WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 2, 2010

สู้นอกระบบ รบแตกหัก

ที่มา ไทยรัฐ

ขั้วอำนาจ "ทักษิณ" เมินวิถีทาง "รัฐสภา" โค่นรัฐบาล

การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

เป็นสิ่งนักประชาธิปไตย นักสันติวิธีทั้งหลาย พยายามเรียกร้องเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศ

จากกรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระดมม็อบเสื้อแดง ยึดพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ย่านธุรกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ชุมนุมยืดเยื้อ ขับไล่รัฐบาล

เสมือนเป็นการจับประชาชน นักธุรกิจ นักลงทุน ตลอดจนระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ เป็นตัวประกัน

กดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา

แต่มาถึงวันนี้ แนวทางที่จะให้การเมืองแก้ปัญหาด้วยการ เมือง ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะประสบผลสำเร็จ

การเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างแกนนำม็อบเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาล เหมือนถูกปิดตาย

เพราะต่างฝ่ายก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน

แกนนำม็อบยืดข้อเรียกร้องจากเดิมที่ขอให้ยุบสภาภายใน 15 วัน เป็น 30 วัน แต่รัฐบาลก็ตอบกลับว่า เป็นไปไม่ได้

พร้อมยืนยันห้วงเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภา คือช่วงปลายปี

โดยต้องมีการแก้ไขกติการัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย คลี่คลายบรรยากาศ ความขัดแย้งในบ้านเมืองก่อนที่จะกลับไปสู่สนามเลือกตั้ง

ประกาศกร้าวไม่ยอมให้ม็อบมาข่มขู่กดดัน

ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาเกือบ 2 เดือน ที่กลุ่มม็อบเสื้อแดงชุมนุมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล วิกฤติความขัดแย้งไม่ได้ เบาบางลงเลย มีแต่เพิ่มดีกรีความรุนแรง

เกิดเหตุปะทะกัน ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับฝ่ายทหาร ตำรวจ หลายครั้งมีคนเจ็บ คนตาย เพิ่มมากขึ้น

เกิดความสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตกันทั้งสองฝ่าย

ท่ามกลางสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในขบวนการขับไล่ รัฐบาลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จากพฤติกรรมทั้งในทางลับและเปิดเผย ปฏิเสธไม่ได้ว่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นผู้บงการใหญ่ อยู่เบื้องหลัง

ที่สำคัญ ในยุทธศาสตร์การต่อสู้ครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าฝ่ายต่อต้านขับไล่รัฐบาลมีขุมกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ที่เรียกได้ว่าเป็นดวงแก้ว 3 ประการ คือ

1.มีฐานการเมือง พรรคเพื่อไทย

2.มีฐานมวลชน กลุ่มม็อบเสื้อแดง

3.มีฐานกองกำลัง ที่ไม่เปิดเผยตัว

แน่นปึ้ก พร้อมเดินหน้าชน โค่นล้มรัฐบาลตามแผน "นายใหญ่"

ทั้งนี้ โดยหลักสากลของการเมืองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา การที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการจะโค่นล้มรัฐบาลภายใต้กลไกในระบบรัฐสภา

สามารถทำได้ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

โดยสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย สามารถเข้าชื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกฯอภิสิทธิ์ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158

และหากที่ประชุมสภาฯมีมติไม่ไว้วางใจ โดยมีคะแนน เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯ

นายอภิสิทธิ์จะต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีทันที

แต่ล่าสุดปรากฏว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้มีมติเป็น เอกฉันท์ไม่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯอภิสิทธิ์

โดยอ้างว่า รัฐบาลชุดนี้กระทำความผิดต่อหลักนิติธรรมและนิติรัฐ เป็นรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยเดียวของโลกที่เป็นรัฐบาลมือเปื้อนเลือด เพราะมีประชาชนที่มาชุมนุมเสียชีวิตจำนวนมาก ถือว่ารัฐบาลทำผิดอุกฉกรรจ์ไกลเกินกว่าที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ถ้า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจะกล่าวอ้างต่อชาวโลกว่ามีความชอบธรรม เพราะได้รับการตรวจ สอบในระบบรัฐสภา

สรุปก็คือ ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธที่จะใช้เวทีสภาฯในการโค่นล้มรัฐบาล

ทั้งที่ยังเหลือระยะเวลาที่จะดำเนินการได้ เพราะสมัยประชุมสามัญทั่วไปจะสิ้นสุดในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

และถ้าหมดสมัยประชุมนี้ไปแล้ว ก็ต้องรอไปข้ามปีถึงจะมีโอกาสยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะสมัยประชุมต่อไปเป็นสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ไม่สามารถขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ที่สำคัญ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามวิถีทางสภาฯ ฝ่ายค้านจะได้เปรียบ เพราะจะต้องมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

สามารถใช้สื่อของรัฐในการแสดงข้อมูลเอกสารหลักฐานต่างๆ เผยแพร่ไปสู่สายตาของพี่น้องประชาชน

เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหาการทุจริตคอรัปชัน และการ บริหารราชการบกพร่อง ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ ประเทศชาติอย่างไร

แต่ฝ่ายค้านกลับละทิ้งช่องทางความได้เปรียบตรงนี้

ท่ามกลางกระแสข่าวทางลึกว่า มีคำบัญชาจาก "นายใหญ่" ผ่านญาติสนิท สั่งการให้เครือข่าย ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย

ยุติกระบวนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช้ ช่องทางในระบบ

โดยเหตุผลหลักๆก็คือ ประเมินแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ

เพราะไม่สามารถดึงเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลให้กลับลำหันมาโหวตคว่ำรัฐบาลได้

โดยเฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนา ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาแสดงท่าที หลัง เกิดเหตุระเบิดกดดันถล่มใส่หน้าบ้านจรัญสนิทวงศ์ 2 ลูก

ประกาศเสียงเข้ม หนุนรัฐบาลต่อไป ยังยุบสภาไม่ได้ ต้องแก้ รัฐธรรมนูญก่อน

ในขณะที่นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย ก็ยืนยันอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ทั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมชาติพัฒนา และกิจสังคม ก็ยังเกาะขบวนอยู่เป็นรัฐบาล ไม่ขยับไปไหน

ผนึกขั้วกันแน่น แซะไม่ออก

จึงต้องยกเลิกการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ เพราะรู้ว่าคว่ำรัฐบาลไม่ได้

เหนืออื่นใด ถ้าปล่อยให้มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้ วางใจ ก็เท่ากับไปขวางแผนของแกนนำกลุ่มม็อบเสื้อแดง

ที่กำลังโหมการเคลื่อนไหวอย่างหนัก กดดันให้นายกฯอภิสิทธิ์ยุบสภา

เพราะตามกติการัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นกฎเหล็ก ถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายกฯจะยุบสภาไม่ได้

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ "นายใหญ่" จึงต้องตัดสินใจกดปุ่ม เลิกใช้ช่องทางในระบบล้มรัฐบาล หันไปใช้วิธีการนอกระบบ

สั่งม็อบเสื้อแดงเคลื่อนแรงหนักขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงวันนี้ จึงเป็นที่ชัดเจนว่า ขั้ว อำนาจ "ทักษิณ" ที่กำลังเคลื่อนไหวต่อต้านขับไล่รัฐบาล โดย มีดวงแก้ว 3 ประการ ในการขับเคลื่อน

ไม่หยิบดวงแก้วประการแรก คือฐานการเมือง พรรคเพื่อ-ไทย มาใช้ในการต่อสู้ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลภายใต้กลไกระบบรัฐสภา

ฉะนั้น จึงเหลือดวงแก้วแค่ 2 ดวง ได้แก่

ดวงแก้วประการที่ 2 ฐานมวลชน กลุ่มม็อบเสื้อแดง

ดวงแก้วประการที่ 3 ฐานกองกำลัง ที่ไม่เปิดเผยตัว

สถานการณ์ในการต่อสู้ เพื่อช่วงชิงอำนาจโค่นล้มรัฐบาล จากห้วงนี้ไป การเคลื่อนไหวของขุมกำลังดวงแก้ว 2 ประการที่เหลือนี้ จะยิ่งร้อนแรงเข้มข้น

โดยเฉพาะในส่วนของแกนนำม็อบเสื้อแดงที่ต่อสู้มานาน เป็นแรมเดือน เมื่อฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ยกเลิกการยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

นั่นก็เท่ากับเป็นการตัดทางถอยของแกนนำม็อบ ที่ก่อน หน้านี้ยังพอมีโอกาสที่จะใช้ช่องทางที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เป็นทางลงได้ แบบไม่เสียหน้าและดูดี

เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้ วางใจตามกติการัฐธรรมนูญ ห้ามยุบสภา

ม็อบเสื้อแดงก็อาจที่จะถอยกลับไปพักได้ โดยปล่อยให้ ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย เดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจถล่มรัฐบาลตามวิถีทางในระบบรัฐสภา

ถือเป็นการถอยให้กับแนวทางในระบอบประชาธิปไตย

มาถึงวันนี้ เมื่อยุทธวิธีการต่อสู้ของ "นายใหญ่" ไม่ใช้วิถีทางของรัฐสภาในการต่อสู้แบบสันติ

แต่ต้องการจะใช้ดวงแก้ว 2 ประการที่เหลือ เป็นหัวหอกในการชิงอำนาจ

ดังนั้น ปรากฏการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ก็คือ

การโหมฐานมวลชน กลุ่มม็อบเสื้อแดง เคลื่อนไหวหนักหน่วงร้อนแรง เพิ่มแรงกระแทกเข้าใส่รัฐบาล

เพิ่มแรงกดดันเข้าใส่นายกฯอภิสิทธิ์อย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น เพื่อให้เดินไปสู่จุดที่ต้องประกาศยุบสภา

ตามด้วยการปฏิบัติการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นและรุนแรง ของกองกำลัง ที่ไม่เปิดเผยตัว

โดยตั้งหลักต่อสู้อยู่กลางเมือง ใช้วิธีการนอกระบบสู้กับรัฐบาล

แน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ พร้อมที่จะเกิดเหตุ รุนแรงถึงขั้นนองเลือดครั้งใหญ่ได้ตลอดเวลา

ที่สำคัญ เมื่อมีการต่อสู้นอกระบบเพื่อชิงอำนาจ ความกดดันทั้งหมดจะตกหนักอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลแน่นอน

เพราะการใช้อำนาจรัฐ ต้องทำตามระบบภายใต้กฎหมายเท่านั้น.

"ทีมการเมือง"