WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, June 21, 2008

ยึดทำเนียบได้แล้ว แล้วไงต่อ? So what?


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ในวันนี้ ผมคิดว่ามวลชนของกลุ่มพันธมิตรที่สามารถฝ่าด่านตำรวจ เข้ายึดถนนพิษณุโลกได้ คงดีใจและตื่นเต้นสุดขีด อะดรีนารีนหลั่ง ความสุขแผ่นซ่านไปทั่วร่างกาย และในใจขณะนั้นคงคิดว่า พวกเราชนะแล้ว รัฐบาลล้มแน่นอนแล้ว พันธมิตรชนะแล้ว เราจะตั้งรัฐบาลของพันธมิตรได้แน่นอนแล้ว

และในเวลาไม่นานนักตำรวจก็ปล่อยให้ม็อบพันธมิตรทั้งหมด เข้ายึดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

ความสุขของ มวลชนกองหน้าของพันธมิตร คงไม่แตกต่างจาก ทหารกองแรกของจักรพรรดินโปเลียน นักรบผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ที่เข้ายึดกรุงมอสโคว์ได้ พวกเขาคงดีใจอย่างเต็มที่ หลังจากต้องเดินทัพมาด้วยระยะทางที่ไกลแสนไกล ต้องฝ่าทุ่งหญ้าสะเต็บอันกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อพวกเขาเข้าถึงกรุงมอสโคว์ได้ ก็คิดว่าตัวเองบรรลุภารกิจและชนะสงครามแล้ว

แต่ทหารพวกนั้นหารู้ไม่ว่านั้นคือ จุดเริ่มต้นแห่งความหายนะ

การยึดกรุงมอสโคว์ที่ว่างเปล่า มีแต่ตึกร้าง ไม่มีผู้คน ไม่มีอาหาร ไม่มีฟืนแม้แต่จะทำความอบอุ่นในฤดูหนาว การยึดกรุงมอสโคว์ได้ ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสงครามเลย เพราะกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ได้ยกออกจากกรุงมอสโคว์ไปแล้ว ไม่ยอมปะทะไม่ยอมทำสงครามแตกหัก และก็ไม่ยอมแพ้ สงครามเพิ่งเริ่มต้น หาใช่สงครามสิ้นสุดแล้วไม่ การยึดตึกร้างในกรุงมอสโคว์ได้ ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสงครามเลย สุดท้ายกองทัพอันยิ่งใหญ่ของนโปเลียนที่มีกำลังพลเกือบ 500,000 คน ก็ต้องถอนทัพกลับ เพราะไม่มีอาหาร และกองทัพนี้ต้องรบกับ นายพลหิมะ หรือ General Snow เหลือรอดกลับถึงฝรั่งเศสแค่ไม่ถึง 200,000 คน และนั่นคือ จุดเสื่อมของจักรพรรดิ์นโปเลียน ผู้ยิ่งใหญ่

ม็อบพันธมิตรที่ดีใจยึดทำเนียบรัฐบาลได้ ก็ไม่ต่างจากนโปเลียนยึดมอสโคว์ได้ มันไม่ได้นำไปสู่อะไรในสงคราม แค่ได้พื้นที่ กับตึกเปล่า ข้าศึกยังอยู่ รัฐบาลยังอยู่ นายสมัคร สุนทรเวช ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาชน ยังคงเป็นรัฐบาล

ผมนั้นพอจะรู้แกวตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า สุดท้ายรัฐบาลจะปล่อยให้พวกพันธมิตร ยึดทำเนียบไปอย่างง่ายๆ โดยไม่สะกัดกั้น หรือปะทะ รัฐบาลคงสั่งให้ตำรวจสะกัดเท่าที่สะกัดได้ หากไม่ได้ก็คงปล่อยไป พวกพันธมิตรยึดทำเนียบได้ก็คงได้แต่ตึกไป แต่รัฐบาลยังมีอีกหลายตึก และก็สามารถใช้ตึกเหล่านั้นในการทำงานได้ การยึดทำเนียบได้ไม่ได้ส่งผลกระเทือนอะไรต่อรัฐบาลมากนัก

ก็คงแค่ รบกวนจิตใจของฝ่ายเชียร์รัฐบาลที่อยากให้ปราบพันธมิตรให้เด็ดขาด

แต่ในการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบทางการเมือง เราคงเอาแค่ความสะใจไม่ได้ ต้องพินิจพิเคราะห์ผลได้ผลเสียให้ถ่องแท้ และเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ มากกว่าจะสนใจแค่ยุทธวิธีเล็กๆ น้อยๆ แค่แย่งพื้นที่เช่นนี้

ผมคิดว่า สิ่งที่พวกพันธมิตร หรือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ต้องการจริงๆ ไม่ใช่ถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่พวกนี้ต้องการยั่วยุให้รัฐบาลใช้กำลังปราบอย่างรุนแรง เพื่อจะได้ใช้เป็นเงื่อนไข ปลุกระดมประชาชนเข้าต่อต้านรัฐบาลต่อไป สิ่งที่พวกนี้ต้องการคือ "ซากศพและเลือดทาถนนพิษณุโลก"

การยึดพื้นที่ทำเนียบได้ มันก็ไม่ได้ต่างจากการยึดพื้นที่บริเวณสะพานมัฆวานได้ มันก็แค่ย้ายวิกแสดงคอนเสิร์ตด่ารัฐบาลก็แค่นั้นเอง

ที่จริงผมอยากให้พวกนี้ เผาทำเนียบด้วยซ้ำ เพราะหากทำอย่างนั้น คนเหล่านี้จะขาดความชอบธรรมทางการเมืองทันที และเป็นข้ออ้างให้รัฐบาลใช้กำลังปราบปรามการก่อจลาจลทันที

ผมว่าหลังคืนนี้ไปแล้ว ม็อบพันธมิตร และแกนนำคงจะงงว่า "ยึดทำเนียบได้แล้วจะทำยังไงต่อ" ยึดทำเนียบได้แล้ว So what?

