WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, October 21, 2009

สลดรถไฟไทย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




"รู้สึกเสียใจที่พนักงานรถไฟทำเช่นนี้โดยชาวบ้านไม่รู้อะไรด้วยเลย ขอบอกว่าเข็ดแล้วจะไม่ขอนั่งรถไฟอีก"

คือเสียงบ่นของชาวบ้าน หนึ่งในจำนวนหลายพันคน

ซึ่งถูกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยจับเป็นตัวประกัน

ต่อรองเรียกร้องให้ปลดผู้บริหารการรถไฟฯ บางคน

เรื่องของเรื่องสืบเนื่องจากขบวนรถด่วนที่ 84 ตรัง-กรุงเทพฯ ตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. แล้วมีผู้โดยสารเสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บอีกกว่า 80 คน

จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นสรุปว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานคนขับ จึงมีคำสั่งลงโทษไล่ออก และตัดเงินเดือนพนักงานเกี่ยวข้องอีก 2 คน

นำมาสู่ความไม่พอใจของสมาชิกสหภาพแรงงานรถไฟ เนื่องจากมองว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบของผู้บริหาร ปล่อยให้พนักงานระดับล่างเป็นแพะรับบาป

การหยุดเดินรถจึงถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกดดันผู้บริหาร

ผลที่ตามมาเลยทำให้ประชาชนผู้โดยสารจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างที่เห็น

ตามสถิติบันทึกไว้ในรอบ 10 เดือนของปีนี้ รถไฟตกรางไปแล้ว 80 ครั้ง ส่วนปี 2551 ตกราง 149 ครั้ง

เป็นสถิติน่าขนลุกสำหรับผู้ใช้บริการรถไฟไทย

ทางสหภาพรถไฟอ้างว่าสาเหตุที่รถไฟตกรางบ่อยครั้งเนื่องจากสภาพความไม่พร้อมของตัวรถ หัวรถจักร อุปกรณ์เซฟตี้ ราง ฯลฯ ที่ขาดการซ่อมบำรุงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี

ตรงนี้เองผู้บริหารต้องรับผิดชอบ

ขณะที่ฝ่ายผู้บริหารบอกว่าจริงอยู่ที่สภาพรถไฟส่วนใหญ่มีสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ที่ผ่านมาก็ได้พยายามดูแลรักษาเท่าที่ทำได้ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและกำลังคน

โดยยึดเอาสวัสดิภาพผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

เหนือสิ่งอื่นใดต้องไม่ลืมว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่เป็นเพียงตัวช่วยหรือผ่อนแรงให้พนักงานเท่านั้น

ถึงที่สุดพนักงานจะเป็นกลไกหลักในการควบคุมการเดินรถให้ปลอดภัย

ฟังจากทั้งสองฝ่ายแล้วใครจะถูกผิดอย่างไรนั้นเชื่อว่าต้องใช้เวลาสะสางกันอีกพอสมควร

แต่สิ่งที่ทั้งผู้บริหารและสหภาพต้องตระหนักในเวลานี้

คือการรถไฟฯ เป็นสมบัติของประชาชนไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง

ถ้าจะทะเลาะกันก็ไม่ควรทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน