WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 4, 2008

แจ้งจับ 'แป๊ะลิ้ม'พร้อมสมุนอีก8ผิด ม.28-เป็นปรปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ

“ชมรมผู้พิทักษ์กฎหมายและความยุติธรรม” ร้องผบ.ตร.ดำเนินคดี "สนธิ ลิ้มทองกุล" และพวกรวม 9 คน ฐานทำผิดกฎหมายอาญาและเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หลังบิดเบือนประเด็นการชุมนุมไปสู่การขับไล่นายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย “เฉลิม” ไล่ “แป๊ะลิ้ม” ตั้งพรรคการเมืองเผื่อได้เป็นนายกคนคุก ขณะที่ฝ่ายตำรวจหน่าย จนปัญญาเจรจาให้ม็อบดื้อด้านเปิดเส้นทางจราจร

หลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ปลุกระดมผู้คนออกมาปิดถนนชุมนุมสร้างความเดือดร้อนไปทั่วตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากข้ออ้างในประเด็นคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีความบิดเบือนมาสู่การขับไล่นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นั้น

ได้กลายเป็นประเด็นที่มีผู้ไม่เห็นด้วย และมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต้อกฎหมาย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้งหมดแล้ว

แจ้งจับ 9 หัวโจกเวทีพันธมิตร
โดยในตอนบ่ายวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา พ.ต.อ. บรรจบ สุดใจ อดีตผู้กำกับ สน.ท่าข้าม ในฐานะประธานชมรมผู้พิทักษ์กฎหมายและความยุติธรรม ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมพวกรวม 9 คน ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายเติมศักดิ์ จารุปราณ นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ นางอัญชลี ไพรีรัก และบุคคลอื่นๆ ที่ผลการสอบสวนมีพยานหลักฐานพาดพิงถึงโดยเฉพาะผู้ที่ร่วมปราศรัยบนเวทีทุกคน

ฐานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 รวมถึงความผิดกระทำการที่เป็นการปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 28

จากกรณีที่นายสนธิ และพวก เป็นแกนนำชุมนุมขับไล่รัฐบาลซึ่งมี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายยั่วยุ ปลุกระดมประชาชน เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จึงให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

โดยมี พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องไว้ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ชี้ม็อบปลุกระดมทำวุ่นวาย
พ.ต.อ.บรรจบ กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ร่วมกันปลุกปั่นประชาชนมาตั้งแต่ปลายปี 2548 เพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างกว้างขวาง จนนำไปสู่การปฏิวัติ หลังการปฏิวัติจนมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ได้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีและมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้น ประชาชนก็ตั้งความหวังว่าประเทศจะดีขึ้น แต่กลุ่มพันธมิตรฯ กลับมาตั้งเวทีชุมนุมขับไล่รัฐบาลอีก ทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย เกิดความเสียหายต่อประเทศ

ไล่รัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พ.ต.อ.บรรจบ กล่าวว่า การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ออกมาขับไล่รัฐบาลคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ชอบตามกฎหมาย เพราะการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของรัฐสภาที่มีอำนาจแก้ไขกฎหมาย ออกกฎหมายต่างๆ กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีสิทธิใดๆ ในการคัดค้าน อีกทั้งนายสนธิและพวกยังไม่มีสิทธิในการยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาที่ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นสิทธิและหน้าที่โดยเฉพาะ บุคคลดังกล่าวไม่ได้ทำผิดอะไร

พ.ต.อ.บรรจบ กล่าวด้วยว่า กลุ่มพันธมิตรฯ มีการตั้งเวทีปราศรัยบริเวณผิวถนนราชดำเนินกลาง เป็นการกีดขวางการจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนน จนเป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน เป็นการก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร จนเกิดมีการปะทะต่อสู้ทำร้ายกันระหว่างผู้คัดค้าการชุมนุม ประชาชนผู้ใช้ถนน กับกลุ่มพันธมิตรฯ และผู้ร่วมชุมนุม เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116(2 ) และผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก กระทบต่อความสะดวกของประชาชนที่ใช้ที่สาธารณะ ซึ่งมีประชาชนไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วที่ สน.สำราญราษฎร์ สน.นางเลิ้ง และกองบังคับการตำรวจจราจร จำนวนมาก

เผยนายกฯ กำชับไม่ให้รุนแรง
ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่าได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุม โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าไม่ให้ใช้วิธีรุนแรงในการแก้ปัญหา และดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมป้องกันการปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่าย โดยตำรวจพยายามจะใช้การเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก
โดยให้ ผบช.น. หรือรอง ผบช.น. เจรจากับแกนนำตลอดเพื่อให้ย้ายสถานที่การชุมนุมเนื่องจากผิดกฎหมายจราจร แม้ว่าการชุมนุมจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องคำนึงสิทธิ์ของผู้อื่น ส่วนสถานการณ์การชุมนุมขณะนี้ทางตำรวจก็ไม่ได้หนักใจหรือวิตกกังวล เพราะยังไม่มีความรุนแรง สถานการณ์ที่ดีขึ้นเป็นไปในทางที่ดี

