WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, August 11, 2010

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง (11 ส.ค.): ดับเบิ้ลสองมาตรฐาน

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 สิงหาคม 2553

***ข่าวพาดหัวผู้จัดการASTV สั่ง ตร.กิริยาสุภาพรับ 79 พันธมิตรฯ เข้ารับข้อกล่าวหา ตำรวจเนวิน “พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง” ซักซ้อมความเข้าใจพนักงานสอบสวนพร้อมรับ 79 พันธมิตรฯ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีอยู่หน้าสนามบินในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เน้นย้ำทุกคนพูดจาดี กิริยามารยาทสุภาพ อดกลั้น เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน

พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อยู่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวม 79 คน พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. ซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและกำลังคอมมานโด บก.ป. หากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเดินทางมารับทราบข้อหาพร้อมกันในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและมีแนวทางการปฏิบัติตรงกัน

ผมได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทุกคนพูดจาดี กิริยามารยาทสุภาพ อดกลั้น เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน และทำให้ทุกอย่างในวันนั้นผ่านไปด้วยความเรียบร้อย และหากผู้ถูกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไม่มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป


***


***วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกเวทีนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่รอดจากการถูกจับกุมคุมขัง แจ้งข่าวผ่านทางเฟสบุ๊คมาว่า ได้ไปพบปะกับพี่น้องเราใน ตจว. ค่อยอุ่นใจได้บ้างเพราะแดงในแต่ละพื้นที่พร้อมสู้ไมถอยหนี ยังเหนียวแน่นมั่นคงและเพิ่มมากกว่าเดิม ขอไห้ทุกคนสบายใจ ในที่สุดฝ่ายประชาธิปไตยจะได้รับชัยชนะ วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏคนทั่วโลกเริ่มรู้แล้วว่าอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย และกรรมกำลังจะมาเยือนพวกที่ร่วมมือกันฆ่าประชาชนแล้วครับ ไม่นานเกินรอเตรียมตัวรักษาชีวิตไว้ดูความย่อยยับของพวกมันกันนะครับ และจะถึงวันของประชาชนที่รักประชาธิปไตยมีชัยชนะ***

กำหนดการเสวนา ครบรอบ ๔ เดือน ๑๐ เมษายน ๕๓ หัวข้อ “เมื่ออำนาจพรก.ฉุกเฉิน อยู่เหนือสิทธิพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ”วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๕๓

เวลา ๑๔.๐๐- ๑๗.๐๐ น.
- พบกับเยาวชนผู้ถูกดำเนินคดี จาก จ.เชียงราย
- นายอติพงศ์ สันติวงศ์ (น้องเบิร์ด)
ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงบริเวณตา เมื่อ ๑๐ เมษายน
- ดร.วรพล พรหมมิกบุตร ผู้ดำเนินรายการ
เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น.
- พบกับมินิคอนเสิร์ต โดย แป๊ะ บางสนาน และผองเพื่อน***


***กิจกรรมโครงการงาน 110 ปีชาตกาล รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ในเดือนสิงหาคม

วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓

๑. งานครบรอบ ๖๕ ปี วันสันติภาพไทย เริ่มเวลา ๐๗.๑๕ น. - ๑๒.๐๐ น.

ณ ลานอาคารเสรีไทยอนุสรณ์ สวนเสรีไทย ถ.เสรีไทย ซอย ๕๓ เขตบึงกุ่ม กทม.

๒. ฝ่ายเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง "พระเจ้าช้างเผือก" พร้อมกันทั่ว ประเทศ ( ๗๖ จังหวัด) โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ส่วนกลางจัดฉาย ณ ลานหอศิลปวัฒนธรรมเเห่งกรุงเทพมหานคร เวลา ๑๘.๐๐ น. หลังเคารพธงชาติ (ชมฟรี)
คลิกอ่านบทความของโดม สุขวงศ์ เกี่ยวกับThe King of the White Elephant ที่http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=43&s_id=18&d_id=14

๓. การแสดงละครเวทีเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์"

วันเสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น.
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม มล.ตุ้ย ชั้นที่ ๘ อาคาร HB 7 คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
บัตร ๒๐๐ บาท นศ. ๑๐๐ บาท
สอบถามรายละเอียด โทร. ๐๘๖ ๗๒๘ ๖๘๒๘ / ๐๘๑ ๕๖๒ ๔๖๓๖

วันศุกร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. และ ๑๘.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิัทักษ์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

***หลังจากเราแพร่ข่าวไปว่า มีการเปิดตัวหนังสือพิมพ์ ไฮแลนด์ นิวส์ ฉบับ พีเพิล แชนแนล ก็มีคนถามเข้ามาเยอะอยากอุดหนุน ท่านสามารถดูรายละเอียดได้ทางช่องเอเชียอัพเดต หน้าแรกของไทยอีนิวส์นะครับ เขามีโฆษณาเป็นระยะๆ หรือท่านใดใจร้อนผ่านไปอิมพีเรียลลาดพร้าวเชิญที่ชั้น 5***

