WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, November 17, 2008

“ประชาธิปไตย-ลิปสติก” (“แดมโมแครต” หรือ “แดมโนแครต”!?!)


คอลัมน์ : ประชาทรรศน์วิชาการ

โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช


หนังสือที่แฟนๆ รอคอยที่ชื่อ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)” เปิดให้แฟนๆ ได้จองซื้อกันแล้วที่ www.vattavan.com ระวัง...ชักช้าสินค้าหมดแน่!

ตัวจะพยายามเก็บอาการก็จริง แต่แววตาของเขานั้นก็ฟ้องชัด ด้วยไม่สามารถซ่อนความรู้สึกเศร้าสร้อยอาลัย เพราะเสียดายในตำแหน่งที่นำมาซึ่งชื่อเสียงและความสุข แต่การปฏิบัติหน้าที่ซึ่งด้อยสมรรถภาพ มุ่งเอาแต่งานประชาสัมพันธ์ เพื่อการสร้างภาพของตนเป็นหลัก ทั้งยังขาดทักษะในการบริหารราชการงานแผ่นดิน ไม่รอบรู้ในตัวบทกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ในที่สุดลงเอยด้วยการนำมาซึ่ง “ชื่อเสีย” และความทุกข์อันใหญ่หลวง มาสู่ทั้งตัวนายอภิรักษ์เอง และครอบครัว

นี่เป็นสัจธรรมที่ “การเมือง” อาจนำมาซึ่งความมั่งคั่ง จะตามน้ำหรือทวนน้ำก็แล้วแต่บุคคล แต่หากเผลอไผล ด้วยโง่เขลาเบาปัญญา ‘คุก’ หรือ ‘เรือนจำ’ ก็จะถามหา และหากท่านที่ติดตามข้อเขียนของผมมาโดยตลอด ว่าผู้เขียนได้ยืนยันมั่นคงว่า ประตูคุก เปิดอ้ารอคอย นายอภิรักษ์อยู่แล้ว!

จึงอยากให้นักการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มองนายหล่อเล็กเป็นตัวอย่างกันเอาไว้ให้ดีๆ เพราะเรื่องทุจริตโกงกิน ที่จะเป็นคดีความกับอดีตนักการตลาดอย่างนายอภิรักษ์ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ด้วยเรื่องที่ถูกกล่าวหายังมีอีกเป็น

เข่งๆ ที่พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนพิเศษ ได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และที่กำลังดำเนินการตามคำร้องก็มี

ตัวอย่างเช่น กรณีรถบีอาร์ที ซึ่ง คุณหญิงณัฐนนท์ ทวีสิน อดีตปลัด กทม. กล่าวหา ที่มีหลักฐานแน่นปั๋ง ซึ่งใครก็ตามที่เคยสอบสวนคดีทุจริต หากได้เห็นพยานหลักฐานที่คุณหญิงอดีตปลัดนำเสนอแล้ว ก็คงได้แต่ลูบอก พร้อมกับอุทานออกมา ว่า “ตาย...คาคอกแน่ๆ!”

การลาออกครั้งนี้ มีสีสันขึ้นมาหน่อย ก็ตรงที่นายอภิรักษ์พยายามใช้การกลบเกลื่อนเรื่องทุจริตด้วยการประกาศลาออก โดยอ้างว่าจะเป็นการสร้างมาตรฐานทางการเมืองใหม่ อย่าง The Nation หนังสือพิมพ์ภาษาปะกิต ที่เชียร์ประชาธิปัตย์สุดลิ่มทิ่มประตู ใช้คำพาดหัวว่า I quit to set political standard : Apirak หรืออย่างมติชนก็พูดคล้ายๆ กันว่า"อภิรักษ์" โชว์สปิริตลาออกผู้ว่าฯ กทม. ปชป. เสียงแตก "เทพเทือก-ชวน" ค้าน "มาร์ค" กล่อมสร้างการเมืองใหม่
พอบอกว่าเป็นการโชว์สปิริตเท่านั้น เสียงชาวบ้านจำนวนมาก ที่ส่งมาโพสต์ตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็บอกว่า นี่ไม่ใช่เป็นการโชว์สปิริต หากแต่เป็นการ “จำนนต่อหลักฐาน” พูดอีกทีก็คือการ “ยอมยกธงขาว แต่โดยดี” เพราะ...หนทางที่จะดิ้นรนต่อไป...ไม่มีอีกแล้ว!