คือ "ที่ตั้งทำเนียบรัฐบาล" มันไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น ไม่ได้มีความสำคัญขนาดที่หากไม่มีตึกไทยคู่ฟ้า รัฐบาลไทยจะล่มสลายทำงานไม่ได้ มันก็แค่ตึกกับที่ดินแคบๆ สิบกว่าไร่ มันมีตึกอีกมากมาย หรือจะไปตั้งเมืองหลวงกันใหม่ที่ เชียงใหม่ ก็ได้

ผมคิดว่าปล่อยให้คน 50,000 คน ให้ยึดทำเนียบไปสัก 30 วัน นายทุน ที่ออกเงินให้พันธมิตรมันก็เจ๊งเอง เพราะต้องเลี้ยงคน ต้องเสียค่าใช้จ่าย และคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็มาจากต่างจังหวัด หากต้องอยู่นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน พวกนี้ก็จะทนไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่ได้รับผลกระทบอะไร มากมายนัก

ทั้งนี้หากทหารไม่ทำรัฐประหารก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่อย่างใด

แผนที่ดีที่สุดคือ ต้องใช้แผน "สุมาอี้" ตอนรบกับขงเบ้ง ต้องทนยั่วยุให้ถึงที่สุด สุมาอี้ทนยั่วยุได้ดีกว่านี้มาก สุดท้ายขงเบ้งก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องช้ำใจตายไป เพราะทั้งขงเบ้งและ ม็อบพันธมิตร ต่างมีจุดอ่อนเหมือนกันคือ ทนการต่อสู้ที่ยืดเยื้อไม่ได้ พวกนี้ต้องยกกำลังคนมาจากแดนไกล การยกกำลังคนจำนวนมาก มาอยู่แดนไกล ต้องมีเสบียง ต้องเลี้ยงอาหาร ต้องมีที่พัก ต้องมีการส่งกำลังบำรุง ยิ่งคนมาก ยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่หากไม่มีปะทะก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ต้องไล่ยึดพื้นที่ต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ ต่อไปก็ยึดเขาดิน และยึดรัฐสภา แต่ยึดได้แล้ว แล้วจะทำยังไงต่อ จะเป็นคำถามที่ แกนนำพันธมิตรจะต้องตอบตนเองและตอบม็อบ หรือมวลชนของตน หากรัฐบาลไม่ปะทะ ก็ยังไม่มีผลแพ้ชนะ

ตอนนี้ผมว่าคนกลุ่มนี้กำลังงง และหากไม่มีใครสนใจจนกว่าจะถึงวันจันทร์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ต้องทนตากฝน อีกต่อไป สิ่งที่ได้คือ เปลี่ยนที่นอนจากสะพานมัฆวานมาหน้าทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น

แต่ไม่เป็นไร เพราะ ม็อบสมัชชาคนจน เคยทำสถิตินอนอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลยุคปลายรัฐบาลชวน หลีกภัย ถึงสองเดือนขึ้น จนประกาศตั้ง หมู่บ้านคนจน ขึ้นหน้าทำเนียบ แต่ก็ไม่มีมักมีผลอะไร ในการเจรจา

หากไม่มีการทำรัฐประหาร รัฐบาลก็ไม่ล้ม การที่รัฐบาลทักษิณล้มไปครั้งที่แล้ว ไม่ใช่เพราะม็อบพันธมิตร ยึดทำเนียบได้ แต่เพราะ โดนใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารสิ่งที่พวกพันธมิตรต้องการคือ "เงื่อนไขยั่วยุให้ทหารทำรัฐประหาร" การชุมนุมคนจำนวนมาก (ซึ่งเมื่อเทียบกับประชากรก็ไม่มาก") ไม่ทำให้รัฐบาลล้มไปได้

ตอนนี้ "รัฐบาลโยนลูกไปให้พวกพันธมิตรแล้วละครับว่าจะทำอะไรต่อ" เพราะยึดทำเนียบได้แล้ว รัฐบาลก็ยังอยู่ สถานการณ์ก็ไม่ได้ต่างจากการยึดสะพานมัฆวานเท่าใดเลย

เราต้องยอมอดทน เพื่อให้ความชอบธรรมของพันธมิตรค่อยๆ หมดไป

เราตอบโต้ตอนนั้นก็ไม่สายหรอกครับ ต้องใจเย็น และอดทน คิดว่ามันคือละคอนการเมืองฉากหนึ่งเท่านั้นครับ และสำคัญต้องอ่าน เกม ของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ และต้องรู้ เงื่อนตายของเกม เมื่อรู้แล้วมันก็สนุกครับ

ยึดทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่เงื่อนตายของเกม รัฐประหารจึงเป็นเงื่อนตายของเกมครับ

จาก thaifreenews