ที่มา thaifreenews
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551 10:10 น.
วันนี้เป็นเช้าที่สดใสแต่เมื่อมองลอดหน้าต่างออกไปเบื้องหน้ากลับรู้สึกหดหู่หม่นหมอง เหตุบ้านการเมืองวันนี้ยุ่งเหยิงจนทำให้ชาติย่อยยับแหลกละเอียดอย่างหาชิ้นดีไม่ได้เลย อำนาจเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีสองหน้า หน้าหนึ่งสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างอลังการ ส่วนอีกหน้าหนึ่งกลับสามารถทำลายได้อย่างร้ายกาจ ชาติจะมีผลลัพธ์อย่างไรนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันขึ้นอยู่กับผู้กุมอำนาจในขณะนั้น
ผมเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเกาะติดแต่ไม่ใช่ใกล้ชิด สื่อของทั้ง 2 ฝ่ายต่างสาดโคลนใส่กันตลอดเวลา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการปะทะกันฝ่ายที่ต้องล่าถอยทุกครั้งไปทั้งๆที่มีเครื่องทุ่นแรงที่เหนือกว่าคือฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแต่กลับถูกด่าว่าประณามอย่างเสียหาย ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งทั้งฟาดทั้งตีทั้งยิงทั้งแทงกลับลอยนวลด้วยเหตุผลที่ว่าสิ่งที่ได้กระทำลงไปนั้นเป็นการป้องกันตัวตามสมควร ถ้าเปรียบเป็นคู่มวยชิงแชมป์โลกอาจเรียกได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาขัดตากรรมการ
ในขณะที่ผมก็เป็นปกติชนคนหนึ่งแต่กลับไม่แน่ใจว่าตรรกะที่ผมใช้พิจารณาเหตุผลจะยังคงเป็นตรรกะเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ของคนไทยหรือไม่ เพราะกระแสที่ถูกปลุกเร้ามันกลับกลายเป็นว่าพันธมิตรทำในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรมแล้ว
ทำไม ? ตรรกะของผมจึงไม่ตรงกับของพันธมิตร หรือเพราะจิตของผมวิปริตผิดเพี้ยนไปเสียสิ้นแล้ว แล้วถ้าหากจิตของผมยังคงปกติสมบูรณ์ด้วยสัมปชัญญะนั่นหมายถึงจิตของพันธมิตรทั้งมวลล้วนวิปริตผิดเพี้ยนกระนั้นหรือ ? แน่นอนคำตอบคือไม่ใช่
ความรักน่าจะเป็นคำตอบเกือบทั้งหมดที่ส่งผลผลักดันให้คนทั้งสองกลุ่มกระทำในสิ่งตรงข้ามในความรู้สึกของแต่ละฝ่าย ความวุ่นวายในบ้านเมืองตอนนี้น่ากล่าวได้ว่าอุบัติขึ้นเพราะความรัก ต่างกันที่ต่างฝ่ายต่างรักในคนละอย่างกัน แต่จะมีความรักใดจะยิ่งใหญ่เท่ารักชาติรักแผ่นดิน ฉะนั้นฝ่ายไหนรักชาติรักแผ่นดิน ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ทำให้ข้าวยากหมากแพง ผมยินดีที่จะสนับสนุนฝ่ายนั้น รักชาติกับรักคนเพียงไม่กี่คนมันเทียบเคียงกันไม่ได้ในตรรกะของผม ผมจึงพร้อมแล้วที่จะสู้ สู้เพื่อไทยไม่ใช่เพื่อบ้านใดบ้านหนึ่ง....
จาก
.::เนื้อทราย::.