื่อนไหว

และมีแต่กลุ่มพันธมิตรฯ เองเท่านั้น ที่บอกว่าจะระดมแนวร่วมทั่วประเทศ

การกระทำต่างๆ เหล่านี้ของกลุ่มพันธมิตรฯ ต่างหากที่เป็นการยั่วยุ เป็นการกระทำที่วส่อให้เห็นว่าจงใจให้เกิดความวุ่นวายขึ้น จงใจให้เกิดการประจัญหน้า และเป็นเมือนการทอดสะพานให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมาอีกครั้ง

เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่าใครกันแน่ที่พยายามออกมายั่วยุ ออกมาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

เชื่อว่าประชาชนตัดสินได้...ใครกันแน่ที่บ่อนทำลาย และเป็นภัยต่อแผ่นดิน...!!


บิ๊กโบ๊ต (แทน)

////////////////////////

คอลัมน์:ละครชีวิต...

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์รายวัน ฉบับวันที่ 7/03/2551