ใช่แต่แค่นั้น ความวัวยังไม่หาย ความจัญไรยังเข้ามาแทรกอีก เพราะ “เสี่ยอ่างแตก” ดันออกมาเปิดเผย ให้หนังสือพิมพ์พาดหัวการยื้อวันลาออก ของนายอภิรักษ์อีกว่าชูวิทย์' แฉ! ผีโต๊ะจีน 300 ล.'หล่อเล็ก 'ยื้อ7วัน' เคลียร์ตั๋ว' จ่าย ปชป.

ดูเหมือนว่า จะเป็นไปตามข้อสงสัยของผู้คน ที่คิดกันว่า การที่นายอภิรักษ์ หน้าด้านกลับมาสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ทั้งๆ ที่มีหอกเรื่องทุจริตติดหลังโดเด่มาเล่มเบ้อเร่อ ก็เพียงเพื่อหาโอกาสมาระดมทุนให้พรรคเท่านั้น เพราะเมื่ออยู่ในตำแหน่งคราวก่อน ได้ระดมทุนด้วยการเลี้ยงโต๊ะจีนแบบเดียวกัน แต่รับตำแหน่งหนนี้ ต้องเร่งลงมือหาทุน เพราะกลังติดตะรางก่อน อีกทั้ง กทม. นั้น เป็นแหล่งโอเอซีสสุดท้าย ของฝ่ายค้านดักดานที่ชื่อ...“ประชาธิปัตย์”

มาถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ กทม. รู้ชัดเจนว่า นายอภิรักษ์ไม่มีวันที่จะหวนกลับมานั่งในตำแหน่งที่ให้คุณให้โทษกับพวกเขาได้อีกแล้ว จึงออกมาให้ข้อมูลกับคู่ปรับ จนนายชูวิทย์ ได้ออกมาให้ข่าวว่า “...รู้ว่าวันนี้ที่นายอภิรักษ์ยังไม่ออก เป็นเพราะโต๊ะจีนยังไม่เลิกรา แมสเซนเจอร์ยังส่งบิลมาไม่หมด ตอนนี้ต้องรอเคลียร์อะไรบางอย่าง นายอภิรักษ์จะออกก็ออกเลยวันนี้ กทม. ไม่มีนายอภิรักษ์แค่คนเดียวก็สามารถจัดงานได้

โต๊ะจีนโต๊ะละหนึ่งล้านมีแต่ผู้รับเหมาทั้งนั้น โดยแบ่งเป็น ถ้าเป็น ผอ.สำนักของเขตเล็กเอา 1 โต๊ะ ผอ.สำนักเขตใหญ่ 2 โต๊ะส่วน ผอ.สำนักโยธา 3 โต๊ะ โต๊ะละ 1 ล้านจึงเป็นที่มาของการอยู่ต่ออีก 7 วัน...”

ไม่น่าเชื่อว่า การสะดุดด้วยเรื่องคดีความครั้งนี้ของนายอภิรักษ์ทำให้ “สันดอนแห่งสันดาน” ของพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์ ก็โผล่ยอดโด่เด่ ออกมาให้ผู้คนเห็นกันอย่างชัดแจ้ง แดงกระแจ๋แหว เลยทีเดียวเชียว!


ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ในฐานะที่อยู่ในวงการสอบสวนคดีข้าราชการทุจริตมายาวนาน ผมได้เขียนบทความเตือนสตินายอภิรักษ์ว่า ลาออกเพื่อแสดงสปิริตเสียจะดีกว่า เพราะหลักฐานมันชัดเจนเหลือเกินแล้ว!

ใครอยากรู้ต้องไปหาอ่านเอง ในหนังสือของวาทตะวัน ชื่อ “นินทาประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)” ที่เพิ่งเปิดจองหมาดๆ ตามภาพปกที่ท่านเห็นอยู่นี้ อ่านแล้วจะรู้ว่า การที่สมาชิกพรรคเก่าแก่ จะยกคำว่า “สปิริต” ทั้งๆ ที่พวกตนเองนั้น อย่างดีพวกเขา แค่สะกดคำๆ นี้ถูก แต่คงไม่เข้าใจความหมาย

ดังนั้น การที่พวกเขาจะแอบอ้างเอาคำดีๆ อย่าง Sprit มาหาเครดิตจากชาวไทยนั้น
ไม่ถูกต้อง...เด็ดขาด!!

วันนี้ ถ้าไม่พูดถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านก็เห็นจะไม่ครบถ้วนกระบวนความ เพราะไม่กี่วันมานี้ นายเทพเทือกออกมาแถลงว่า นายมาร์ค ม.7 นั้น เทียบเทียมได้กับนาย “โอบามา” ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเรียกว่าเป็น “โอบา-มาร์ค” และนายเทือกคงไม่รู้ว่า “บักยะใส” แห่งม็อบสังคัง ที่ยังคงยึดทำเนียบ สร้างปฏิกูลให้บ้านเมือง เคยยกตัวเองว่าเป็น “โอบามา เมืองไทย!” อย่างไม่เคอะเขินมาแล้วเหมือนกัน ครั้งนั้นผู้คนได้หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง แต่ชาวบ้านไม่นึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะยกย่องหัวหน้ามาร์คของตัว เลียนแบบไอ้ยะใสมัน ผู้คนจึงพากันหัวเราะครื้นเครงกับ “มุกควาย” ที่ฝ่ายค้านดักดานได้นำเสนอออกมาครั้งนี้

การแอบอ้างของ ป.ช.ป. เห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนหนุ่มเหมือนโอบามา และเป็น CHANGE หรือการเปลี่ยนแปลงสำหรับการเมืองไทย คำว่า CHANGE หรือสโลแกนเต็มๆ คือ CHANGE WE CAN BELIEVE IN (การเปลี่ยนแปลง ที่เราเชื่อได้) คือ หัวใจในการหาเสียงของนายโอบามา คำพูดยกย่องเทียบชั้นนายโอบามานั้น ทำให้เช้าถัดจากวันระดมทุนของประชาธิปัตย์ อ.สุขุม นวลสกุล ถึงกับหัวร่อคิกคักในรายการโทรทัศน์ พลางบอกว่า...โอบามาน่ะ “CHANGE” แต่อภิสิทธิ์ นั้น “CHUAN” ผมหัวเราะไปกับอาจารย์ แล้วนึกแย้งท่านอาจารย์อยู่ในใจว่า น่าจะเป็น CHAINED จะเหมาะมากกว่า Chained to Chuan ที่แย้งก็เพราะว่า นายอภิสิทธิ์ นั้น “ผูกติด” กับหัวนายชวน ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดที่ลอกเลียนหรือท่าทางการแสดงออกที่พยายามก๊อบปี้ เพราะนายหัวชวนนั้นเป็น Idol ของนายมาร์คแกนั่นเอง ดังนั้น ภาพนายอภิสิทธิ์ ถูกล่ามโซ่ติดกับนายชวนนั้น ติดแน่นปึ้กอยู่ในความคิดของผมเลยทีเดียว

พอข่าวโอบามารก์ออกไป มีเพื่อนของผมที่ไม่ค่อยจะสนใจการเมืองโทร.มาหัวร่อเอิ๊กอ๊ากชอบใจ เพราะเห็นข่าวพรรค ปชป. ฝันว่าอภิสิทธิ์เหมือนโอบามาแล้ว ได้แต่ร้องว่า "โอ-บ้า-มาร์ค"... "โอ้-บ้า-มาก!!!"

