ที่มา ไทยรัฐ
หลังจากที่มีการเปลี่ยนขั้วการเมืองดูเหมือนว่าการเมืองไทยจะขยับปรับตัวไปอีกระนาบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อพรรคภูมิใจไทยพรรคเกิดใหม่เพื่อรองรับพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่ถูกยุบไม่ต่างกับพรรคเพื่อไทยหรือชาติไทยพัฒนา
แต่สถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะการยุบพรรคและการเปลี่ยนขั้วการเมืองทำให้นักการเมืองสามารถขยับตัวได้ สะดวกขึ้นคือจะย้ายพรรค ย้ายขั้วก็ทำได้ง่ายขึ้น ต่างๆเหล่านี้จึงเป็นใจให้พรรคภูมิใจเกิดปุ๊บโตปับ
นอกจากส.ส.จากมัชฌิมาธิปไตยเดิมแล้ว ปรากฏว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินที่แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชนเดินเข้าไปสู่พรรคภูมิใจไทยมีการเปิดตัวเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีตัวจริงเสียงจริงที่อยู่เบื้องหลังพรรคนี้
ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายปองพล อดิเรกสาร ฯลฯ
แม้จะมาในฐานะแขกรับเชิญเพื่อเป็นเกียรติ แต่ดูในงานเปิดตัวแล้วก็น่าจะรู้ว่าใครใหญ่จริงใครตัวประกอบ
เหนืออื่นใดพรรคภูมิใจไทยที่รวบรวม ส.ส.ได้เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคแกนนำคือประชาธิปัตย์ นั่นย่อมทำให้พรรคนี้มีอำนาจต่อรองสูงขึ้นไปอีก
คือมี ส.ส.จำนวนมากที่จะทำประชาธิปัตย์ต้องเอาใจมากยิ่งขึ้น ภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือได้คุมงานในกระทรวงสำคัญถึง 3 กระทรวงคือมหาดไทย, คมนาคมและพาณิชย์ ถือว่าระดับเกรดเอมีทั้งอำนาจที่มีขอบข่ายทั่วประเทศ
มีงานใหญ่ๆในกระทรวงคมนาคมที่จ่อรออยู่อีกหลายโครงการมูลค่านับหมื่นๆล้าน หรืองานในกระทรวงพาณิชย์ที่แม้จะต้องเหนื่อยแต่ก็น่าจะคุ้ม
แน่นอนว่าการที่จะก่อเกิดรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ได้นั้นต้องยอมรับว่าหากกลุ่มเพื่อนเนวินไม่แยกตัวออกมาคงไม่สามารถตั้งรัฐบาล นั่นทำให้ข้อตกลงต่างๆรวมถึงภารกิจที่จะได้รับจึงสมน้ำสมเนื้อที่ประชาธิปัตย์ยากปฏิเสธ
ยิ่งเมื่อมารวมกันในพรรคภูมิใจไทยก็ยิ่งจะมีอำนาจและบทบาทสูงยิ่ง
หากมองรูปการณ์และการตัดสินใจของกลุ่มเพื่อนเนวินที่ผละจากอ้อมอก พ.ต.ท.ทักษิณคงมิใช่แค่ตัดสินอย่างโดดๆ แต่น่าจะทำการบ้านและเชื่อมต่อไปยังพรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นอนาคตทางการเมืองใหม่ของพวกเขา
เรื่องเงินทุนคงไม่ต้องพูดถึงเพราะลำพังกระเป๋าส่วนตัวก็ไม่น้อย แต่ยังมีบรรดานายทุนที่อยู่เบื้องหลังและที่เป็นนักการเมืองด้วย อยู่ที่ว่าจะรวบรวมนักการเมืองได้มากน้อยแค่ไหน
แน่นอนว่าบ่อใหญ่ที่สุดก็คือพรรคเพื่อไทยนี่แหละ เพราะในความระส่ำระสาย ความไม่แน่นอนว่าทักษิณจะสู้ต่อหรือไม่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ส.ส.ต้องตัดสินว่าจะไปทางไหน ดังนั้น โอกาสที่จะดูด ส.ส.จากพรรคนี้จึงมีความเป็นได้สูง
ดังนั้น การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการเดิมพันสูงหากพลาดก็เจ๊งแต่หากสำเร็จก็เป็นบันไดทางการเมืองที่ยกระดับอีกขึ้นหนึ่งโดยไม่ต้องมีคนชื่อ “ทักษิณ”
การเลือกตั้งครั้งต่อไปจึงมีความหมายยิ่ง และไม่แปลกที่เสียงจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ว่าด้วยเรื่องของการขอนิรโทษกรรม 220 นักการเมืองที่ถูกเว้นวรรค แม้ห้วงนี้ยังไม่มีเงื่อนไขพอแต่หากรัฐบาลเดินหน้าไปได้คงจะงัดเรื่องนี้ขึ้นมากดดันให้นายกฯดำเนินการ
นายกฯจะเป็นใครก็เป็นได้อย่างที่พรรคพลังประชาชนทำมาแล้ว จึงไม่แปลกที่นักการเมืองวันนี้ฝันที่จะเดินไปสู่จุดนั้น
ไม่มีเขิน-ไม่มีกระดากกันแล้ว.
“สายล่อฟ้า”