เชื่อรัฐบาลไม่ใช้กฎหมายมั่นคง
ด้าน พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่า รัฐบาลจะไม่ใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงในราชอาณาจักร มาจัดการกับผู้ชุมนุม ระบุหากจะนำมาใช้ต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบ ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มั่นใจ รัฐบาลจะไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะเชื่อว่าน่าจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดีต่อรัฐบาลเอง และยังมีวิธีการอีกมากมายที่ดีกว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม หากมีการประกาศใช้จริง ทหารก็พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ แต่คงจะทำหน้าที่เพียงการดูแลความสงบเท่านั้น และจะไม่ใช้กำลังกับประชาชนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ พล.อ.บุญสร้าง ได้เสนอแนะให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายพันธมิตรฯ หันหน้าเข้าหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเชื่อมั่นว่า หากทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจจริงที่จะพูดคุยกันโดยสันติวิธี ก็น่าที่จะยุติความขัดแย้งได้

ไล่ “สนธิ” เป็นนายกสมาคมคนคุก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะทำอะไรก็ทำไป ไม่อยากแสดงความเห็น และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มอบหมายให้ดูแล อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะส่งคนไปเจรจากับพันธมิตรฯ ให้ย้ายสถานที่ชุมนุมเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร เพราะรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ต้องแก้ไขปัญหาด้วยความละมุนละม่อม และหากพันธมิตรฯ มั่นใจว่าประชาชนศรัทธาก็ขอให้เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมเพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อน

พร้อมย้ำให้พันธมิตรฯ ไปตั้งพรรคการเมือง และให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ระวังการออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวจะเป็นได้แค่นายกสมาคมคนคุก

ด้าน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้กลุ่มพันธมิตรฯ ย้ายสถานที่การชุมนุม ให้เปิดเส้นทางการจราจรอย่างถาวร ไม่ใช่เปิดเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเท่านั้น เนื่องจากยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องใช้เส้นทางการจราจรดังกล่าว และไม่มีความจำเป็นต้องเจรจาเพราะเป็นที่ทราบดีแล้วว่าประชาชน ข้าราชการ นักเรียน ต่างได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น

“ชูศักดิ์”เล็งศึกษามาตรา68
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เสถียรภาพรัฐบาลไม่มีปัญหา พร้อมกล่าวถึงการชุมนุมว่า นายสมัครได้มีการหารือกับหลายฝ่ายแล้วเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ... หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่มีปัญหา และเรื่องนี้ควรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยยึดกรอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญด้านการกระทำละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนมาใช้เป็นเงื่อนไขในการดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปดูกฎหมาย เพราะขณะนี้กำลังมีการหารือกันอยู่ ซึ่งคิดว่าควรจะไปเปิดรัฐธรรมนูญดูมาตรา 68

ทั้งนี้ มาตรา 68 ระบุว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว

อังกฤษห่วงการเมืองไทย
ด้าน นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการเดินทางเยือนประเทศอังกฤษว่า มีโอกาสพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ โดยมีการหารือเรื่องฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองประเทศ รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม ที่คาดว่าได้ข้อสรุป 1-2 เดือนนี้ นอกจากนี้ทางอังกฤษได้สอบถามถึงสถานการณ์การเมืองไทยและแสดงความเห็นว่า น่าจะให้เวลารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้บริหารประเทศก่อน ซึ่งตนได้ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเสถียรภาพของการเมือง และรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาได้

นายนพดล กล่าวว่า อังกฤษได้ชื่นชมไทยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประเทศพม่า หลังเกิดภัยพิบัติไซโคลนนาร์กีส และอยากให้ไทยช่วยประสานให้เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยนานาชาติ เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพม่า ซึ่งตนได้รับปากว่าจะช่วยประสานให้

ตำรวจหน่ายม็อบพูดไม่รู้เรื่อง
ขณะเดียวกันการชุมนุมก็ยังคงสร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเจรจาขอให้เปิดเส้นทางอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปิดถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ทำให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางรอง จนเกิดปัญหาติดขัดไปทั่ว เช่น สะพานกรุงธนฯ ปกติการจราจรจะคลี่คลายได้ในเวลา 09.00 น. ขณะนี้ต้องใช้เวลาถึง 11.00 น. การพูดจาหารือกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อจะให้เปิดถนนมีมาโดยตลอด ทั้งที่ผิดกฎหมายการจราจรชัดเจน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็อ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และอัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้การทำงานของตำรวจจราจรยากลำบาก ดังนั้น ตำรวจต้องเพิ่มกำลังมาอำนวยความสะดวก และประชาชนเองต้องตื่นเช้าขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะเปิดเส้นทางชั่วคราวในช่วงเวลาเร่งด่วน บริเวณแยกประชาเกษมและแยกเทวกรรม แต่สภาพการจราจรโดยรวมยังติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะถนนนครสวรรค์ หลานหลวง สะพานพระปิ่นเกล้า และมีปริมาณรถหนาแน่นเป็นพิเศษ ที่สะพานกรุงธนฯ ซึ่งติดขัดต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ รวมทั้งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทุกเส้นทาง ที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก นครบาลจำเป็นต้องเพิ่มตำรวจจราจรตามแยกสำคัญ 13 จุด

พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวด้วยว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่งผลกระทบด้านการจราจรเป็นลูกโซ่ ทั้งฝั่งธนบุรี และฝั่งกรุงเทพมหานคร วันนี้จึงเรียกทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น สน.นางเลิ้ง สน.ชนะสงคราม สน.ดุสิต สน.พระราชวัง สน.สำราญราษฎร์ เป็นต้น เพื่อสรุปผลและหาทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายเวทีการชุมนุมหรือเปิดถนน เพราะหัวใจการชุมนุมอยู่ที่หลังเวที อาจเป็นการเปิดช่องให้มีการเข้ามาทำมิดีมิร้ายกับแกนนำพันธมิตรฯ ได้