แถมยังฝากให้พวก ปชป. ทำอะไรอย่างนี้บ่อยๆ เพราะจี้เส้นดี ดูเข้าท่าเข้าทางมากกว่าเวลา ปชป. เสียดสี ขี้อิจฉา หรือพากันโหนกระแสเป็นไหนๆ ผมเองนั้นเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้นถนัดนัก เรื่อง “ความจริงครึ่งเดียว” (Half Truth) จึงพยายามหาส่วนเหมือนระหว่างโอบามาและนายอภิสิทธิ์มาพูด เช่นเปรียบเทียบว่า ทั้งคู่เป็นนักการเมืองหนุ่มเหมือนกัน การศึกษาก็ดีเหมือนๆ กันอีก แถมชื่อประชาธิปัตย์นั้น ในภาษาอังกฤษใช้ Democrat เหมือนพรรคเดโมเครต ที่นายโอบามาสังกัดอยู่ แต่ผมว่า ผู้คนที่เขาสนใจในการบ้านการเมือง ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประชาธิปไตยได้แค่ชื่อ ทั้งนี้เพราะพวกเขา ปฏิเสธไม่ยอมรับ...เสียงข้างมาก! นอกจากนั้น เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหาร ดันไปเลือกยืนอยู่ข้างพวกยึดอำนาจไปจากประชาชน...น่าอายนัก! ใช่แต่แค่นั้นนะ พรรคนี้ยังไม่นิยมการเล่นการเมืองในสภา ยังดันส่ง ส.ส. สังกัดพรรคพวกตนไปร่วมก่อ “ม็อบสังคัง” แถมคนโตในพรรคยังทะลึ่งไปสนับสนุนพวกนอกกฎหมายนี้ อย่างออกหน้าออกตา ทำให้ผู้คนพลอยคัน เหมือนเป็นสังคังในหัวใจไปด้วย เท่านั้นยังไม่พอ...

บรรดาสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส. กลับร่วมมือกับม็อบด้วยการไม่ยอมเข้าร่วมประชุมสภา แถมมีภาพสมาชิกออกไปยืนกันแนบแน่นกับแก๊งกวนเมือง ที่บุกเข้ายึดสภาที่พวกตนเป็นสมาชิกอยู่ สร้างปัญหาให้ชาติบ้านเมืองเข้าไปอีก ช่างน่าเกลียด น่าชัง เสียนี่กระไร! ผู้คนในบ้านในเมือง ออกมาก่นด่า พากันประณามว่า เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่แท้ๆ กลับทำเหมือนตัวเองเป็นแค่ อ่านแล้วจะรู้ว่า การที่สมาชิกพรรคเก่าแก่ จะยกคำว่า “สปิริต” ทั้งๆ ที่พวกตนเองนั้นอย่างดีพวกเขาแค่สะกดคำๆ นี้ถูก แต่คงไม่เข้าใจความหมาย ดังนั้น การที่พวกเขาจะแอบอ้างเอาคำดีๆ อย่าง Sprit มาหาเครดิตจาก ชาวไทยนั้นเป็นแค่ “กระเป๋ง” ของพวกม็อบสังคัง! เรียกว่าโหนทั้งทหารปฏิวัติและโหนพวกพันธุ์มาร เพียงเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล แล้วอย่างนี้จะมาพูดว่า พวกตัวเป็นพรรคที่ยึดมั่นประชาธิปไตยนั้น เห็นทีจะพูดลำบาก เหม็นขี้ฟันเปล่าๆ! จึงขอแนะนำนายมาร์ค ม.7 ว่า พรรคของยูนั้น ไม่สมควรใช้ภาษาอังกฤษว่าพรรค Democrat ให้เสียชื่อ เพราะคำว่า demo นั้นมีรากจากภาษากรีก แปลว่า “ประชา”และในเมื่อเสียงประชาไม่สำคัญสำหรับ ปชป. ก็ขอแนะนำให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษ เป็น Damocrat หรือ Damnocrat

โดยเอาคำว่า damn ซึ่งมีหลายความหมายว่า“เจ๊ง แช่ง สาป ประณาม อัปรีย์ ระยำ ฉิบหาย วินาศ” มาไว้ข้างหน้าแทน demo หรือ “ประชา” จะได้...รู้แล้วรู้แรดกันไปเลย! อยากจะบอก บรรดาสมาชิกพรรคเก่าแก่ว่า ที่ต่างกันมาก ระหว่างโอบามากับ โอบ้า-มาร์คนั้น คือ โอบามาใช้ช่วงเวลาทำงานเพื่อสังคมนานกว่า 10 ปี ก่อนที่จะหันมาเล่นการเมือง ในขณะที่โอ้บ้ามาร์คของ ปชป. ใช้เวลาช่วงสั้นๆ สอนหนังสือ และเป็นเหตุให้ผู้คนนินทาว่า

ยอมสอนหนังสือเพียงเพื่อจะหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร แล้วก็ตรงเข้าสู่การเมือง ข้ามหน้าข้ามตาคนในพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงต้น จากนั้นก็ดูจะเฝ้าแต่พยายามห้อยโหนขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ทางลัด เพราะไม่ยินดีที่จะสู้ในสนามการเมืองอย่างโอบามา ผู้ซึ่งต้องทำอย่างเหงื่อไหลไคลย้อย ส่วนโอบ้า-มาร์ค นั้น ยิ่งดูยิ่งเห็นได้ชัดว่าหนูมาร์ค...ไม่ชอบเหนื่อย

หนูมาร์ค...รักสบาย
หนูมาร์คเป็น...ลูกท่านหลานเธอ...

อยากได้ตำแหน่ง...ที่มีคนใส่ถาดมามอบให้ ระหว่างคอยเวลาเป็นนายกฯ หนูมาร์คแกจีบปากจีบคอ พูดถึงประชาธิปไตย แต่ระบอบประชาธิปไตยสำหรับหนูมาร์คนั้น เป็นแค่ “ประชาธิปไตย-ลิปสติก” ที่เคลือบ ไว้บนริมฝีปาก เพราะทาแล้วดูหล่อเหลา แต่ผิดร่องผิดรอยการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ทำให้หลายคนเห็นว่า ประชาธิปไตยในใจหนูมาร์ค คงเป็นแค่ ประชาธิปไตยชนิด...ไม่เสียเหงื่อ! ช่างสมกับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ตั้งชื่อมาตั้งแต่เกิดว่า “อภิสิทธิ์” เพราะจะทำอะไรๆ ก็ดูเหมือนอยากได้แต่ “อภิสิทธิ์” ไปเสียทั้งหมด ขนาดถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษ ชาติแม่บทประชาธิปไตย แต่ลงท้ายกลับดูเหมือน “เข้าแถวไม่เป็น” คิดแต่จะลัดคิว แซงคิว หรือผลักคนอื่นให้พ้นทางไปเท่านั้น

แปลกแท้ๆ ชื่อ “อภิสิทธิ์” ก็ดันจะมี “อภิสิทธิ์” ในการเป็น "โอบ้า-มาร์ค" เสียอีกแน่ะ แต่จะให้เป็นนักประชาธิปไตย และเป็นลูกผู้ชายอย่างโอบามานั้น... หมดสิทธิ์!!

ยังไงก็ต้องขอบใจ ที่ทำให้ได้หัวเราะได้ แม้ ‘ยู’ จะไม่ตั้งใจก็ตามนะหนูมาร์ค!!!