***ความคืบหน้าคดีนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 18 ปี เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2552 และทนายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 27 ต.ค.2552 ต่อมาทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 ก.ค.53 โดยระบุถึงสาเหตุขากรรไกรอักเสบรุนแรง ทำให้อ้าปากได้เพียงเล็กน้อยและต้องเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือ ขีดความสามารถเพียงพอ ทั้งยังต้องพักฟื้นอีก 1-2 ปี นอกจากนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่มีความผิดฐานเดียวกันก็ได้รับการปล่อยชั่วคราวเรื่อยมา

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทำของจำเลย กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและสักการะ และส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนผู้จงรักภักดีอย่างกว้างขวาง จึงถือเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยรวม ๑๘ ปี หากไดรับการปล่ออยชั่วคราวแล้วไม่เชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี ส่วนเหตุที่อ้างว่าจำเลยเจ็บป่วยนั้น จำเลยอาจร้องขอต่อราชทัณฑ์เพื่อไปรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่มีขีดความสามารถรักษาพยาบาลอาการป่วยของจำเลยได้อยู่แล้ว จึงยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”

นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายดารณี กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่น้องสาวซึ่งเจ็บป่วยไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้ตนเองซึ่งอยู่จังหวัดภูเก็ตต้องเดินทางมาเยี่ยมแทบทุกอาทิตย์มาเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว พร้อมทั้งต้องฝากเงินให้ดารณีเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อนมและอาหารอ่อนด้วย เนื่องจากดารณีอ้าปากได้น้อยมากและไม่สามารถทานอาหารที่เรือนจำจัดให้ได้ ขณะเดียวกันตนเองก็ประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ช่วยเหลือน้องสาวได้น้อยลงด้วย ดังนั้น หากผู้ใดประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สามารถโอนเงินเข้ามาได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่ 297-1-25805-5***

**************************************
แถลงการณ์ ประณามรัฐบาลปิดวิทยุชุมชนที่นครศรีธรรมราช

หลังการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ รัฐบาลได้อาศัยอำนาจของกฎหมายปิดกั้นช่องทางการสื่อสารของประชาชน ทั้งเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ตลอดจนปิดสถานีวิทยุชุมชนที่เสนอเนื้อหาตรงข้ามกับรัฐบาล ล่าสุด

ล่าสุดเมื่อปลายเดือนกรฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) กว่า 50 นาย ได้บุกจับวิทยุชุมชนและเคบิลทีวีชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 12 สถานี โดยตั้งข้อหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 โดยตั้งข้อหาความผิด 3 ประการ คือ การประกอบกิจการวิทยุชุมชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ,การใช้เครื่องส่งโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และการใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

หนึ่งในนั้นมีผู้สื่อข่าวอาวุโส ของนครศรีธรรมราช เช่น สุรโรจน์ นวลมังสอ จากนครโพสต์ สมพร รักหวาน จากสถานี CSTV เคเบิลท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน เห็นว่ามาตรการดังกล่าวของรัฐบาลเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้ความคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ซึ่งการจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำได้ก็เฉพาะในภาวะสงครามและเพื่อความมั่นคงของรัฐเท่านั้น

การที่รัฐบาลปิดกั้นสื่อในทุกระดับและทุกช่องทางเพียงหวังจะลดทอนเสียงของกลุ่มผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล จะเป็นชนวนเหตุทำให้สถานการณ์ยิ่งลุกลามและขยายตัวไปสู่ความรุนแรงได้ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง การเปิดให้สื่อของรัฐและสื่อเอกชนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลทำหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียวจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

รัฐบาลจึงควรเปิดให้ทุกฝ่ายมีสิทธิในการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกันเพื่อสร้างสมดุลของข่าวสาร และไม่สนับสนุนการใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรง หรือสร้างการดูหมิ่นเหยียดหยาม เกลียดชังฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอง เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน จึงขอเสนอความเห็นต่อรัฐบาล ดังนี้

๑. ขอให้รัฐบาลยุติการดำเนินการปิดกั้นสื่อ และยกเลิกคำสั่งสั่งปิดเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้น และเปิดให้ทุกฝ่ายได้สื่อสารและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง

๒. ขอให้รัฐบาลระงับยับยั้งการใช้สื่อในเครือข่ายของรัฐเป็นเครื่องมือยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรง สร้างการดูหมิ่นเหยียดหยาม เกลียดชังกัน และร่วมกันแสวงหาหลักเกณฑ์กติกาการใช้สื่อที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อรักษาพื้นที่ความคิดเห็นที่แตกต่าง ลดทอนความขัดแย้งและความเกลียดชัง

๓.วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันที่นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐในการปฏิรูปสื่อ ส่งผลให้สังคมไทยขาดกลไกที่เป็นอิสระกำกับดูแลสื่อวิทยุและโทรทัศน์เป็นเวลายาวนาน และรัฐมีการเลือกปฎิบัติหนุนสื่อที่เชียร์แต่ทำลายล้างสื่อที่คิดแตกต่าง ซึ่งมีแต่จะส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมไทยโดยรวม


เครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารชุมชน***